ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

Samsung Galaxy Z Flip5 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 13 และครอบทับด้วย One UI 5.1.1 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่อัปเดตมาเฉพาะสมาร์ตโฟนจอพับ และแท็บเล็ตรุ่นใหม่ของ Samsung ซึ่งเน้นไปที่ Flex Mode และการใช้งานแบบ Multi-Tasking เป็นพิเศษ โดยมีหน้าตาสวยงามและใช้งานได้ง่าย แถมใช้งานกับหน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ยังมีความลื่นไหลมากอีกด้วย ทั้งการเข้าออกแอป หรือการเลื่อนหน้าจอ

สามารถเลือกเปลี่ยนภาพพื้นหลัง ธีม ซึ่งมีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้จาก Galaxy Themes และเลือกวิดเจ็ดมาวางบนหน้าจอได้ตามใจชอบ

นอกจากนี้ตัว UI จะมีการปรับแยกส่วนกันชัดเจนระหว่างหน้าจอด้านนอกกับหน้าจอด้านใน โดยหน้าจอด้านนอกของ Galaxy Z Flip5 มีขนาดใหญ่ขึ้น Samsung จึงได้ออกแบบ UI ของจอหน้าใหม่ในชื่อ “Flex Window” ที่สามารถตั้งค่า Quick Setting ได้โดยไม่ต้องกางจอ, ตอบกลับข้อความได้ด้วยคีย์บอร์ด QWERTY แบบเต็มรูปแบบ, สามารถเช็กสภาพอากาศ ดูตารางนัด ดูหุ้นผ่าน Google Finance และอื่น ๆ อีกมากมายได้ผ่าน Widgets ที่ Samsung เพิ่มเข้ามาให้ใช้กันมากมาย

นอกจากนี้หากมี Widget บนจอนอกเยอะ ๆ Flex Window ยังมาพร้อมกับระบบ Multi Widget View ที่สามารถดูหน้าต่าง Widget ทั้งหมดได้เพียงจีบนิ้ว และถ้าจะใช้ฟีเจอร์ไหน ก็สามารกดเข้าไปดูจากหน้ารวม Widget ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนปัดทีละอัน


สามารถปรับแต่ง Flex Window ในแบบที่ต้องการไม่ว่าจะเป็น Widgets, วิดีโอวอลเปเปอร์, หน้าปัดนาฬิกา, รูปแบบ และอื่นๆ อีกเพียบ ให้ Galaxy Flip5 โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ด้วยความที่หน้าจอด้านนอกที่มาในขนาดใหญ่ 3.4 นิ้ว ทาง Samsung จึงได้ร่วมมือกับนักพัฒนาแอปดังเพื่อปรับ Optimized แอปต่าง ๆ ให้ใช้งานบนจอนอกได้สะดวกขึ้น ดู YouTube, Netflix คุย Line ผ่านจอหน้าได้โดยไม่ต้องกางจอออกมาให้เสียเวลา โดยตอนนี้จะมีแอปทั้งหมด 11 แอปที่รองรับการใช้งานด้วยจอหน้าแบบเต็มรูปแบบ และในอนาคตยังมีแผนที่จะเพิ่มแอปให้รองรับมากขึ้นด้วย
11 แอปที่รองรับการเล่นบนจอนอก Galaxy Z Flip5 แบบ Native
- YouTube
- Netflix
- Spotify
- Google Maps
- Naver Map
- Line
- Samsung Message
- Google Message
- Kakao Talk

นอกจากนี้ทาง Samsung ยังมีแผนที่จะปล่อยอัปเดตให้ Good Lock สามารถปลดล็อกให้จอแสดงผลด้านนอกของ Galaxy Z Flip5 ใช้งานแอป หรือเล่นเกมอื่น ๆ นอกเหนือจาก 11 แอปที่ว่านี้ได้ โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตกันอีกทีในช่วงเดือนสิงหาคม 2023 นี้

หน้าจอด้านนอกของ Galaxy Z Flip5 ยังสามารถถ่ายภาพเซลฟี่ได้ด้วยคุณสมบัติ Quick Shot หรือการถ่ายเซลฟี่ได้ด้วยกล้องหลัง ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นก็ทำให้เห็นภาพพรีวิวก่อนถ่ายได้ชัดขึ้น
โดยคุณสมบัติการทำงานกับกล้องหลังจากหน้าจอด้านนอกก็ทำได้ตั้งแต่การเลือกโทนสีผิวก่อนถ่ายจากหน้าจอด้านนอกได้เลย รวมถึงเลือกระยะกล้องได้ครบทุกระยะที่ให้ และคุณสมบัติ Quick Viewing ดูรูป หรือลบรูปจากจอนอกได้

