Home REVIEW รีวิว : Vivo Y12 น้องใหม่ซีรีส์ Y ที่มาพร้อมจอใหญ่ กล้องหลัง 3 เลนส์ แบตสุดอึด 5,000mAh...

 

มาแบบเงียบ ๆ แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าสนใจ ซึ่งต้องบอกเลยว่า Vivo Y12 เป็นสมาร์ทโฟนราคาครึ่งหมื่นที่กำลังน่าจับตามองมาก ๆ  ด้วยจุดขายดีไซน์แบบทูโทน และหน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ขนาดใหญ่เต็มตา 6.35 นิ้ว กล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมกล้องหน้าที่ถ่ายเซลฟี่ได้สวยใสเป็นธรรมชาติ

อีกทั้งยังมีแบตสุดอึดที่ให้ความจุมาถึง 5,000mAh สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป รวมถึงด้านความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใด ราคาเปิดตัวของ Vivo Y12 เป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มาก ๆ เลยครับ

 

สเปคเบื้องต้น  Vivo Y12 

 

ขนาด 159.43 × 76.77 × 8.92 mm
น้ำหนัก 190.5 กรัม
หน้าจอแสดงผล หน้าจอ Halo FullView Display ชนิด IPS LCD ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720 × 1544 pixels) อัตราส่วนการแสดงผล 19.3:9
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ต Mediatek MT6762 Helio P22 (12 nm) ประมวลผล Octa-core 2.0 GHz Cortex-A53 หน่วยประมวลผลกราฟิก PowerVR GE8320
RAM 3GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB
หน่วยความจำเสริม microSD, up to 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง: AI Triple Camera 3 เลนส์

13 MP, Main Camera รูรับแสง f/2.2, ระบบโฟกัส PDAF
8 MP Ultrawide Wide-Angle Camera รูรับแสง f/2.2 เลนส์มุมกว้างพิเศษ
2 MP, รูรับแสง f/2.4, depth sensor

——————————————————-

กล้องหน้า 8 MP, รูรับแสง f/1.8

ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย (Funtouch 9)
เชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G
บลูทูธ 5.0  support A2DP, LE
GPS A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
รองรับระบบ รองรับการทำงาน Dual-SIM  2 ซิมการ์ด

2G GSM B3/5/8
3G WCDMA B1/5/8
4G FDD_LTE B1/3/5/7/8
4G TDD_LTE B38/40/41

แบตเตอรี่ 5,000mAh
สี/ราคาวางจำหน่าย สีที่วางจำหน่ายในไทย Aqua Blue, Burgundy Red

ราคาเปิดตัว 4,999 บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

 

ตัวกล่องแพ็กเกจของ Vivo Y12 มาในโทนสีขาวสะอาดตา ด้านหน้ากล่องมีรูปตัวเครื่องที่โชว์จุดเด่นทั้งในเรื่องกล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera และหน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ใหญ่เต็มตา อีกทั้งยังมาพร้อมแบตสุดอึด 5,000mAh และมีการกำกับชื่อรุ่น / ขนาดความจุ RAM และ ROM อยู่มุมขวาด้านบน ส่วนด้านหลังมีไอคอนสเปคเด่น และรายละเอียดต่าง ๆ

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องจะประกอบไปด้วย

  1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า
  2. อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
  3. เคสซิลิโคนแบบใส
  4. สายดาต้าลิงค์ Micro USB
  5. อแดปเตอร์ชาร์จ OUTPUT 5V-2A

สำหรับฟิลม์กันรอยมีการติดตั้งมาให้เรียบร้อยตั้งแต่โรงงาน

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

 

Vivo Y12 มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นด้วยการเลือกใช้สีแบบทูโทน โดยเป็นการออกแบบอย่างเหนือชั้นผ่านกระบวนการการผลิตด้วยการเคลือบสีในชั้นเลเยอร์อย่างมีระดับ ส่งผลให้ตัวเครื่องจะแสดงสีสันที่แตกต่างยามเมื่อแสงตกกระทบกับตัวเครื่องในมุมต่าง ๆ ซึ่งสี Aqua Blue ที่ทางเว็บได้มารีวิว ด้านบนของตัวเครื่องจะเป็นการใช้โทนสีน้ำเงินผสานเข้ากับสีเขียวที่ด้านล่างได้อย่างกลมกลืน ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ เช่นสีของท้องฟ้าและสีเขียวของน้ำทะเลนั่นเอง

สำหรับวัสดุในภาพรวมเป็นโพลีคาร์บอเนต Unibody ที่มีความเพียวบาง และมี curve ที่สมดุลทั้ง 4 มุม ทำให้สามารถจับถือได้ถนัด ไม่ลื่นหลุดมือได้โดยง่าย ส่วนพื้นผิวเป็นกลอสซี่ที่มีความมันวาว เมื่อได้ลองสัมผัสตัวเครื่องจริงแล้วให้ฟิลลิ่งที่เรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยความพรีเมี่ยมอยู่ภายในตัว เรียกได้ว่าแม้จะเป็นรุ่นเล็กแต่ก็เด่นในด้านดีไซน์ไม่แพ้รุ่นพี่อย่างแน่นอน

หน้าจอ Halo FullView Display มาพร้อมรอยบากรูปทรงหยดน้ำในขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720 × 1544 pixels) ในอัตราส่วนการแสดงผล 19.3:9 ที่ใหญ่เต็มตารับชทคอนเทนต์ได้เต็มอรรถรส โดยมีพื้นที่แสดงผลต่อตัวเครื่องสูงถึง 89%

สำหรับคุณภาพหน้าจอแสดงผลของ Vivo Y12 อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก  ทั้งเรื่องของสีสัน ความคมชัดและให้มุมมองกว้างตามสไตล์ของจอ IPS LCD ส่วน Response การตอบสนองก็ทำได้ดีเช่นกัน โดยรองรับ Multi Touch ได้ถึง 10 จุด

เซ็นเซอร์วัดแสงและกล้องหน้าจัดวางอยู่ในเลย์เอาท์ของ Notch หรือรอยบาก โดยตัวกล้องหน้าของ Vivo Y12 ให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสงกว้าง f/1.8 ซึ่งช่วยในเรื่องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยได้เป็นอย่างดี สำหรับลำโพงสนทนาจัดวางในเลย์เอาท์ขอบขอบจอได้อย่างลงตัว

ด้่านบนจะเรียบ ๆ ไม่มีปุึ่มหรือพอร์ตใด ๆ และด้านบนจะเป็นการใช้โทนสีน้ำเงิน

สำหรับด้านล่างจะเป็นโทนสีเขียว และมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. อยู่ฝั่งซ้าย ตามด้วยไมค์สนทนา / พอร์ต Micro USB / ลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ฝั่งขวามือของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์ ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นที่อยู่ของช่องถาดซิมการ์ด

ตัวถาดซิมของ Vivo Y12 เป็นแบบ Triple Slot ที่รองรับการใช้งาน 2 ซิมพร้อมสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ได้สูงสุด 256GB

กล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera จัดวางเลย์เอาท์ในแนวตั้ง พร้อมกรอบรอบตัวเลนส์สีโรสโกลด์ดูสวยเด่นสะดุดตา ถัดลงมาจะเป็นไฟแฟลช และด้านข้างจะเป็นที่อยู่ของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน Vivo Y12

 

ถึงจะเป็นรุ่นเล็ก แต่ในด้านฟีเจอร์ก็จัดเต็มไม่แพ้รุ่นพี่ โดยในด้านการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบน Vivo Y12 นั้นจัดมาให้ทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า โดยทั้ง 2 ระบบทำงานได้ค่อนรวดเร็วและมีความแม่นยำอยู่ในระดับที่น่าประทับใจ

และนอกจากใช้ในการปลดล็อคหน้าจอแสดงผลแล้ว ยังสามารถใช้ในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวและการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นได้อีกทางหนึ่งด้วย

 Halo FullView™ Display

 

