Home REVIEW รีวิว : Vivo V7+ ที่สุดของสมาร์ทโฟนเซลฟี่กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล พร้อมจอ FullView Display

เมื่อปลายปีที่แล้ว Vivo ได้เปิดตัว Vivo V5 สมาร์ทโฟนในตระกูล V Series ที่มากล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มาปีนี้ได้เปิดตัว Vivo V7+ ในคอนเซปต์ Perfect Shot อัปเกรดกล้องหน้าเซลฟี่ 24 ล้านพิกเซล เท่านั้นไม่พอยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบเต็มจอที่เรียกว่า FullView Display อีกด้วย 

นอกจากกล้องหน้าเซลฟี่ที่มีคมชัด และจอแบบ FullView Display แล้ว Vivo V7+ ยังอัดแน่นด้วยสเปกภายในที่น่าสนใจอีกมากมาย เรามาดูว่า Vivo V7+ รุ่นนี้จะเซลฟี่ได้คมชัดกว่าเดิมแค่ไหนกันเลยดีกว่า

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งเครื่อง Vivo V7+ มีขนาดเล็กพอดีกับตัวเครื่อง ด้านหน้ากล่องมาพร้อมรูปเครื่อง ชื่อรุ่น สโลแกน Perfect Shot จุดเด่นกล้องหน้าเซลฟี่ 24 ล้านพิกเซล และโลโก้ Vivo FIFA World Cup ที่ Vivo ผู้สนับสนุนสมาร์ทโฟนในมหกรรม FIFA World Cup ปี 2018 และ 2022 อย่างเป็นทางการ และด้านหลังจะมีไอคอนสเปกเด่นๆ

Vivo V7+

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบกับตัวเครื่อง และอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อแดปเตอร์ชาร์จไฟ, สายดาต้าลิงค์แบบ microUSB , ชุดหูฟังแบบ in-ear ขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., เคสซิลิโคนแบบใส, อุปกรณ์จิ้ม SIM Card, ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งาน ส่วนฟิล์มกันรอยนั้นติดให้เรียบร้อยแล้ว

รูปลักษณ์ดีไซน์

Vivo V7+ มีรูปลักษณ์ดีไซน์โฉมใหม่ที่ต่างจากรุ่น V5 Series สิ้นเชิง โดยมาพร้อมรูปทรงที่เพรียวยาวขึ้น ด้วยขนาด 155.87 x 75.74 x 7.7 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 160 กรัม เรียกว่าเป็นขนาดไม่ใหญ่เกินไป รวมถึงน้ำหนักที่เหมาะมือกำลังดี และด้านหลังเป็นพื้นผิวด้านทำให้ไม่ลื่นมทอเวลาถือจับใช้งาน

ด้านหน้าเครื่อง ด้านบนสุดจากซ้ายไปขวามีเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 24 ล้านพิกเซล, ช่องลำโพงสนทนา, เซ็นเซอร์ต่างๆ ทั้งหมุนหน้าจออัตโนมัติ และปิดหน้าจออัตโนมัติ และไฟแฟลช LED แบบ Moon Light สำหรับถ่ายภาพในที่แสงน้อย

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล FullView Display แบบ IPS LCD  16 ล้านสี ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด HD+ 1440 x 720 พิกเซล ในอัตราส่วน 18:9 ที่ดูไม่ใหญ่เพราะลดพื้นที่ด้านบนและด่านล่างทำให้ได้พื้นที่หน้าจอในขนาดเครื่องเท่าเดิม ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 4

ด้านหลังเครื่อง ฝาหลังทำจากพลาสติกพื้นผิวเรียบ โดยมุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ตามด้วยโลโก้ Vivo และตรงกลางด้านล่างมีตัวอักษร Design by Vivo – Vivo Mobile Communication Co.,Ltd

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ถาดแบบ Triple Slot สล็อตใส่การ์ดเป็นถาดแบบ 3 ช่องเพื่อความสะดวกสบาย สามารถติดตั้งทั้งซิมการ์ดและ microSD ได้พร้อมกัน ที่แยกถาดใส่ซิมการ์ด 2 SIM ซึ่งรองรับซิมการ์ดแบบ nanoSIM และแยกถาดวาง microSD card มาให้