และด้วย Flex Camera หรือการพับเครื่องเพื่อตั้งถ่ายภาพและวีดีโอโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้องก็ยังทำได้เหมือนเดิมอีกทั้งยังรองรับการทำงานร่วมกับตัวสมาร์ทวอทช์ Samsung เพื่อใช้แทนรีโมทควบคุมกล้องได้อีกด้วย

ส่วนหน้าจอแสดงผลหลักด้านในแบบพับได้เหมือนหน้าจอสมาร์ตโฟนทั่วไป โดยรองรับการตั้งค่าโหมดมืด, ตั้งค่ารีเฟรชเรทแบบปรับได้สูงสุด 120Hz, ปรับโหมดหน้าจอที่มีให้เลือกทั้งโหมดสดใส ธรรมชาติ และสมดุลสีขาว เป็นต้น

รองรับ Multitasking ทั้งโหมดหน้าต่าง Pop-up Screen หรือแบ่งหน้าจอ Split-Screen ที่สามารถเปิดพร้อมกันได้ 3 หน้าจอ

อีกหนึ่งความสามารถเด่นของ Galaxy Z Flip5 ก็คือ Flex Mode หรือการทำงานร่วมกับการพับหน้าจอ ซึ่ง Galaxy Z Flip 5 สามารถปรับระดับของหน้าจอได้หลากหลายไม่เพียงแค่พับกับกางเท่านั้น ซึ่งถ้ากางจอออกมาสักครึ่งหนึ่งประมาณ 90-120 องศาก็สามารถวางบนโต๊ะสำหรับรับชมวิดีโอที่เหมือนมี 2 หน้าจอ เช่น ถ้าเราเปิด YouTube แล้วพับจอเข้าหากัน หน้าจอบนจะเป็นวิดีโอ ส่วนหน้าจอล่างก็จะเป็นส่วนของคอมเมนต์หรือความคิดเห็นให้อ่านไปพร้อมกันได้

ความพิเศษของ Flex Mode ยังไม่ได้มีแค่นี้ เพราะถ้าหากเปิดดูในแอปวิดีโออื่นๆ สามารถตั้งค่าให้มีแถบควบคุมได้


และถ้าเปิดใช้งานกล้องถ่ายภาพด้วย Flex Mode ที่แบ่งหน้าจอเป็น 2 ส่วนก็สามารถตั้งถ่ายภาพเซลฟี่ได้ในหลากหลายมุมมอง จะตั้งเครื่องแล้วกางจอขึ้นไปเพื่อให้ได้มุม Ant eye view ก็สามารถเลือกปรับ Viewfinder ให้อยู่ที่หน้าจอส่วนไหนก็ได้ โดยจอด้านบนก็จะจอของกล้อง ส่วนจอด้านล่างก็จะมีปุ่มควบคุมใช้งานกล้องต่างๆ ถือเป็นอีกมิติของการถ่ายภาพมือถือเลยทีเดียว

ในส่วนของความปลอดภัยรองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า Face Unlock เพียงลงทะเบียนด้วยใบหน้า ซึ่งจะใช้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น จากนั้นเมื่อหน้าจอติดมองไปยังบนหน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ใบหน้าเพื่อเข้าสู่แอปที่ป้องกันไว้ หรือในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยได้

รวมถึงติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง สามารถสแกนได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ โดยจดจำลายนิ้วมือได้สูงสุดถึง 5 ลายนิ้วมือ

และ Galaxy Z Flip5 ยังรองรับการกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IPX8 ซึ่งสามารถลงน้ำลึกได้ 1.5 เมตร เป็นเวลา 30 นาที สามารถใช้งานได้อุ่นใจหายห่วงไม่ต้องกลัวน้ำหกใส่และไม่ต้องกลัวฝนอีกต่อไป
ประสิทธิภาพ

Samsung Galaxy Z Flip5 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon® 8 Gen 2 Mobile Platform for Galaxy บนสถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร ที่ทาง Qualcomm พัฒนามาเพื่ออุปกรณ์ของทาง Samsumg โดยเฉพาะ โดยใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.36GHz ผสานด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 740 บวกกับ RAM 8GB และหน่วยความจำภายใน 256GB/512GB
ถือเป็นสมาร์ตโฟนจอพับที่เร็วและแรงที่สุดที่เคยมีมา โดยเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการประมวลผลข้อมูล รวมถึงประสบการณ์เทคโนโลยี AI ที่น่าทึ่ง คุณสมบัติการเล่นเกมระดับเดสก์ท็อป การถ่ายภาพระดับมืออาชีพ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ผลทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu

ผลทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป GeekBench 5
ทดสอบการเล่นเกม
![]() | ![]() |
Samsung Galaxy Z Flip4 รองรับการเล่นเกมทั้งหน้าจอแสดงผลด้านนอก และด้านใน ด้วยชิปเซ็ท Snapdragon 8 Gen 2 ที่การรันตีความแรงบวกกับ RAM แบบ LPDDR5 และหน่วยความจำภายในแบบ UFS 4.0 จะเปิดเกมไหนก็รวดเร็ว เลือกปรับกราฟิกสูงๆ ได้สบาย ซึ่งการเล่นเกมผ่านหน้าจอด้านนอกจะต้องลงแอป Good Lock ผ่านทาง Galaxy Store ก่อน

หน้าจอแสดงผลด้านนอก

หน้าจอแสดงผลด้านใน
เริ่มที่ Asphalt 9 เกมแข่งรถที่มีภาพสุดสวยกันก่อน โดยตั้งค่าคุณภาพภาพระดับสูง ซึ่งถ้าเล่นด้วยหน้าจอแสดงผลหลักด้านในก็จะเห็นมุมมองที่กว้างแบบชัดเจน ทำให้เห็นได้เยอะ แต่จะเห็นรถยนต์คันเล็ก ขณะที่ถ้าเล่นบนหน้าจอแสดงผลด้านในที่กางหน้าจอออกมาก็จะเป็นอีกสัดส่วนหนึ่งเห็นรถยนต์ขนาดใหญ่ แต่ฉากในเกมจะเล็กลง โดยรวมแล้วสามารถเล่นได้ลื่นไหลดีมาก และสามารถสลับสลับไปเล่นในแบบหน้าจอหลักหรือจอนอกได้แบบทันทีโดยที่ไม่ต้องกดออกจากเกม

หน้าจอแสดงผลด้านนอก

หน้าจอแสดงผลด้านใน
ต่อด้วย ROV เกมแนว MOBA สุดฮิตของบ้านเรา ตั้งค่า FPS ในระดับสูง โดยรักษาความ stable ไว้ที่ระดับ 60fps แบบต่อเนื่อง ในภาพรวม Samsung Galaxy Z Flip5 นั้นถือว่าแรงพอที่จะตีป้อมได้อย่างสมูทไหลลื่น โดยไม่หัวร้อนอย่างแน่นอน

หน้าจอแสดงผลด้านนอก

หน้าจอแสดงผลด้านใน
ปิดท้ายด้วย PUBG Mobile ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ต้องการทรัพยากรขั้นสูง เบื้องต้นสามารถตั้งค่ากราฟิกที่ระดับ “HDR HD” และเฟรมเรทระดับสูงสุด ซึ่งในการทดสอบจริง ทั้งการเคลื่อนไหว รวมถึงแอคชั่นต่าง ๆ ภายในเกมนั้นให้ความสมูทต่อเนื่อง โดยไม่รู้สึกถึงอาการหน่วงแต่อย่างใด
แบตเตอรี่

Samsung Galaxy Z Flip5 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 3,700mAh และรองรับขาร์จไว Super Fast Charging สามารถชาร์จจาก 0% ถึง 50% ได้ภายใน 30 นาทีด้วยอแดปเตอร์ชาร์จไว 25W หรือสูงกว่า รวมทั้งรองรับชาร์จไวแบบไร้สาย 15W และชาร์จแบบย้อนกลับ 4.5W

เท่าที่ใช้งานแบบจริงจังเป็นเครื่องหลักมา 1 สัปดาห์ก็ถือว่าใช้งานได้ตลอดทั้งวัน โดยชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% แล้วเริ่มใช้งานตั้งแต่ 7 โมงเช้าทั้งการใช้งานทั่วไปเช็คอีเมล์ เล่นโซเชี่ยล ถ่ายรูป และเล่นเกม เชื่อมต่อผ่าน 5G พอถึง 1 ทุ่มแบตเตอรี่ยังเหลือเกือบ 30% ถือว่าใช้ได้เลย ใช้งานต่อเนื่องประมาณ 4-5 ชั่วโมงได้สบายๆ รู้สึกเลยว่าแบตอึดขึ้นกว่ารุ่นก่อน