Vivo Y12  มาพร้อมจอแสดงผล Halo FullView™ Display ชนิด IPS LCD 16 ล้านสี ที่ให้สีสันสว่างสดใส มีความคมชัด ให้มุมมองกว้าง และมี Respond การตอบสนองที่อยู่ในเกณฑ์น่าประทับใจ และมี Software ที่ช่วยปรับแต่งการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่น อีกทั้งยังมาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่เต็มตาถึง 6.35 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.3:9  โดยมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 89% และมาพร้อม Notch หรือรอยบากในรูปทรงหยดน้ำ ผสานกับขอบจอที่บางเฉียบ ส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์อย่าง YouTube, Netflix รวมไปถึงการเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

 

Ultra-Game Mode

โหมดเกม นอกจากการปรับแต่งทางด้านสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังมาพร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในด้านการแจ้งเตือนอีกด้วย เช่นการปฏิเสธสาย/การรับสายในแบบเบื้องหลัง / การบล็อคการแจ้งเตือน / สามารถแสดงคีย์บอร์ดในขนาดย่อส่วน เพื่อให้การเล่นเกมบน Vivo Y12 มีความราบลื่นต่อเนื่อง โดยไม่มีอาการสะดุดติดขัดมารบกวนใจในขณะเล่นเกม ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถตอบโจทย์คอเกมหรือผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมอย่างจริงจังได้เป็นอย่างดี

สำหรับ Ultra-Game Mode ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมขั้นสุด สามารถเล่น E-sports ได้อย่างมืออาชีพโดยใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น และ Dual-Turbo โหมดที่สามารถตอบโจทย์เหล่านักเกมเมอร์ที่ต้องการประสิทธิสูงสุดในขณะเล่นเกม โดยหมดนี้จะช่วยเพิ่มความเร็วของเกม และลดปัญหาเฟรมเรตตก ทำให้เล่นเกมได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุดติดขัดให้หงุดหงิดใจ

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

 

Vivo Y12 รันบนระบบปฏิบัตการ FunTouch OS 9 บนพื้นฐานระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie มาตั้งแต่แกะกล่อง โดยหน้าจอหลักมาพร้อมไอคอนที่มาพร้อมไอคอนแอปที่มีความโค้งมน และสีสันสดใส สามารถปรับเปลี่ยนธีม หรือภาพพื้นหลังได้ตามใจชอบ รวมทั้งเลือกใช้งาน Widget ที่ต้องการ และตั้งค่า Home Screen ได้

ฟีเจอร์ Jovi AI Engine ผู้ช่วยอันชาญฉลาด โดย Jovi Smart Scene จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตประจำวันยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการอัปเดตสภาพอากาศพร้อมการแจ้งเตือนการเดินทาง, การออกกำลังกายที่มีการเก็บสถิติครบถ้วน การแจ้งเตือนสิ่งที่ต้องทำ และการแจ้งเตือนในกีฬาที่เราชื่นชอบ เช่นแมตช์การแข่งขันในสัปดาห์นี้เป็นต้น

ฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรของ Vivo Y12  มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี Full Netcom 4.0 ทำให้สามารถสามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G  มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย

ฟีเจอร์อื่น ๆ ในด้านการโทรที่ให้มาก็ถือว่าครบถ้วนและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวัน เช่นฟีเจอร์บล็อคสาย บล็อคข้อความ ได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถบันทึกสายขณะโทรได้โดยตรง ไม่ต้องลงแอปเพิ่มเติมแต่อย่างใด

 

สำหรับปุ่มนำทาง สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ และสามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100%

ซึ่ง Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เหลือพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบการสั่งการแบบไหน เช่นการลากจากขอบด้านล่างจากตำแหน่งตรงกลาง เพื่อกลับไปที่หน้าโฮม ซึ่งก็เหมือนการกดที่ปุ่มโฮมนั่นเอง

โหมดมอเตอร์ไซค์และโหมดสำหรับเด็ก เป็นโหมดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจจาก Vivo ไปยังลูกค้าหรือผู้ใช้งานอย่างแท้จริง  ยกตัวอย่าง โหมดเด็กเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมทุกวันนี้ ที่เด็กเล็กบางกลุ่มสุ่มเสียงที่จะมีสมาธิสั้น อารมณ์ร้อนและมีพฤติกรรมก้าวร้าวจากการติดเกม ติดโทรศัพท์, Tablet ของผู้ปกครองนั่นเอง

ส่วนโหมดมอเตอร์ไซค์ตรงนี้แม้จะขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานเป็นหลักที่จะเลือกปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของความปลอดภัยหรือไม่ ทั้งการสวมใส่หมวกกันน็อค การปฏิบัติตามกฎจราจร ฯลฯ  แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ในเชิงบวกที่น่าชื่นชมมากๆ ครับ

โหมดการใช้งานอัจฉริยะ เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ทโฟนของ Vivo ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่น ปลดล็อคด้วยการโบกมือผ่านหน้าจอ การแจ้งเตือน การรับสายหรือเปลี่ยนเป็นโหมดแฮนด์ฟรีอัตโนมัติ ฯลฯ

โหมดใช้งานมือเดียวและการจับภาพหน้าจอที่มีความหลากหลาย สำหรับการจับภาพหน้าจอก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์พิเศษของ Vivo โดยสามารถจับภาพหน้าจอได้ยืดหยุ่นมาก ๆ ทั้งการลาก 3 นิ้วขึ้นไปจากหน้าจอแสดงผล

รวมไปถึงการจับภาพหน้าจอแบบยาวๆ หรือรูปแบบอิสระ อีกทั้งยังบันทึกหน้าจอในรูปแบบของวีดีโอได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ได้พร้อม ๆ กันถึง 2 แอคเคาท์ในเครื่องเดียว

ฟีเจอร์ยอดนิยมของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ ต้องมีการแบ่งหน้าต่างเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่นไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งบน Vivo Y12 นั้นเรียกใช้งานการแบ่งหน้าจอได้ง่าย ๆ เพียงลาก 3 นิ้วจากด้านบนลงไปยังด้านล่าง ก็จะสามารถใช้งาน 2 แอปในหนึ่งหน้าจอได้ในทันที

ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยผู้ช่วยอัฉริยะ i-Manager ที่มาพร้อมความสามารถครบครัน ทั้งสแกนไวรัส ลบไฟล์ขยะ ระบายความร้อน สำรองข้อมูลและจัดการด้านพลังงาน

ปิดท้ายกันไปด้วยการจัดสรรพลังงาน ในภาพรวมต้องบอกว่า Vivo Y12 นั้นมีแบตที่อึดอย่างน่าประทับใจ และด้วยความจุแบตที่สูงถึง 5,000mAh หากเป็นการใช้งานทั่ว ๆ  สามารถใช้งามได้ครบ 1 วันแบบสบาย ๆ ซึ่งนอกจากจะมีแบตความจุสูงแล้ว ตัว Firmware ยังปรับแต่งมาได้ดีมาก ทำให้การจัดสรรพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพ

 

Vivo Y12 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Mediatek MT6762 Helio P22 บนสถาปัตยกรรม 12 นาโนเมตร ซึ่งแรงในระดับใช้งานทั่ว ๆ ไปได้อย่างเหลือเฟือ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับราคาค่าตัวแล้ว ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นสุดคุ้มในงบครึ่งหมื่น

ในแง่ผลคะแนน Benchmarks ถือว่าเป็นรุ่นกลาง ๆ ที่มาพร้อมความลื่นไหล และความแรงในระดับที่นำไปใช้งานทั่วไปได้แบบสบาย ๆ ส่วนเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน สำหรับ GPS ในภาครับสัญญาณดาวเทียมนั้นมีความรวดเร็วแม่นยำในระดับที่ค่อนข้างดีเลยครับ

มัลติมีเดียและความบันเทิง

 

ในปัจจุบันสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะไม่ใส่ FM มาให้ใช้งาน แต่ Vivo ยังเอาใจผู้ที่ชื่นชอบฟังวิทยุ โดยมีวิทยุ FM แบบทศนิยมหนึ่งจุดมาให้ใช้งาน ในภาคสัญญาณถือว่าคมชัดใช้ได้ครับ ส่วนฟีเจอร์ก็ให้มาอย่างครบถ้วน เช่นการบันทึกไว้ฟังในแบบออฟไลน์ภายหลัง

Music Player มาพร้อมจุดเด่นด้าน Software ด้วยฟีเจอร์ DeepField เอฟเฟ็กต์เสียงที่พัฒนาโดย Vivo ทำให้เสียงที่ได้มีความนุ่มลึก คมชัดใสเคลียร์ รองรับการจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง 360 องศา อีกทั้งยังปรับแต่งเสียงผ่าน EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลง Vivo Y12 นั้นไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

Video Player บน Vivo Y12 รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงระดับ HD ได้ค่อนข้างลื่นไหล แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปฯชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น

ทดสอบการเล่นเกม

 

ROV เกมแนว MOBA สุดฮิต แม้จะไม่ได้เปิดโหมดเฟรมเรทสูง แต่ภาพรวมเมื่อทดสอบเล่นบน Vivo Y12 ไม่ว่าจะช่วงเดินเล่นชิล ๆ หรือยกพวกตะลุมบอนหมู่ก็ไม่มีอาการแลคหรืออาการกระตุกให้เห็นแต่อย่างใด

Asphalt 9 มาพร้อมกราฟฟิกสวยงาม แน่นอนว่าต้องการทรัพยากรทางด้าน Hardware ที่แรงอยู่ไม่น้อย ซึ่ง Vivo Y12 นั้นเล่นเกมนี้ได้ค่อนข้างลื่นไหลพอตัว

ปิดท้ายกันไปด้วย PUBG เกม Tactical-FPS สามมิติเต็มรูปแบบ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ต้องการทรัพยากรขั้นสูง ซึ่งไม่มีปัญหากับ Vivo Y12 แต่อย่างใด เพราะเมื่อเปิดใช้งาน Ultra-Game Mode จะช่วยเพิ่มสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ Vivo Y12 เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบสนองในการเล่นเกมได้อย่างดีเยี่ยมในราคาที่เอื้อมถึง

ทดสอบกล้องหน้า/หลัง

กล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่ให้ความคมชัดและขับเคลื่อนด้วย AI หรือปัญญาประดิษฐ์อันชาญฉลาด โดยจุดขายยังคงเป็น AI Face Beauty ที่สามารถวิเคราะห์เพศและใบหน้า พร้อมปรับแต่งให้ภาพถ่ายเซลฟี่ออกมาสวยงามตรงใจผู้ใช้งานโดยไม่ต้องเสียเวลามาปรับแต่งในภายหลัง สำหรับโหมด Face Beauty สามารถเลือกใช้งานโหมด AI และเลือกปรับตั้งเองได้ 6 ระดับ

ทดสอบกล้องหน้าในโหมด Auto โดยยังไม่เปิด AI Face Beauty การเก็บรายละเอียดและความคมชัดของกล้องหน้าทำผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

เปิดใช้งานโหมด AI Face Beauty ภาพที่ได้ดูสวยงามขึ้นแบบสัมผัสได้ ทั้งในส่วนของโครงสร้างของใบหน้าและสกินโทนที่ปรับแต่งให้มีความกระจ่างใสในแบบเป็นธรรมชาติ

 

ทดสอบการเปิด AI Face Beauty แบบปรับระดับเอง โดยรูปซ้ายเปิด AI Face Beauty ระดับ 1 ภาพตรงกลางระดับ 3 และภาพขวาเปิด AI Face Beauty ระดับ 6

กล้องหน้ามีโหมด AI Portrait ที่สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่ง Vivo Y12 ทำผลงานได้น่าประทับใจทั้งในเรื่องของการละลายฉากหลังที่ดูมีความเป็นธรรมชาติ พร้อมเก็บดีเทลของเส้นขอบได้ค่อนข้างดีอีกด้วย

ปิด AI HDR

เปิดใช้งาน AI HDR (ค่าเริ่มต้นจะถูกเปิดใช้งานไว้แล้ว)

AI Blacklight HDR ประโยชน์ของโหมดนี้ก็คือเมื่อเราถ่ายเซลฟี่หรือถ่ายรูปด้วยกล้องหลังในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างมาก ๆ หรือเมื่อย้อนแสง ถ้าเปิด HDR จะช่วยในเรื่องการเกลี่ยสภาพแสงโดยรวมและดีเทลของภาพให้มีความสมดุล อีกทั้งยังช่วยให้ใบหน้าของเราไม่ดำเนื่องจากการถ่ายย้อนแสงอีกด้วย