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง

ด้านล่างเครื่อง ตรงกลางมีช่องเสียบชาร์จไฟและสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ส่วนด้านซ้ายมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. กับช่องไมโครโฟน และด้านขวามีช่องลำโพงเสียง

สเปก Vivo V7+

ขนาด 155.87 x 75.74 x 7.7 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 160 กรัม
หน้าจอ FullView Display แบบ IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด HD+ 1440 x 720 พิกเซล ขนาด 5.99 นิ้ว
หน่วยประมวลผล Octa-core Cortex-A53 ความเร็ว 1.8GHz, ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 450, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506
RAM 4GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบ Moon Light, รูรับแสง f/2.0, กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, ระบบ Autofocus, ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus), รูรับแสง f/2.0 พร้อมไฟแฟลช LED
ระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat ครอบทับด้วย Funtouch OS 3.2
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n/ac, hotspot, GPS, Bluetooth 4.2, microUSB 2.0, USB On-The-Go
รองรับระบบ 4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 3,225 mAh
ราคา 11,990 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Vivo V7+ รันบนระบบปฏิบัติการ Andoid 7.1.2 Nougatow ครอบทับด้วย Funtouch OS 3.2 ที่ทำงานได้อย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด ในส่วนของหน้าจอล็อคสกรีนสามารถโทรออก และเปิดโหมดกล้องได้ทันทีโดยไม่ต้องปลดล็อคหน้าจอ ส่วนหน้าจอหลักนั้น มีหน้าจอเริ่มต้นให้ใช้ทั้งหมด 2 หน้าด้วยกัน และสามารถเพิ่มได้ตามจำนวนแอปที่ดาวน์โหลดมา ด้านบนเมื่อใช้นิ้วแตะลากลงมาจะเป็นส่วนแสดงรายละเอียดเครือข่ายที่ใช้งาน กิจกรรมล่าสุด และการแจ้งเตือนต่างๆ ส่วนด้านล่างเมื่อใช้นิ้วแตะแล้วลากขึ้นมาหรือแตะที่ปุ่มเมนูค้างไว้จะแสดงข้อมูลแอปที่เพิ่งเปิดใช้งานไป รวมทั้งตั้งค่าปรับความสว่างหน้าจอ ปรับเพิ่งลดระดับเสียง และตั้งค่าเชื่อมต่อต่างๆ

ดาวน์โหลด ปรับแต่งธีม เปลี่ยนภาพพื้นหลัง และภาพหน้าจอล็อคสกรีนได้ผ่านทาง iTheme

จัดการพื้นที่ต่างๆ ภายในเครื่องให้ลื่นไหลขึ้น ด้วยการล้างข้อมูลขยะต่างๆ ในตัวเครื่อง หรือตั้งค่าการรับส่งข้อมูล รายละเอียดของข้อมูล รวมไปถึงการตั้งค่าเกี่ยวกับการใช้บริการเครือข่ายด้วย iManager

รองรับการใช้งาน 2 ซิม และรองรับเครือข่าย 4G LTE สามารถใช้งาน 4G/3G ได้พร้อมกัน 2 ซิม

มีโหมดการใช้งานอัจฉริยะที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ต่างๆ ได้แก่ ใช้งานโดยไม่สัมผัส, เปิด/ปิดหน้าจอแบบอัจฉริยะ, การโทรอัจฉริยะ, เขย่าเพื่อเปิดไฟฉาย, ซูมโดยการเอียงโทรศัพท์ และการเตือนอัจฉริยะ

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง ซึ่งก่อนใช้งานจะต้องทำการลงทะเบียนลายนิ้วมือพร้องตั้งรหัสแบบ PIN หรือแบบอื่นๆ ก่อน

นอกจากนี้ยังรองรับการสแกนใบหน้า “Facial Recognition” เพื่อปลดล็อคหน้าจอได้

สำรองข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ ข้อความ หรือโน้ตต่างๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน VivoCloud

รองรับระบบเสียง HiFi โดยใช้ชิปเสียง AK4376 พร้อมรองรับการปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ และฟังผ่านชุดหูฟังเท่านั้น

มาพร้อมโหมด Smart Split 3.0 สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นได้พร้อมกัน 2 แอป โดยรองรับ Google Play Movies, วิดีโอ, ข้อความ, ตัวจัดการไฟล์, เครื่องคิดเลข,  YouTube, Facebook และ Line และแยกหน้าจอง่ายๆ เพียงใช้ 3 นิ้วสไลด์หน้าจอลงมา

ติดตั้ง App Clone สามารถใช้งานแอปสังคมออนไลน์ต่างๆ ได้ 2 บัญชี

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

Vivo V7+ มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบ Soft Light สำหรับถ่ายภาพในที่แสงน้อย ค่ารูรับแสง f/2.0 โดยมีโหมดใบหน้าสวยที่สมารถปรับผิวนวล โทนสกิน (ค่าอมชมพู) และปรับขาว ที่ช่วยให้ถ่ายเซลฟีออกมาให้อย่างเนียนใสวิ้งเลยทีเดียว

รวมทั้งมีโหมดเซลฟี่กลุ่ม, โหมด HDR  และโหมด Bokeh สำหรับถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าเปิด/ปิดเสียงชัตเตอร์ แตะเพื่อถ่าย ยกฝ่ามือเพื่อถ่ายภาพอัตโนมัติ ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ มีระบบตรวจจับแยกเพศชายหญิงเพื่อปรับค่าผิวนวลได้ บันทึกวิดีโอในระดับ Full HD 1080 พิกเซล และใส่ลายน้ำในภาพได้

ส่วนกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และรูรับแสง F/2.0 มีโหมดใบหน้าสวยเหมือนกล้องหน้า, โหมดพาโนรามา, โหมด Ultra HD  64 ล้านพิกเซล, โหมด PPT, โหมดถ่ายภาพมืออาชีพ, โหมดภาพเคื่อนไหวช้า และโหมดภาพต่อเนื่อง โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4608 x 3456 พิกเซล ส่วนวิดีโอ บันทึกได้ที่ความละเอียด Full HD 1080 พิกเซล

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

Vivo V7+ ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa-core ความเร็ว 1.8 GHz Cortex-A53 โดยใช้ชิปเซ็ท  Qualcomm Snapdragon 450, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506, RAM 4GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64GB เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV ที่มีภาพกราฟิกสูง สามารถเล่นได้ แต่ก็มีกระตุกบ้าง ส่วนเกมอื่นๆ อย่าง Final Fantasy Awakening สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น โดยไม่มีสะดุด หรืออาการหน่วงให้เห็นเลย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

แต่เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามว่าทำไมไม่ใช้ชิปเซ็ทในตรกูล 600 เหมือน Vivo รุ่นก่อน ก็ต้องบอกว่า Snapdragon 450 เป็นชิปเซ็ทที่ปรับปรุงจากชิปเซ็ท Snapdragon 625 mี่มีกระบวนการผลิตที่ 14nm ช่วยประหยัดพลังงาน 30% และมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 25%

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Vivo V7+ ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Vivo V7+ ผ่านแอป GeekBench 4

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาด 3,225 mAh พร้อมโหมดสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ  และโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 14-15 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น โดยรวมแล้วสามารถใช้งานได้ใน 1 วันสบายๆ

บทสรุป

Vivo V7+ ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ออกมาสานต่อความสำเร็จของสมาร์ทโฟนเซลฟี่ในตระกูล V5 Series โดยชูจุดเด่นที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่าละเอียดสุดในตอนนี้ พร้อมโหมดใบหน้าสวยเวอร์ชั่น 7.0 (Face Beauty 7.0) ที่ถ่ายได้าวเนียนใสวิ้งกันเลยทีเดียว  

นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอแบบเต็มจอ FullView Display ในอัตราส่วน 18:9 ทำให้รับชมความบันเทิงได้อย่างเต็มอารมณ์ รวมทั้งมีฟังก์ชั่นสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว, ใช้ชิปเสียง AK4376 Hi-Fi ที่ให้เสียงที่มีคุณภาพ และอัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ อย่างครบครัน ในราคาเพียงราคา 11,990 บาท 

ใครที่สนใจสามารถคลิ๊กสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ >>> https://goo.gl/LTHtpf

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE