Home NEWS ม. หอการค้าไทย จับมือ AIS และ พันธมิตรชั้นนำด้านไอซีที Vision Net, Tmaxsoft นำเทคโนโลยี Cloud...

เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมด้าน IoT และ Cloud ของประเทศ ล่าสุด ได้รับความไว้วางใจจาก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และพันธมิตรชั้นนำด้านไอซีที Vision Net ผู้นำการให้บริการระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับสถาบันการศึกษา และ Tmaxsoft ผู้ให้บริการ Software เทคโนโลยีการจัดเก็บฐานข้อมูลระดับ Enterprise ร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นใหม่ เพื่อยกระดับวงการการศึกษาไทยไปอีกขั้น

โดยการนำเทคโนโลยี Cloud มาใช้สำหรับระบบบริการการศึกษา ของมหาวิทยาลัยจากเดิมที่อยู่บน server ของมหาวิทยาลัยไปใช้บริการ Public Cloud เต็มรูปแบบจาก ทั้ง Infrastructure as a Service, Tibero Database on Cloud, และ Visionnet Application on Cloud จาก AIS เป็นรายแรกของไทย

ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการได้ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการเพื่อมุ่งสร้างประโยชน์ให้แก่นักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร และผู้รับบริการของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งการบริหารจัดการระบบงานทะเบียนและไอทีถือเป็น หัวใจสำคัญของสถาบันการศึกษาที่ต้องให้ความสำคัญในการดำเนินการจัดการ เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สอดคล้องนโยบาย Digital University 4.0และ Thailand 4.0

การร่วมพัฒนาระบบบริการการศึกษา บน Public Cloud ให้กับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในครั้งนี้ เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านไอซีทีโซลูชันส์จาก ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำของประเทศ ประกอบด้วย

·       เอไอเอสให้บริการเช่าใช้เครือข่าย (Enterprise Cloud) ในลักษณะ Infrastructure as a Service (IaaS) โดยจะให้บริการเช่าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ที่รวมตั้งแต่ CPU, RAM , Storage และ Firewall โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากเอไอเอส ดูแลเรื่องการติดตั้ง และดำเนินการ Configure ระบบความปลอดภัย เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน และมีประสิทธิภาพสูงสุด

·       Vision Net ผู้พัฒนาระบบบริการการศึกษา (Registration Systemที่ให้บริการนักศึกษา อาจารย์ ผู้บริหารและบุคลากรเข้าใช้งานได้แบบออนไลน์ โดยเป็นระบบที่ครบวงจร ครอบคลุมทุกขั้นตอนการใช้งาน ตั้งแต่การรับนักศึกษาใหม่ จนถึงการออกปริญญาบัตร

·       Tmaxsoft ให้บริการด้านฐานข้อมูล (Database Platformด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า “Tibero ที่สามารถให้บริการ Databaseในระดับ Enterprise ที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานสูง อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการใช้งานร่วมกับ Big Data & Analytics และ Cloud Technology สามารถทำงานในรูปแบบ High Availability หรือก็คือการปกป้องระบบฐานข้อมูลให้ดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่สะดุด โดยสามารถออกแบบได้ทั้งแบบที่เป็น Active – Active Cluster (Database Servers สามารถทำงานได้หลายเครื่องพร้อมๆกันแบบ Active ทั้งหมด) และ Active – Standby Cluster (Database Servers ทำงานทีละหนึ่งเครื่อง ในกรณีที่เครื่องที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีปัญหาโดยระบบจะทำการย้ายไปทำงานอีกเครื่องเป็นการทดแทน)

โดยมีข้อดีและแตกต่างจากระบบเดิม ช่วยเสริมศักยภาพการบริหารจัดการทรัพยากรด้านไอทีภายในมหาวิทยาลัย ทั้งระบบหลังบ้าน “Back End” และหน้าบ้าน “Front End” กล่าวคือ ระบบบริการการศึกษาบน Public Cloud สามารถรองรับการขยายระบบได้อย่างรวดเร็ว อาทิการเพิ่มจำนวน CPU, Memory, Storage และ Network Bandwidth

รวมถึงการเพิ่มจำนวน Server ซึ่งทำให้สามารถปรับแต่งประสิทธิภาพได้ตามความต้องการใช้งาน เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลาที่ให้บริการ อาทิ ช่วงลงทะเบียนเรียน ช่วงรับสมัครนักศึกษา ซึ่งมีผู้เข้าใช้งานระบบจำนวนมาก ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบรองรับการใช้งานที่มากกว่าช่วงเวลาปกติได้

และเมื่อหมดช่วงเวลาดังกล่าว ก็สามารถปรับลด Capacity ลง ทำให้ประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก จากเดิมที่มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์และเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่มาเพื่อรองรับเฉพาะช่วงเวลาสั้นๆที่มีผู้เข้าใช้งานระบบจำนวนมากเท่านั้น          

ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ให้นักศึกษา อาจารย์ ผู้บริหาร และบุคลากร ให้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งเอไอเอสพร้อมให้บริการ Cloud อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปให้กับทุกภาคส่วน และพร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำ Cloud ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ สนใจติดต่อได้ที่ Corporate call center โทร. 1149 หรือเว็บไซต์business.ais.co.th

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE