หลังจากที่ HMD Global เปิดตัวสมาร์ตโฟน Nokia C Series เครื่องแรกในปี 2020 โดยมาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android Go Edition ในราคาประหยัด ก็ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี ซึ่งคิดเป็น 16% ของยอดขายสมาร์ตโฟนทั้งหมดของบริษัทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้เปิดตัว Nokia C21 และ C21 Plus สองสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่
สเปก Nokia C21
ตัวเครื่องเฟรมโลหะ ด้านหน้าคลุมด้วยกระจกด้วยขนาด 169.9 x 77.9 x 8.8 มม. และน้ำหนัก 195 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.52 นิ้ว โดยมีอัตราส่วน 20:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.6GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Unisoc SC9863A (28nm) , RAM 2GB/3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB/64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 Go Edition รองรับการอัปเดตความปลอดภัยรายเดือน 3 ปีและอัปเดตระบบปฏิบัติการหลัก 2 ปี
ติดตั้งกล้องหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และรองรับ HDR ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED รวมทั้งรองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 b/g/n, hotspot, Bluetooth 4.2, GPS with A-GPS, ช่องหูฟัง 3.5 มม., วิทยุ FM, พอร์ต microUSB และแบตเตอรี่ความจุ 3,000mAh
ทั้งนี้ Nokia C21 มีให้เลือก 2 สีคือ Dark Blue และ Warm Gray โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 99 ยูโร หรือประมาณ 3,600 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายปลายเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นไป
สเปก Nokia C21 Plus

ตัวเครื่องมาพร้อมเฟรมเครื่องแบบโลหะ รองรับการกันน้ำมาตรฐาน IP52 และหน้าจอครอบทับด้วยกระจก ด้วยขนาด 164.8 x 75.9 x 8.6 มม. และน้ำหนัก 191 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.52 นิ้ว โดยมีอัตราส่วน 20:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.6GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Unisoc SC9863A (28nm) , RAM 2GB/3GB/4GB, หน่วยความจำภายใน 32GB/64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 Go Edition รองรับการอัปเดตความปลอดภัยรายเดือน 3 ปีและอัปเดตระบบปฏิบัติการหลัก 2 ปี

ติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Auto Focus และกล้องรองเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED

รวมทั้งรองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 b/g/n, hotspot, Bluetooth 4.2, GPS with A-GPS, ช่องหูฟัง 3.5 มม., วิทยุ FM, พอร์ต microUSB และแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh/5050mAh (ขึ้นอยู่กับประเทศที่จำหน่าย)


ทั้งนี้ Nokia C21 Plus มีให้เลือก 2 สีคือ Dark Cyan และ Warm Gray โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 119 ยูโรหรือประมาณ 4,300 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายเดือนเมษายน 2565 เป็นต้นไป
ที่มา : NokiaPowerUser