ตัวอย่างภาพด้านบนจะเห็นว่าท้องฟ้าและฉากหลังนั้นสว่างจ้าจนเกินไป ส่วนภาพด้านล่างเมื่อเปิด HDR แล้วจะมีการเกลี่ยแสงที่สมดุล อีกทั้งสามารถดึงรายละเอียดกลับมาทั้งใบไม้และท้องฟ้าที่ด้านหลัง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโหมดที่มีประโยชน์และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของเรา

สำหรับกล้องหลัง จะมีโหมด Face Beauty มาให้ใช้งานเหมือนกล้องหน้า แต่จะเป็นการเลือกระดับบิวตี้ด้วยตนเอง (ไม่มี AI) ส่วน AI Portrait ของกล้องหลังจะสามารถเลือกค่ารูรับแสงเองได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งก่อนถ่าย หรือปรับค่ารูรับแสงจากรูปที่ถ่ายไปแล้วผ่านทางแอปฯอัลบั้ม

ทดสอบกล้องหลังในโหมด Auto

ทดสอบกล้องหลังในโหมด Face Beauty โดยไล่ระดับจากการปรับตั้งค่าเองที่ระดับ 1/3/6 (ซ้ายไปขวา)

กล้องหลังสามเลนส์แสดงศักยภาพออกมาทั้งในแง่ของภาพถ่ายมุมกว้างพิเศษ และเลนส์ Depth Camera ที่ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลได้น่าประทับใจไม่แพ้กล้องใหญ่ โดยในโหมด AI Portrait ของ Y12 ทำการละลายฉากหลังได้เนียนตา ดูเป็นธรรมชาติ และสามารถเก็บรายละเอียดของตัวแบบได้ดีอีกด้วย

AI Super Wide-Angle

 

Auto mode

 

เป็นเทรนด์ของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ ที่ต่างก็จับเลนส์มุมมองกว้างมาเป็นจุดขายสำหรับกล้องหลัง 3 เลนส์ โดย Vivo Y12 ถือว่าเป็นรุ่นเล็กแต่ก็มาพร้อม AI Super Wide-Angle ที่สามารถถ่ายภาพมุมกว้างเป็นพิเศษได้เหมือนรุ่นพี่ในซีรีส์ V ทำให้สามารถเก็บภาพวิวทิวทัศน์ หรือหมู่คณะผองเพื่อนได้อย่างครบถ้วนไม่ตกหล่นอีกต่อไป

Auto mode

เปิดใช้งาน AI Super Wide-Angle Camera มุมมองกว้างพิเศษ

จากนี้ไปดูภาพรวม ๆ จากกล้องหลังของ Vivo Y12 กันต่อได้เลยครับ

สรุป Vivo Y12

“สเปคในภาพรวมอาจจะไม่ได้แรงเท่าซีรีส์ V แต่ในด้านการใช้งานจริงถือว่าทำได้ดีสมราคาค่าตัว”

สำหรับ Vivo Y12 นั้นโดดเด่นตั้งแต่การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่อง ที่เลือกใช้โทนสีแบบทูโทน สามารถแสดงสีสันที่แตกต่างกันได้ยามเมื่อมีแสงตกกระทบกับตัวเครื่อง  และยังมาพร้อมหน้าจอ Halo FullView Display ที่ใหญ่เต็มตา รองรับการใช้งานทั่วไปและด้านความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม

ส่วนกล้องหลัง 3 เลนส์ Triple Camera และกล้องหน้าทำผลงานได้ดี ไม่แพ้รุ่นพี่ Y17 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านั้น ส่วนที่ขาดไปก็คือ ฟีเจอร์ชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging แต่ก็แลกมาด้วยราคาเปิดตัวที่ถูกกว่า Y17 จึงทำให้ Vivo Y12 เป็นสมาร์ทโฟน entry level สุดคุ้ม สำหรับคนที่มองหาสมาร์ทโฟนดีไซน์สวย จอใหญ่ แบตอึด ในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ๆ อย่างแท้จริง

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น