Home REVIEW รีวิว : Xiaomi Mi 8 Lite สมาร์ทโฟนสเปกดี พร้อมกล้อง AI บนดีไซน์ไล่เฉดสี ในราคาสุดคุ้ม

 

เปิดตัวและวางจำหน่ายมาแล้วสักพักนึงสำหรับ Xiaomi Mi 8 Lite สมาร์ทโฟนระดับกลางน้องเล็กสุดในตระกูล Mi 8 Series ซึ่งก็ได้การตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี ด้วยความเป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์ไล่เฉดสีสวยหรู และครบเครื่องเรื่องฟังก์ชั่นใช้งาน ในราคาไม่ถึงหมื่น  

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อดีไหม? ตัวเครื่องจริงจะสวยแค่ไหน? ฟีเจอร์เด่นต่างๆ ในเครื่องมีอะไรบ้าง? ลองมาดูรีวิว Mi 8 Lite กันเลยดีกว่า

Xiaomi Mi 8 Lite

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ Mi 8 Lite เป็นกล่องกระดาษแข็งมาพร้อมสีสันสดใสตามคอนเซปต์ Stylish Design โดยไล่เฉดสีของตัวเครื่องเป็นชมพู ม่วง ฟ้า และน้ำเงิน ดูสะดุดตาดี ด้านหน้ามาพร้อมตัวเลข 8 ขนาดใหญ่กับคำว่า Lite และมีโลโก้ Mi อยู่มุมขวาด้านบน ส่วนด้านหลังกล่องจะเป็นสเปกคร่าวๆ ของตัวเครื่อง

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่อง Xiaomi Mi 8 Lite, สายเชื่อมต่อ USB Type-C, อแดปเตอร์ชาร์จไฟ (5V/2A), อแดปเตอร์สำหรับแปลงพอร์ต USB Type-C, เข็มจิ้มซิมการ์ด, เคสพลาสติกใส, คู่มือใช้งาน และใบรับประกัน

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง Xiaomi Mi 8 Lite มีดีไซน์โค้งมนเรียบหรู ด้วยขนาด 156.4 x 75.8 x 7.5 มม. และน้ำหนัก 169 กรัม ถือว่าบางและเบาเลยทีเดียว เหมาะมือทั้งผู้หญิง และผู้ชาย

รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าตรงกลางด้านบนมีรอยบากหรือ Notch สำหรับเป็นตำแหน่งของกล้องเซลฟี่ความละเอียดสูง 24 ล้านพิกเซล, ช่องลำโพงสนทนา, ไฟ LED แจ้งเตือนสถานะการใช้งานต่างๆ และระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล Full Screen ไร้ขอบแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.26 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 และใต้หน้าจอไม่มีปุ่มกดใดๆ โดยปุ่มควบคุมการใช้งานนั้นจะอยู่บหน้าจอซึ่งจะแสดงขึ้นมาเมื่อเปิดเครื่องใช้งาน

ด้านหลังเครื่องในใช้วัสดุที่ครอบด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D มุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลแบบคู่วางในแนวนอนความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมามีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และตรงกลางด้านล่างมีโลโก้ Mi

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบไฮบริด โดยรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด และสามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ได้โดยใช้ช่องใส่ซิมการ์ดที่ 2

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน ส่วนเส้นสีดำที่พาดด้านข้างของตัวเครื่อง คือเส้นเสารับสัญญาณ

ด้านล่าง ตรงกลางมีพอร์ต USB Type-C , ด้านซ้ายเป็นช่องไมโครโฟน และด้านขวาเป็นช่องลำโพงเสียง ซึ่งไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.มาให้ โดยใช้งานร่วมกับอแดปเตอร์แปลงพอร์ต USB Type-C เป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ที่แถมมาให้ในกล่อง

สเปก Mi 8 Lite

ขนาด 156.4 x 75.8 x 7.5 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 169 กรัม
หน้าจอ IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.26 นิ้ว
หน่วยประมวลผล Octa-Core ความเร็ว 2.2GHz, ชิปเซ็ท Snapdragon 660, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512
RAM 4GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังคู่ ความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX363 + Samsung S5K5E8, เม็ดพิกเซล 1.4 + 1.12 ไมครอน, รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.9 พร้อมเทคโนโลยีโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel และเทคโนโลยี AI Scene Detection ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX576, เม็ดพิกเซล 1.8 ไมครอน พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel
ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย MIUI 9.6
รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, พอร์ต USB Type-C
รองรับระบบ 4G LTE Band 1/2/3/4/5/7/8/20/28/38/40 และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 3350 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Quick Charge 3.0
ราคา ราคา 7,990 บาท

ประสิทธิภาพ

Xiaomi Mi 8 Lite ใข้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 660 AIE, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512, RAM 4GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

ขับเคลื่อนด้วยระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI 9.6 ซึ่งเป็น User Interface ที่ Xiaomi ได้พัฒนาขึ้นมาเอง โดนจะเน้นไปในเรื่องของการทำงานที่รวดเร็ว และลูกเล่นต่างๆ ที่จัดเต็มพร้อมตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกระดับ และรองรับการอัปเดตเป็น MIUI 10

หลังจากที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV โดยเลือกปรับเฟรมเรทสูง 60 FPS ได้ โดยเฟรมเรทขณะเล่นจะอยู่ที่ระหว่าง 52-60 FPS และเกม Asphalt 9 ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และถ้าเล่นนานๆ เครื่องจะร้อน และกินเแบตเตอรี่พอสมควร แต่โดยรวมถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Xiaomi Mi 8 Lite ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Xiaomi Mi 8 Lite ผ่านแอป Geekbench 4

ด้านการถ่ายภาพ

Xiaomi Mi 8 Lite มาพร้อมกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX576, ขนาดพิกเซล 1.8μm และมาพร้อมเทคโนโลยี Super Pixel  4 in 1 สำหรับรวมพิกเซลที่อยู่ใกล้กันเพื่อช่วยให้รับแสงได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้การถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย หรือตอนกลางคืนดีขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยี AI Makeup โดยนำ AI เข้ามาตรวจจับ และวิเคราะห์เค้าโครงของใบหน้าผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม คิ้ว ขนตา ซึ่งผู้ใช้สามารถนำไปปรับแต่งให้ความสวยงามเหมาะกับใบหน้าผู้ใช้งานแต่ละบุคคลได้แบบเรียลไทม์

รวมถึงเทคโนโลยี AI Scene Detection ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ซีนที่อยู่โดยรอบผู้ใช้ขณะถ่ายภาพเซลฟี่ เพื่อนำไปปรับแต่งสีนสันให้มีความสวยงามอัตโนมัติ อีกทั้ง ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Screen Flash ที่สามารถสาดแสงแฟลชจากหน้าจอโดยอ้างอิงตามอุณหภูมิสีโดยรอบผู้ใช้งานได้

สามารถเลือกใช้งานฟิลเตอร์เพื่อปรับโทนสีต่างๆ ให้แก่ภาพถ่ายได้ทั้งหมด 12 แบบ, โหมด HDR, ตั้งเวลานับถอยหลัง และถ่ายแบบ Group Selfie ได้

ส่วนกล้องหลังคู่ มาพร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX363, ขนาดพิกเซล 1.4um, รูรับแสง f/1.9 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel Autofocus กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung S5K8E8, ขนาดพิกเซล 1.12um

โดยมาพร้อมเทคโนโลยี AI Scene Detection ที่สามารถตรวจจับฉาก และวัตถุต่างๆ ได้กว่า 27 หมวดหมู่ รวมทั้งมีลูกเล่นสำคัญอย่าง AI Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอ,

Studio Lighting สำหรับจัดแต่งรูปแบบแสงให้แก่ตัวแบบ และ AI Dynamic Bokeh สำหรับปรับเอฟเฟกต์โบเก้ให้เป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อเสริมให้ภาพถ่ายดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าเลือกโหมด HDR, โหมด Manual, โหมด Panorama, โหมด Square, โหมด Portrait, โหมดวิดีโอ และโหมดวิดีโอสั้น สำหรับภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4032 x 3024 พิกเซล และวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K UHD ที่ 30fps

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ของ Xiaomi Mi 8 Lite เป็นแบบ Li-Polymer ขนาดความจุ 3350 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Quick Charge 3.0

ทดสอบโดยลองใช้งานทั่วไป ใช้งานอินเทอร์เน็ต และเล่นเกม ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ 1 วันสบายๆ  ถือว่าการจัดการพลังงานทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

แต่ถ้าใช้งานหนักๆ เล่นเกมหรือดูหนังแบตก็จะอยู่ได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง และมีโหมดประหยัดพลังงาน Battery Saver ที่ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นเมื่อแบตใกล้หมด แถมยังใช้เวลาในการชาร์จจนเต็มไม่นานอีกด้วย

บทสรุป

Xiaomi Mi 8 Lite ถือเป็นสมาร์ทโฟนน้องเล็กสุดในตระกูล Mi 8 Series ที่โดดเด่นตั้งแต่เรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องแบบไล่เฉดสีครอบทับด้วยกระจกเงาสวยหรู พร้อมจอขนาดใหญ่  6.26 นิ้วรองรับคอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเว็บ หรือเล่นเกมได้เต็มตามเต็มอารมณ์ แม้ว่าจะมีรอยบากหรือ Notch แต่ก็สามารถตั้งค่าปิดไม่ให้แสดงผลได้

นอกจากนี้ยังมาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 660, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป และสามารถใช้เล่นเกมได้สบายๆ รวมทั้งติดตั้งกล้องหลังคู่พลัง AI ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียดสูง 24 ล้านพิกเซล ที่ถ่ายออกมาได้สวยเนียนเลยทีดียว

และในส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ของ Mi 8 Lite ก็มีมาให้ครบ ในราคาไม่ถึงหมื่น พูดได้เลยว่าคุ้มมากๆ แต่ขอติตรงเรื่องช่องใส่ซิมการ์ดที่เป็นแบบไฮบริด ซึ่งช่องซิม 2 ต้องเลือกระหว่างใส่ซิมหรือการ์ดหน่วยความจำ รวมถึงตัดช่องหูฟังออกไป ถ้าจะฟังเพลงก็ต้องเสียบตัวแปลง ทำให้ไม่สามารถชาร์จไปฟังเพลงไปด้วยได้ และตัวเครื่องรองรับการชาร์จเร็ว แต่อะแดปเตอร์ที่ให้มาไม่รองรับ

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Xiaomi Mi 8 Lite มีให้เลือก 2 สีคือ Aurora Blue และ Midnight Black โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 7,990 บาท 

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2G47X0l

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE