Home NEWS รีวิว : Vivo V17 เปิดมุมมองใหม่ด้วยหน้าจอ Ultra O Screen ผสานดีไซน์เฉียบคม จัดเต็มด้วยกล้องหลัง AI 4...

 

Vivo V17 เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของทางค่ายวีโว่ ที่เปิดตัวมาพร้อมหน้าจอ Ultra O Screen พร้อมฝังกล้องหน้าไว้ภายใน โดยมีความโดดเด่นด้วยออกแบบให้ตัวกล้องมีขนาดเล็กกะทัดรัดและให้ความกลมกลืนไม่รบกวนสายตา แต่ยังคงความละเอียดสูงไว้ได้ถึง 32 ล้านพิกเซล

ส่วนสเปคนั้นจัดเต็มไม่แพ้รุ่นพี่ Vivo V17 Pro ที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านั้น และเมื่อรวมกับดีไซน์ที่สวยเฉียบคม แฝงไว้ด้วยความพรีเมี่ยม และกล้องหน้าที่ถ่ายเซลฟีได้สวยใส ในทุกสภาพแสง ผสานกล้องหลัง AI 4 เลนส์ คมชัดด้วยความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล จึงส่งผลให้ Vivo V17 เป็นสมาร์ตโฟนที่มีความครบครันครบเครื่องส่งท้ายปี ที่แฟน ๆ ค่ายวีโว่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

สเปคเบื้องต้น  Vivo V17

 

ขนาด 159.01×74.17×8.54 มม.
น้ำหนัก 176 กรัม
หน้าจอแสดงผล หน้าจอ Ultra O Screen Display ชนิด Super AMOLED  ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 1080 × 2400 (FHD+) อัตราส่วน 20:9 ขอบเขตสี DCI-P3 100% รองรับ In-display Fingerprint Scanning
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 675 AIE (11 nm) หน่วยประมวลผล Octa-core (2×2.0 GHz Kryo 460 Gold & 6×1.7 GHz Kryo 460 Silver) หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 612
RAM 8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB
หน่วยความจำเสริม microSD, up to 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง: 4 เลนส์ AI Quad Camera  

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8
  • เลนส์ Super Wide Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4
  • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4

——————————————————-

กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.45

——————————————————-

โหมดการถ่าย

Front: Super night selfie, Portrait light effects (Portrait bokeh included), AR stickers, Pose Master, Filters, AI Makeup, AI HDR, Burst, Gender detection, Take Photo, Video record and etc.

Rear: Super night mode, Ultra Stable Video, Portrait bokeh, Portrait light effects, AR stickers, Pose Master, Filters, AI Makeup, Super EIS for videos, Super wide-angle (Photo+Video), Super macro, Portrait framing, AI HDR, Burst, SLO-MO, PRO Mode, Panorama, AI Scene Recognition, DOC, Take Photo, Video record and etc.

ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย (Funtouch 9.2)
เชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz, 5GHz
บลูทูธ 5.0 support A2DP, LE
GPS, Beidou, Galileo, GLONASS
รองรับระบบ รองรับการทำงาน Dual-SIM  2 ซิมการ์ด Dual SIM and Dual Standby

  • 2G GSM : B2/3/5/8
  • 3G WCDMA : B1/5/8
  • 4G FDD-LTE : B1/3/5/8/28
  • 4G TDD-LTE : B38/40/41
แบตเตอรี่ 4,500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Dual Engine Fast Charge (9V-2A) 18W
สี/ราคาวางจำหน่าย สีที่วางจำหน่ายในไทย Crystal White, Admiral Blue ราคาเปิดตัว 11,999 บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

 

ตัวกล่องมาในโทนสะอาดตา พร้อมขับเน้นจุดเด่นของ V17 ทั้งในส่วนของกล้องหน้าเจาะรูขนาดเล็กความละเอียดจัดเต็ม 32 ล้านพิกเซล ผสานด้วยกล้องหลัง AI 4 เลนส์ และหน้าจอ Ultra O Screen ที่มาพร้อมระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอแสดงผล ส่วนมุมขวาบนจะกำกับขนาดความจุ RAM และ ROM ซึ่ง V17 นั้นจัดเต็มมาก ๆ โดยให้ RAM 8GB และ ROM 256GB เลยทีเดียว

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

1. อแดปเตอร์ชาร์จไฟ OUTPUT 5V – 2A / 9V – 2A รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W

2. หูฟังสมอลทอร์ค

3. สายดาต้าลิงค์แบบ Type-C

4. เคสซิลิโคนแบบใส

5. อุปกรณ์เปิดถาด SIM Card

6. ใบรับประกัน, และคู่มือการใช้งาน

สำหรับฟิล์มกันรอยได้มีการติดมาให้เรียบร้อยแล้วจากโรงงาน

Vivo V17 เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของทางค่ายที่มาพร้อมหน้าจอเจาะรูฝังกล้องไว้ภายใน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ขนาดของกล้องหน้าที่ออกแบบให้มีขนาดที่เล็กมาก ๆ และดูกลมกลืนไม่รบกวนสายตา แต่ยังสามารถคงความละเอียดของกล้องหน้าได้สูงถึง 32 ล้านพิเซล  ส่วนดีไซน์ในภาพรวมยังคงมีกลิ่นอายจากรุ่นพี่ V17 Pro อยู่บ้าง แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างก็คือ โมดูลกล้องด้านหลังได้รับแรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ของกล้องคอมแพค โดยถูกออกแบบให้มีความสมมาตรตามหลักเรขาคณิตที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมการดีไซน์แบบ Retro-styled โดยกล้องหลัง 4 ตัวจัดวางเลย์เอาท์อยู่ในมุมโค้งอันหรูหราของกรอบสี่เหลี่ยม

สำหรับสี Crystal White ที่ทางเว็บได้มารีวิว จะเป็นการใช้สีขาวผสานเข้ากับสีเขียวเทอคอยซ์ได้อย่างสวยงามลงตัว โดยผ่านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ด้วยการเคลือบชั้นสีในเลเยอร์อย่างมีระดับ ส่งผลให้ตัวเครื่องจะแสดงสีสันที่แตกต่างกันยามเมื่อแสงตกกระทบกับตัวเครื่องในมุมต่าง ๆ

สำหรับวัสดุในภาพรวมเป็นโพลีคาร์บอเนต ผสาน Aluminium ในแบบ Unibody ที่มีความเพียวบาง และมี curve ที่สมดุลทั้ง 4 มุม ส่งผลให้สามารถจับถือได้ถนัด ไม่ลื่นหลุดมือได้โดยง่าย

เปิดมุมมองใหม่ด้วยหน้าจอแสดงผล Ultra O Screen Display ชนิด Super AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 1080 × 2400 (FHD+) ในอัตราส่วน 20:9 มีขอบเขตสี DCI-P3 100%  รองรับ In-display Fingerprint Scanning

กล้องหน้าเจาะรูที่ออกแบบให้มีขนาดเล็กกว่าทุกแบรนด์ในท้องตลาด และถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็ยังคงความโดดเด่นด้วยความละเอียดที่สูงถึง 32 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายเซลฟีในโหมด Super Night Selfie ได้อีกด้วย ทำให้ Vivo V17 สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ยามค่ำคืนได้อย่างประทับใจ

กล้องหลังจัดเต็มสุดคมชัดด้วย AI Quad Camera 48 ล้านพิกเซล โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8
  • เลนส์ Super Wide Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4
  • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4

ด้านบนตัดขอบด้วยสีบรอนซ์เงิน พร้อมออกแบบให้มีความโค้งเว้า ทำให้ดูมีเส้นสายและเกิดมิติที่สวยงาม สำหรับด้านบนของตัวเครื่องจะมีไมค์ตัดเสียงรบกวนและทำหน้าที่เป็นไมค์ที่ใช้ในการบันทึกเสียงด้วย

ด้านล่างประกอบไปด้วย ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ไมค์สนทนา พอร์ต Type-C และลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ฝั่งขวามือของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์ที่จัดวางตำแหน่งได้ดีมาก คือไม่อยู่สูงหรือต่ำจนเกินไป ส่งผลให้สามารถใช้งานด้วยมือเดียวได้อย่างสะดวกคล่องตัว ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นที่อยู่ของช่องถาดซิมการ์ด

ตัวถาดซิมของ Vivo V17 เป็นแบบ Triple Slot ที่รองรับการใช้งาน 2 ซิมพร้อมสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ได้สูงสุดถึง 256GB

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน Vivo V17 

 

Vivo เป็นค่ายแรกที่นำเสนอนวัตกรรม In-Display Fingerprint Scanning หรือการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการอัพเกรดและพัฒนาตัวเซ็นเซอร์ให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น โดยเจนเนอเรชั่นล่าสุดมีการอัพเกรดตัวเซ็นเซอร์ใหม่แบบ 3 ชิ้นเลนส์ จึงส่งผลให้การทำงานมีความรวดเร็วแม่นยำที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่ายอื่น ๆ ต้องบอกเลยว่าการปลดล็อคนั้นมีความเร็วที่เหนือกว่าแบบสัมผัสได้จริง

สำหรับฟีเจอร์ In-Display Fingerprint Scanning บน Vivo V17 รองรับการบันทึกลายนิ้วมือได้สูงสุดที่ 5 ลายนิ้ว และนอกจากนี้ยังมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 6 รูปแบบ ซึ่งจะช่วยเสริมให้ขณะใช้งานดูมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ส่วนระบบ Face Unlock บน Vivo V17 มีความรวดเร็วแม่นยำ ไม่แพ้ระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ โดยใช้เวลาไม่ถึง 0.60 วินาที และยังทำงานได้ดีแม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้โดยไม่มีปัญหา และมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 4 รูปแบบ อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือได้เป็นอย่างดี ทำให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการปลดล็อกที่ผสานทั้ง 2 ระบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

Ultra O Screen Display

 

Vivo V17  อัพเกรดจอแสดงผลด้วยวัสดุ E3 OLED รุ่นใหม่คุณภาพสูงบนพาเนล Super AMOLED โดยมีหน้าจอขนาด 6.44 นิ้ว ที่ใหญ่เต็มตา สามารถแสดงขอบเขตสีตามมาตรฐาน DCI-P3 ได้สูงถึง 100% จึงให้สีสันที่สวยงามสมจริง และยังมาพร้อมกับอัตราส่วนขนาดใหม่ 20:9 ที่พร้อมตอบโจทย์ด้านการรับชมคอนเทนต์และการเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Vivo V17  ยังเป็นสมาร์ตโฟนที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน TÜV ประเทศเยอรมัน ในด้านความปลอดภัยจากจากแสงสีฟ้า ซึ่งเมื่อเทียบกับจอ E2 ทั่วไปสามารถกรองแสงสีฟ้าได้ถึง 42% รวมถึงยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวขณะหน้าจอมีความสว่างต่ำ (anti-flicker) ที่จะช่วยดูแลดวงตาของผู้ใช้งานในทุกสภาพแสง

Always On Display

 

Vivo V17 มาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษ Always On Display ที่ใช้พลังงานต่ำ จากคุณสมบัติพิเศษ Self-illuminating ของจอ Super AMOLED ทำให้เราไม่พลาดในการดูแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ในรูปแบบเรียลไทม์

และนอกจากจะทำให้การดูเวลากับการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีความสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้นแล้ว ผู้ใช้งานยังปรับแต่งรูปแบบการแสดงผลของนาฬิกา, แบล็คกราวน์และสี แถมยังสามารถดาวน์โหลดรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้งานได้อีกด้วย

Ultra-Game Mode

 

“Ultra-Game Mode” บน Vivo V17 มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ Multi-Turbo เหมือนกับรุ่นพี่ที่ได้เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านั้น สำหรับ Ultra-Game Mode ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมขั้นสุด สามารถเล่น E-sports ได้อย่างมืออาชีพโดยใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

และนอกจากนี้ยังมี AI Turbo ที่มีความฉลาดในการสั่งงาน ซึ่งช่วยให้สามารถเรียกใช้งานแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อยให้เร็วยิ่งขึ้นถึง 20% และยังโดดเด่นด้วยฟังก์ชัน Cooling Turbo ที่ออกแบบโครงสร้าง และระบบจัดการความร้อนให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีกหนึ่งฟังก์ชัน Game Turbo มีระบบการเข้าถึง และการเพิ่มประสิทธิภาพขั้นสูงสำหรับการเล่นเกม (PUBG Mobile และ Mobile Legend) นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่อำนวยความสะดวกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ดียิ่ง

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง Game Countdown ที่สามารถเตือนถึงเวลาที่เหลือก่อนที่เกมจะเริ่ม เพื่อช่วยให้เราเตรียมตัวหรือสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นในขณะรอเกมจะรันขึ้นนั่นเอง

และโหมดล่าสุด 4D Vibration ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์สั่นสะเทือน ส่งผลให้การเล่นเกมต่อสู้ได้ดุเดือด มีความสมจริง เช่นการสั่นตอบสนองในเวลาที่ยิงปืน หรือการชน การกระแทกเป็นต้น

Voice Changer ฟังก์ชันเปลี่ยนเสียงในเกม ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกเอฟเฟกต์เสียงตัวละครที่หลากหลายระหว่างเล่นเกมกับเพื่อนร่วมทีม โดยเปลี่ยนเป็นเสียงย่านต่ำ หรือเสียงที่ให้ความตลกขบขัน ทำให้การสนทนาระหว่างการเล่นเกมนั้นสนุกสนาน และมีสีสันมากยิ่งขึ้น

Game Center เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ โดยเป็นศูนย์รวมของเกมที่น่าสนใจ มีการแบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและดาวน์โหลด นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญในระหว่างการเล่นเกม เช่น ดูข้อมูล CPU อุณหภูมิ และปริมาณข้อมูลการใช้งาน โดยทำงานร่วมกับ Ultra Game Mode ที่สามารถปิดข้อความ และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ในขณะเล่นเกม ให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่

Dual-Engine Fast Charging

 

Vivo V17  มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4,500mAh ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานครบวัน แถมยังมีระบบชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี Dual-Engine Fast Charging ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาที สามารถชาร์จได้ถึง 24% พร้อมระบบป้องกันความปลอดภัยถึง 9 ชั้น ซึ่งถือว่าชาร์จได้ไวและมีความปลอดภัยที่น่าประทับใจมาก ๆ

ทั้งนี้ควรใช้สาย Micro USB และอแดปเตอร์ชาร์จที่ให้มาในกล่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

 

Vivo V17 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.2 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ในภาพรวมไม่ได้ปรับเปลี่ยน UI แต่มีการย้ายเมนูบางส่วนเล็กน้อย ซึ่งในภาพรวมยังคงเน้นประสบการณ์ใช้งานที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสะดวกคล่องตัวเหมือนเช่นเคย อีกทั้งผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนธีม หรือภาพพื้นหลังรวมถึงรูปแบบตัวอักษรได้ตามใจชอบ รวมทั้งสามารถเข้าถึงทางลัดการใช้งานด่วนผ่านทาง Jovi AI Engine ผู้ช่วยอันชาญฉลาด พร้อมทั้งตั้งค่ารูปแบบ Home Screen ได้อย่างยืดหยุ่น

หากไม่คุ้นหรือชินตากับกล้องหน้าที่เจาะรูไว้ ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้การซ่อนกล้องหน้าด้วยแถบดำที่จะสร้างความกลมกลืนให้กับจอแสดงผล โดยเลือกแอปที่ต้องการให้ซ่อนกล้องหน้าได้ในเมนูการตั้งค่า “การแสดงผลและความสว่าง”

Dark Mode ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การใช้งานในตอนกลางคืนเป็นไปอย่างราบลื่น และส่งผลดีต่อสุขภาพดวงตาของของผู้ใช้งาน โดยฟีเจอร์ Dark Mode หลักการทำงานจะเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำ เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมในที่แสงน้อยได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งช่วยทั้งเรื่องของการประหยัดพลังงาน พร้อมถนอมสายตา และก่อให้เกิดความผ่อนคลายแก่ผู้ใช้งานอีกทางหนึ่งด้วย

(Dark Mode สามารถใช้งานได้กับบางแอปฯ)

Vivo V17 มาพร้อมฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรที่มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี Full Netcom 4.0 ทำให้สามารถสามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G  มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย

ฟีเจอร์อื่น ๆ ในด้านการโทรที่ให้มาก็ถือว่าครบถ้วนและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวัน เช่นฟีเจอร์บล็อคสาย บล็อคข้อความ ได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถบันทึกสายขณะโทรได้โดยตรง ไม่ต้องลงแอปเพิ่มเติมแต่อย่างใด

สำหรับปุ่มนำทาง สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ และสามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100%

โดย Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เหลือพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบการสั่งการแบบไหน เช่นการลากจากขอบด้านล่างจากตำแหน่งตรงกลาง เพื่อกลับไปที่หน้าโฮม ซึ่งก็เหมือนการกดที่ปุ่มโฮมนั่นเอง

โหมดใช้งานมือเดียวและการจับภาพหน้าจอที่มีความหลากหลาย สำหรับการจับภาพหน้าจอก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์พิเศษของ Vivo โดยสามารถจับภาพหน้าจอได้ยืดหยุ่นมาก ๆ ทั้งการลาก 3 นิ้วขึ้นไปจากหน้าจอแสดงผล

รวมไปถึงการจับภาพหน้าจอแบบยาวๆ หรือรูปแบบอิสระ อีกทั้งยังบันทึกหน้าจอในรูปแบบของวีดีโอได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ได้พร้อม ๆ กันถึง 2 แอคเคาท์ในเครื่องเดียว

ฟีเจอร์ยอดนิยมของสมาร์ตโฟนในยุคนี้ ต้องมีการแบ่งหน้าต่างเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่นไปพร้อม ๆ กัน เช่นแชทไปด้วยด้วยพร้อมดู YouTube ในขณะเดียวกัน

ซึ่งบน Vivo V17 นั้นเรียกใช้งานการแบ่งหน้าจอได้ง่าย ๆ เพียงลาก 3 นิ้วจากด้านบนลงไปยังด้านล่าง ก็จะสามารถใช้งาน 2 แอปฯในหนึ่งหน้าจอได้ในทันที

โหมดการใช้งานอัจฉริยะ เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ตโฟนของ Vivo ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่น วาดตัวอักษรบนหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่น, ปลดล็อคด้วยการโบกมือผ่านหน้าจอ การแจ้งเตือน การรับสายหรือเปลี่ยนเป็นโหมดแฮนด์ฟรีอัตโนมัติ ฯลฯ

โหมดมอเตอร์ไซค์และโหมดสำหรับเด็ก , ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลและการควบคุมโดยผู้ปกครอง เป็นโหมดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจจาก Vivo ไปยังลูกค้าหรือผู้ใช้งานอย่างแท้จริง  ยกตัวอย่าง โหมดเด็กเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมทุกวันนี้ ที่เด็กเล็กบางกลุ่มสุ่มเสียงที่จะมีสมาธิสั้น อารมณ์ร้อนและมีพฤติกรรมก้าวร้าวจากการติดเกม ติดโทรศัพท์, Tablet ของผู้ปกครองนั่นเอง

ส่วนโหมดมอเตอร์ไซค์ตรงนี้แม้จะขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานเป็นหลักที่จะเลือกปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของความปลอดภัยหรือไม่ ทั้งการสวมใส่หมวกกันน็อค การปฏิบัติตามกฎจราจร ฯลฯ  แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ในเชิงบวกที่น่าชื่นชมมากๆ ครับ

ฟีเจอร์ในด้านความปลอดภัย Vivo V17 มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยป้องการใช้งานในภาพรวมได้อย่างคลอบคลุม ทั้งข้อมูลส่วนตัวการเข้ารหัสแอป ตู้เซลไฟล์ การล็อคซิมการ์ด และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมายที่สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุด

ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยผู้ช่วยอัฉริยะ i-Manager ที่มาพร้อมความสามารถครบครัน ทั้งสแกนไวรัส ลบไฟล์ขยะ ระบายความร้อน สำรองข้อมูลและจัดการด้านพลังงาน

ในภาพรวม Vivo V17 มีการจัดสรรพลังงานได้น่าประทับใจมาก ถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้ครบวันแบบสบาย ๆ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้แบตเตอรี่ความจุมหาศาลถึง 4,500mAh ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน รวมถึง Firmware ที่ปรับแต่งมาให้สามารถจัดสรรพลังงานได้อย่างเหมาะสม ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมหรือใช้งานหนัก ๆ ก็ไม่ต้องซีเรียสครับ เพราะ Vivo V17 รองรับชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี Dual-Engine Fast Charging ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาที สามารถชาร์จได้ถึง 24% เลยทีเดียว

ประสิทธิภาพ

 

Vivo V17 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 675 AIE บนสถาปัตยกรรม 11 นาโนเมตร  ประมวลผล Octa-core (2×2.0 GHz Kryo 460 Gold & 6×1.7 GHz Kryo 460 Silver) เมื่อทำงานร่วมกับ RAM 8GB แบบ LPDDR4X จึงส่งผลให้สามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้อย่างเต็มศักยภาพ และเมื่อดูจากผลคะแนนแล้วจะเห็นว่า Vivo V17 นั้นแรงกว่ารุ่นพี่ Vivo S1 Pro และ Vivo V17 Pro อีกด้วย

ส่วนในแง่การใช้งานจริงถือว่าเป็นสมาร์ตโฟน Mid-Range ที่มาพร้อมความลื่นไหล และความแรงในระดับที่นำไปใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้แบบสบาย ๆ  สำหรับเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน อาทิ  Gyroscope, Magnetic,  Accelerometer ในส่วนของภาครับสัญญาณ GPS ก็มีความเร็วและความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ

มัลติมีเดียและความบันเทิง

 

Music Player มาพร้อมจุดเด่นด้าน Software ด้วยฟีเจอร์ DeepField เอฟเฟ็กต์เสียงที่พัฒนาโดย Vivo ทำให้เสียงที่ได้มีความนุ่มลึก คมชัดใสเคลียร์ รองรับการจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง 360 องศา อีกทั้งยังปรับแต่งเสียงผ่าน EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลง Vivo V17 นั้นไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

Video Player บน Vivo V17 รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียด 4K ได้อย่างไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น

ทดสอบการเล่นเกม

 

ROV สามารถเล่นบนเฟรมเรทสูงได้ โดยสามารถรักษาความ stable ไว้ที่ระดับ 59-60fps แบบต่อเนื่อง เพราะด้วยสเปคที่แรงแบบจัดเต็มทั้งในส่วนของชิปเซ็ทและ RAM ที่ให้มาถึง 8GB ส่งผลให้ในภาพรวมถือว่าแรงพอที่จะตีป้อมได้อย่างไหลลื่นโดยไม่รู้สึกหัวร้อน

PUBG เลือกการตั้งค่ากราฟิกระดับ HD พร้อมเลือกโหมดเฟรมเรทสูง ซึ่งเมื่อทดสอบบน Vivo V17 แล้วไม่ผิดหวังครับ เพราะจากที่ได้ลองทดสอบการเล่นอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีความเสถียรและความสมูทลื่นไหลที่ดีมาก ๆ  ไม่พบอาการแลคหรือหน่วงให้สะดุดหงุดหงิดใจแต่อย่างใด

ปิดท้ายกันด้วยเกมสุดฮอตของชั่วโมงนี้ Call of Duty Mobile โดยใช้ค่าในระดับ High ทั้งกราฟิกและเฟรมเรท ซึ่งพบว่าสามารถเล่นได้แบบไหลลื่นสมูทสุด ๆ  โดยไม่พบอาการแลคหรือหน่วงให้เห็น ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับ Firmware ที่ปรับแต่งมาเป็นอย่างดี รวมถึงฟีเจอร์ Ultra-Game Mode ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ Vivo V17 เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบสนองการเล่นเกมได้อย่างดีเยี่ยมในราคาที่จับต้องได้

ทดสอบกล้องหน้า/หลัง

 

User Interface หรือหน้าตาเมนูกล้อง ใช้เลย์เอาท์ใหม่เหมือนกับรุ่นพี่ Vivo V17Pro โดยมุมขวาบนของเมนูกล้องจะแสดงไอคอนรูปม่านชัตเตอร์ ซึ่งตรงนี้จะเป็นเมนูทางลัดเพื่อเข้าถึงโหมด Ultra wide angle, Bokeh, และ Super macro

ส่วนด้านบนของเมนูจะเป็นไอคอนที่เข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ของกล้อง อาทิเช่น เปิด/ปิดการใช้งานแฟลช, โหมด HDR, Filter-Portrait light effect, อัตราส่วนของภาพ และการตั้งค่าโดยรวมของกล้อง

ในส่วนการตั้งค่าหลักจะเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกในการใช้งาน อาทิเช่น ตัวจับเวลา, การสั่งถ่ายด้วยวิธีแตะหน้าจอ, ถ่ายด้วยคำสังเสียง และฝ่ามือ, เลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ต้องการบันทึก, การใส่ลายน้ำ, ปิดเสียงชัตเตอร์, ระบุ GPS, ตารางจุดตัด,  AI Portrait Framing เป็นต้น

กล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 32 ล้านพิกเซล และมีค่ารูรับแสงกว้าง f/2.45 ซึ่งช่วยให้เซลฟี่ได้ดีในทุกสภาพแสง ส่วนฟีเจอร์ในภาพรวมยังคงอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็น Portrait light effect , AR Stickers, AI Filter, AI Face Beauty ที่สามารถใช้ความฉลาดจาก AI มาช่วยให้การถ่ายเซลฟี่มีความสนุกและได้ผลลัพธ์อันน่าประทับใจ แถมยังมีโหมด 3D Face Shaping ที่สามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด เช่นปรับผิวนวลกระจ่างใส, ปรับโครงสร้างใบหน้า, ปรับให้ดวงตากลมโต, ริมฝีปากอิ่ม, จมูกเรียวโด่ง, คางเรียว เป็นต้น

AI Selfie HDR

 

AI Selfie HDR ประโยชน์ของโหมดนี้ก็คือ เมื่อเราถ่ายเซลฟี่ในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างมาก ๆ หรือเมื่อย้อนแสง รวมถึงในที่แสงน้อย ถ้าเปิด HDR จะช่วยในเรื่องการเกลี่ยสภาพแสงโดยรวมและดึงดีเทลของภาพให้กลับมามีความสมดุล

ตัวอย่างภาพทางซ้ายมือท้องฟ้าจะสว่างจ้าและรายละเอียดของพื้นหลังบางส่วนหายไป ภาพขวาเมื่อเปิด HDR แล้วจะมีการเกลี่ยแสงที่สมดุล อีกทั้งยังสามารถดึงรายละเอียดของแบ็คกราวด์กลับมาได้อย่างครบถ้วน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโหมดที่มีประโยชน์และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของเรา

สำหรับ AI Selfie HDR ค่าเริ่มต้นจะเปิดไว้ให้แล้ว

ทดสอบในโหมด Auto ที่ยังไม่ปรับแต่งใด ๆ

ทดสอบในโหมด Auto ในสภาพแสง Indoor

เมื่อเปิดใช้งาน AI Face Beauty ภาพที่ได้ดูสวยงามขึ้นแบบสัมผัสได้ เช่นสีของแก้มและลิปสติกเป็นต้น รวมไปถึงโครงสร้างของใบหน้าและสกินโทนที่ปรับแต่งให้มีความกระจ่างใสในแบบเป็นธรรมชาติ

สำหรับโหมด AI Face Beauty ตัวระบบ AI จะคำนวนความเหมาะสมให้เข้ากับใบหน้าของเราโดยอัตโนมัติ โดยภาพที่ถ่ายด้วยโหมด AI ค่อนข้างดูลงตัวเป็นธรรมชาติและใช้งานง่าย เพราะจะให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันในทุกสถานการณ์

Super Quadruple Beauty Mode ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งในโหมดบิวตี้ได้อย่างยืดหยุ่น เช่นปรับให้ผิวขาวนวล ปรับสกินโทนของสีผิว ปรับให้ใบหน้าเรียวบาง, ปรับแต่งภาพรวมโครงสร้างใบหน้า, กราม, ปรับให้ดวงตากลมโต, ดวงตาเรียวยาว, ปรับแต่งรูปแบบของจมูกและริมฝีปากเป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่เป็นเรื่องสนุก และให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจแก่ผู้ใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

Portrait light effect

กล้องหน้ามาพร้อม Filter และฟีเจอร์ Portrait light effect ที่ช่วยเสริมให้การถ่ายภาพบุคคลมีความน่าตื่นตาตื่นใจ โดยจะให้ฟิลลิ่งที่แปลกใหม่โดยไม่ต้องพึงพาอุปกรณ์เสริม ตัวอัลกอริทึม AI ของ Vivo V17 จะปรับภาพใบหน้าสองมิติให้กลายเป็นสามมิติ และปรับแสงที่ใบหน้า ให้ภาพออกมามีความโดดเด่น ซึ่งเราสามารถเลือกเอฟเฟ็กต์ได้ทั้งแบบ  Natural light, Studio light, Stereo light, Loop light, Rainbow light, และ Monochrome background

Natural light

Studio light

Stereo light

Loop light

Rainbow light

Monochrome background

Pose Master

 

Vivo V17 มาพร้อมฟีเจอร์ Posture ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกบน Vivo V17 Pro โดยฟีเจอร์นี้มีหลักการทำงาน ด้วยการแสดงตัวอย่างไกด์ไลน์ในการแอคติ้ง หรือการโพสท่าทางนั่นเอง โดยจะมีเส้นประแสดงควบคู่กับภาพแอคติ้งตัวอย่าง ซึ่งผู้ใช้งานเพียงแค่ให้แบบแสดงท่าทางตามตัวอย่างและจัดองค์ประกอบให้แบบเข้าไปอยู่ในเส้นประ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ภาพถ่ายที่สวยโดนใจไม่แพ้การโพสท่าจากนางแบบ นายแบบมืออาชีพกันเลยทีเดียว

สำหรับฟีเจอร์ Posture รองรับการใช้งานทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังในโหมด Portrait 

AI Makeup

 

เป็นฟีเจอร์ “แต่งสวยหลังถ่ายเสร็จ”  โดย AI Makeup มีโหมดที่ช่วยเปลี่ยนการแต่งหน้าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ซึ่งมีทั้ง Style ที่เป็นการแต่งหน้าสำเร็จรูปให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ,

โหมดบิวตี้ ที่สามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด เช่นปรับผิวนวลกระจ่างใส, ปรับโครงสร้างใบหน้า, ปรับให้ดวงตากลมโต, ริมฝีปากอิ่ม, จมูกเรียวโด่ง, คางเรียว เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเติมเมคอัพเฉพาะส่วนได้ง่าย ๆ เช่นเติมสีลิปสติก บลัชออน และรูปแบบของคิ้ว

สุดท้ายคือฟีเจอร์ Slim ที่มีหลักการทำงานคล้าย ๆ กับ AI Body Shaping นั่นเอง โดยสามารถปรับแต่งรูปร่างให้ดูเพรียวบางสมส่วน เช่น ปรับในภาพรวมของรูปร่างหรือเฉพาะจุดที่ต้องการ เช่น ศีรษะ ไหล่ สะโพก ขา หรือเอวให้ดูเล็กลงได้เป็นต้น

 ทั้งนี้ AI Makeup สนับสนุนเฉพาะในอัลบั้ม โหมดกล้องไม่รองรับ

ภาพต้นฉบับ

ใช้งาน AI Makeup

ประโยชน์ของ AI Makeup จะช่วยให้การแต่งหน้าดูทันสมัยมากขึ้น และสวยงามที่สุดในสไตล์ที่เราชื่นชอบนั่นเอง

ปิดท้ายกันไปด้วยด้วย Super Night Selfie ที่จะช่วยให้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ยามค่ำคืนได้อย่างประทับใจ

Auto Mode

Super Night Selfie

สำหรับ Super Night Selfie มีหลักการทำงานเหมือน Super Night Mode ของกล้องหลัง ด้วยการถ่ายภาพซ้อนกันหลาย ๆ ภาพ จากสภาพแสงที่มีความแตกต่างกัน จากนั้นนำภาพที่ได้มารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือในที่แสงน้อย มีความสว่างและคมชัดโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง ซึ่งเมื่อเทียบกับภาพด้านบน จะเห็นว่าภาพในโหมด Auto จะมีนอยส์และค่อนข้างมืด แต่เมื่อเปิดใช้งานโหมด Super Night Selfie ภาพที่ได้จะมีความสว่าง พร้อมดึงดีเทลส่วนที่ขายหายไป ส่งผลให้ภาพดูมีมิติขึ้นอีกด้วย

ทดสอบกล้องหลัง

 

กล้องหลัง AI Triple Camera ถ่ายสวยในทุกระยะ และมีฟีเจอร์เหมือนกล้องหน้าทุกประการ และนอกจากจะเด่นด้านภาพนิ่งแล้ว Vivo V17 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Stable Video ระบบกันสั่นของโหมดวีดีโอ ที่ช่วยให้การถ่ายวีดีโอมีความนิ่ง และสมูทลื่นไหล โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องอีกด้วย

เก็บทุกความประทับใจด้วยกล้องหลังความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล

รูปนี้ทดสอบด้วยการ Crop 100% ที่ 2000×1500 พิกเซล ตัวภาพก็ยังสามารถนำมาใช้งานได้ แต่หากเป็นกล้องที่มีความละเอียดต่ำ ก็จะสูญเสียรายละเอียดในภาพรวมออกไป จนไม่สามารถนำมาใช้งานได้เหมือนในภาพตัวอย่างนี้

และอีกหนึ่งประโยชน์ของกล้องที่มีความละเอียดสูง ก็คือสามารถต่อยอดนำภาพไปใช้งานได้ยืดหยุ่น เช่นนำไปอัดขยายได้ภาพที่มีขนาดใหญ่และยังคงความคมชัดไว้ได้นั่นเอง

Zoom 2x

Normal mode

Ultra wide angle (มุมกว้างพิเศษ)

ในโหมด Ultra-Wide จะให้มุมมองกว้างเป็นพิเศษถึง 120 องศา ช่วยให้เก็บองค์ประกอบของภาพได้มากยิ่งขึ้นแม้ในพื้นที่จำกัด ทำให้สามารถถ่ายวิวทิวทัศน์ในมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ต้องถอยไกล  รวมถึงสามารถเก็บภาพถ่ายแบบหมู่คณะผองเพื่อนได้อย่างครบถ้วนไม่ตกหล่นอีกต่อไป

Super macro

 

Normal mode 

Super macro

สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 4 ซม. ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่นภาพแมลง หรือวัตถุที่ต้องการเน้นความคมชัดและรายละเอียด ซึ่งเลนส์มาโครจะช่วยให้การถ่ายภาพนั้นสนุกและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน

Normal & Super macro

Super Night Mode

โหมด Normal

Super Night Mode

โหมด Normal

Super Night Mode

Super Night Mode จะเป็นโมดที่ใช้การถ่ายภาพซ้อนกันหลาย ๆ ภาพ จากสภาพแสงที่มีความแตกต่างกัน จากนั้นนำภาพที่ได้มารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือในที่แสงน้อย มีความสว่างและคมชัดโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง

ซึ่ง Super Night Mode ไม่ได้ทำให้ภาพสว่างขึ้นมาเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยดึงดีเทลรายละเอียดของภาพกลับมาอีกทางหนึ่งด้วย สามารถดูการเปรียบเทียบได้จากภาพตัวอย่าง โดย

ภาพด้านล่างเมื่อเมื่อเปิดใช้ AI Night Mode แล้ว ภาพจะดูสว่างขึ้นและเพิ่มรายละเอียดในส่วนที่ขาดหายไปจากภาพด้านบน

ทดสอบกล้องหลังในการถ่ายภาพบุคคลในสภาพแสง Outdoor

ทดสอบกล้องหลังในสภาพแสง Indoor

ทดสอบโหมด Portrait พร้อมเปิดใช้ AI Face Beauty

ทดสอบโหมด Bokeh effect ซึ่งการละลายฉากหลังทำได้ดีมาก โดยให้ความละมุนดูมีความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังเก็บรายละเอียดของเส้นขอบได้ค่อนข้างดี

สำหรับกล้องหลังมี Portrait light effect มาให้ใช้งานเหมือนกล้องหน้า โดยประกอบไปด้วย Studio light, Stereo light, Loop light, Rainbow light, Monochrome background

หนึ่งในฟีเจอร์อันเป็นจุดขายของซีรีส์ V ก็คือ AI Body Shaping นั่นเอง ซึ่งเชื่อว่าเป็นฟีเจอร์ที่หลาย ๆ คนต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน เพราะสามารถปรับแต่งรูปร่างของเราให้ดูเพรียวบางสมส่วน เช่น ปรับในภาพรวมของรูปร่างหรือเฉพาะจุดที่ต้องการ เช่น ศีรษะ ไหล่ สะโพก ขา หรือเอวให้ดูเล็กลงได้เป็นต้น

จากนี้ไปรับชมภาพจาก Vivo V17 ในสภาพแสงต่าง ๆ กันต่อครับ

สรุป Vivo V17 

 

หากเคยประทับใจกับ Vivo V17 Pro ที่มีความโดดเด่นในด้านดีไซน์และสเปคจัดเต็ม แต่เคาะราคาเปิดตัวที่ใคร ๆ ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ง่าย ๆ  ผมเชื่อว่าหลายคนจะตกหลุมรัก Vivo V17 น้องเล็กรุ่นล่าสุดของซีรีส์ V กันอย่างแน่นอน

เพราะ Vivo V17 ยังคงสืบทอด DNA มาจากรุ่นพี่อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องดีไซน์ที่มาพร้อมความหรูหรา พรีเมี่ยม รวมถึงสเปคและฟีเจอร์ที่อัดแน่นแบบไม่มีกั๊ก และยังคงโดดเด่นด้านการถ่ายภาพที่ถ่ายออกมาได้สวยในทุกสถานการณ์ ซึ่งเมื่อมองไปที่สนนราคาค่าตัวที่เคาะออกมาแล้วก็ยังถือว่าสมเหตุสมผลอีกด้วย

และในช่วงส่งท้ายปีอย่างนี้ หลายคนน่าจะมีแพลนที่จะเปลี่ยนโทรศัพท์ หรือว่าซื้อเป็นของขวัญก็ดี หากว่ากำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่ครบครัน ครบเครื่อง ในราคาจับต้องได้ Vivo V17 คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ

ทั้งนี้ Vivo V17 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 11,999 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ร้าน Vivo Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป

พิเศษ!! ราคาเริ่มต้นเพียง 6,999 บาท เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AIS Shop , Telewiz Shop , True Shop , Dtac Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ

คลิกช้อป Vivo V17 ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2PL9HmU

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น