Home REVIEW รีวิว : Sony XPERIA XZ1 สมาร์ทโฟนถ่ายภาพ 3 มิติ แบบเรียลไทม์ และรัน Android 8.0...

เมื่อต้นปี Sony ได้เปิดตัว Sony XPERIA XZ Premium สมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมฟีเจอร์ Motion Eye สามารถถ่ายวิดีโอแบบ Super Slow Motion ได้สูงสุด 960 เฟรม ล่าสุดในงาน IFA 2017 ได้เปิดตัว Sony XPERIA XZ1 และ XPERIA XZ1 Compact สองสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในตระกูล XZ Series ที่อัปเกรดเรื่องการถ่ายภาพให้ดีขึ้น

Sony XPERIA XZ1

สำหรับจุดเด่นของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้คือ ฟีเจอร์ 3D Creator ที่รองรับการสแกนวัตถุแบบโมเดล 3 มิติ ที่มีความละเอียดสูง สามารถนำไปใช้งานร่วมกับแอป Augmented Reality หรือพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์ 3 มิติก็ได้ แถมยังรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.0 Oreo เป็นเครื่องแรกในไทยอีกด้วย และรุ่นที่นำมารีวิวให้อ่านกันก็คือ XPERIA XZ1

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง Xperia XZ1 ยังคงคอนเซปต์ Omnibalance แบบ Loopsurface หรือผิวสัมผัสวงกลมรอบตัวเครื่อง ซึ่งทำจากโลหะชิ้นเดียวขึ้นรูปแบบ Unibody ด้านหน้าครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 ที่ทนทาน และสามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP65/68

ด้วยขนาด 148 x 73 x 7.4 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 153 กรัม ขนาดเล็ก แถมน้ำหนักที่เบากว่า XZ Premium ทำให้ถือจับใช้งานได้ด้วยมือเดียวได้อย่างสบายๆ

รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องเป็นกระจกขอบโค้ง 2.5D เคลือบด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 โดยด้านบนมีไฟ LED แจ้งเตือสถานะ, เลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ Exmor RS ขนาด 1/ 3.06 นิ้ว สำหรับเซ็นเซอร์ภาพบนมือถือ และเลนส์มุมกว้าง F2.0 ขนาด 22 มม, ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ปรับแสง และเซ็นเซอร์ปรับหมุนหน้าจออัตโนมัติ

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ TRILUMINOS สำหรับมือถือ ความละเอียด Full HD HDR 1920 x 1080 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยีแสดงผลภาพแบบ X-Reality สำหรับมือถือ และใต้หน้าจอมีช่องลำโพงอีกตัวหนึ่ง

พลิกมาด้านหลังเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะพื้นผิวด้าน โดยมุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 19 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ Motion Eye, เซ็นเซอร์ Exmor RS ขนาด 1/2.3 นิ้ว, รูรับแสง F/2.0, เลนส์ G และชิป Bionz ทำให้เก็บภาพได้ละเอียดมากขึ้น เที่ยงตรงมากขึ้นทั้งสภาพแสงและสี และมีระบบกันสั่น 5 แกน (5-Axis Stabilization)

ด้านข้างมีเซ็นเซอร์เลเซอร์ AF, เซ็นเซอร์ RGBC-IR ที่ช่วยให้มีสีสันเสมือนจริงในทุกสภาวะแสง, ไฟแฟลช LED และสัญลักษณ์เชื่อมต่อ NFC ที่ย้ายมาอยู่ในแถบเดียวกัน และตรงกลางมีตัวอักษร XPERIA

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องใส่ SIM Card โดยรองรับ 2 SIM ไฮบริดแบบ nanoSIM Card ซึ่งช่องที่ 2 ต้องเลือกใส่ระหว่างซิมและการ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card

ด้านขวาข้างเครื่องมีมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ถัดลงมามีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่ม  และปุ่มชัตเตอร์

ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และช่องไมโครโฟนตัดเสียง

ด้านท้ายเครื่องมีช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์แบบพอร์ต USB Type-C และช่องไมโครโฟนสนทนา

สเปก Sony Xperia XZ1

ขนาด 148 x 73 x 7.4 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 153 กรัม
หน้าจอ หน้าจอ HDR ความละเอียด FULL HD  ขนาด 5.2 นิ้ว, เทคโนโลยีจอภาพแบบ TRILUMINOS Display สำหรับโทรศัพท์มือถือ, เอนจิ้นจัดการภาพ X-Reality สำหรับโทรศัพท์มือถือ และกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5
หน่วยประมวลผล ซีพียู Octa-core (4×2.35 GHz Kryo & 4×1.9 GHz Kryo), ชิปเซ็ท Qualcomm MSM8998 Snapdragon 835, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540
RAM 4 GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64 GB
microSD Card รองรับสูงสุด 256 GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังความละเอียด 19 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED, เซ็นเซอร์ Motion Eye, เซ็นเซอร์ Exmor RS ขนาด 1/2.3″, พิกเซล 1.22μm, โฟกัสอัตโนมัติไฮบริดแบบคาดการณ์การเคลื่อนไหวได้ (Predictive Capture), วีดีโอสุดยอดสโลว์โมชั่น 960 เฟรม/วินาที (Super Slow Motion), ระบบป้องกันภาพสั่นไหว SteadyShot พร้อมแกนกันสั่นถึง 5 แกน (5-Axis Stabilization) และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K Ultra HD ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด F/2.0, เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Exmor RS ขนาด 1/3.06 นิ้ว และระบบกันสั่น 5 แกน (5-Axis Stabilization)
ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, DLNA, hotspot, GPS, Bluetooth 4.2, NFC, USB Type-C
รองรับระบบ 4G LTE และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 2,700 mAh
ราคา 22,990 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Xperia XZ1 รันบนระบบปฏิบัติการ Andoid 8.0 Oreo ครอบทับด้วย XPERIA UI เวอร์ชั่นล่าสุด หน้าโฮมสกรีนสามารถเพิ่ม Widget, เปลี่ยนภาพพื้นหลัง, เปลี่ยนธีม และตั้งค่าหน้าหลักได้ ในส่วนหน้า App drawer ส่วนของ Search app ทำให้เป็นแบบโปร่งแสง ด้านซ้ายสุดจะเป็นส่วนของการค้นหาแอป และแนะนำแอปที่เราน่าจะใช้ และถ้าปัดเลื่อนหน้าจอด้านบนลงมาจะพบกับหน้าต่างการแจ้งเตือน รวมทั้งการตั้งค่าปรับความสว่าง ปรับระดับเสียง และตั้งค่าการเชื่อมต่อต่างๆ

หน้าจอแสดงผล Triluminos สำหรับมือถือ พร้อมซอฟต์แวร์ปรับแต่งภาพ X-Reality for mobile ช่วยเพิ่มพิกเซลที่ขาดหายไป พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพความคมชัด ความแตกต่าง และช่วยลดสัญญาณรบกวน ทำใหเรับชมภาพในระดับ Full HD ได้ รวมทั้งโหมดสีภาพให้เลือก 3 แบบคือ Professional, Standard และ Super vivid mode นอกจากนี้ Xperia XZ1 ยังเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอความละเอียด 1080p รุ่นแรกที่รองรับ HDR

รองรับการใช้งาน 2 SIM สามารถตั้งค่าเลือกใช้งานเครือข่าย 3G/4G ได้ทั้ง 2 SIM และรองรับ 4G VoLTE

รองรับระบบเสียง Hi-Res Audio (LPCM, FLAC, ALAC, DSD) พร้อมฟีเจอร์การตัดเสียงรบกวนด้วยระบบดิจิทัลแบบ Digital Noise Cancellation (DNC) และรองรับเทคโนโลยี LDAC ทำให้การเล่นเพลงผ่านหูฟังไร้สายมีคุณภาพที่ดีไม่ลดทอน รวมทั้งทั้งฟีเจอร์ Clear Audio+, S-Force Front Surround สัมผัสประสบการณ์เสียงรอบด้านสามทิศทางแบบธรรมชาติด้วยลำโพงด้านหน้าของคุณเพียงสองตัว, Stereo recording และ Dynamic normalizer ที่จะช่วยให้ได้ยินเสียงในทุกย่าน

รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ โดยติดตั้งบนปุ่มกดโฮมด้านขวาข้างเครื่อง

รองรับระบบป้องกันน้ำป้องกันฝุ่นมาตรฐาน IP65/68* 

*Xperia XZ1 มีคุณสมบัติกันน้ำและกันฝุ่น โดยพอร์ตและฝาครอบทั้งหมดปิดอย่างหนาแน่น ไม่ควรจะนำกล้องลงไปยังใต้น้ำ, น้ำทะเล, น้ำคลอรีน หรือของเหลว เช่น เครื่องดื่ม และต้องเช็ดให้ฝาผิดพอร์ต USB แห้งสนิทก่อนทำการขาร์จไฟ)

รองรับการเชื่อมต่อต่างๆ อย่างครบถ้วน

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้ครบ

ด้านการถ่ายภาพ

Xperia XZ1 มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 19 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LCD, เซ็นเซอร์ Laser AF สำหรับถ่ายภาพในที่แสงน้อย และเซ็นเซอร์ RGBC-IR ให้สีภาพเหมือนจริง

โดยใช้เทคโนโลยีใหม่กล้อง Motion Eye ที่มีความสามารถจับการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างละเอียดแม่นยำ และเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ Stacked Memory

รวมถึงใช้เลนส์ G ที่ได้รับการออกแแบบใหม่จับรายละเอียดภาพได้แม่นยำเพื่อเพิ่มความคมชัดของแสง และอัปเกรด BIONZ เพิ่อให้ได้ภาพเคลื่อนไหวที่แม่นยำขึ้น และประมวลผลได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกันสั่นแบบ 5 แกน (Steady Shot with 5-Axis Stabilisation) ซึ่งทำงานในโหมด Intelligent Active Mode สำหรับถ่ายวิดีโอที่รองรับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ช่วยให้บันทึกวิดีโอเสถียรขึ้น แม้ขณะที่กำลังเดินหรืออยู่ใกล้วัตถุที่ต้องการถ่าย ด้วยการชดเชยการสั่นไหวทั้ง 5 ทิศทางที่แตกต่างกัน

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 5056 x 3792 พิกเซล (เลือกความละเอียด 19 ล้านพิกเซล ในอัตราส่วน 4:3) ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD 1980 x 1080 พิกเซล (30 เฟรมต่อวินาที)

พร้อมโหมด Super Slow Motion ที่บันทึกวิดีโอที่ 960 เฟรมต่อวินาที และมีเอฟเฟกต์ให้เลือกใส่มากมายทั้ง AR Effect, พาโนรามา, วิดีโอ 4K เป็นต้น

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด  13 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ ExmorRS, รูรับแสง F/2.0, เลนส์มุมกว้าง 22 มม. เหมาะสำหรับการถ่ายเซลฟี่ทั้งแบบส่วนตัว และเป็นกลุ่ม รวมทั้งมีโหมด ระบบกันสั่นแบบ 5 แกน (Steady Shot with 5-Axis Stabilisation 

นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานกล้องได้เร็วขึ้นเป็น 2 เท่าและถ่ายภาพได้เร็วด้วยระบบ Quick Launch ที่สามารถถ่ายภาพได้เร็วเพียง 0.6 วินาที แม้ตอนปิดหน้าจอ

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นกล้องที่น่าสนใจอย่างแอป 3D Creator ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสแกนวัตถุ 3 มิติโดยใช้กล้องหลัง และนำข้อมูล 3D ดังกล่าวมาสร้างอวาตาร์ AR พื้นหลังหน้าจอแบบ 3D หรือแม้แต่สร้างชิ้นงาน 3D โดยใช้เครื่องพิมพ์ 3D printer ได้อีกด้วย

สามารถเลือกสแกนใบหน้า ทั้งศรีษะ อาหาร และรูปทรงอิสระ ซึ่งวิธีการสแกนก็ไม่ยาก คล้ายๆ กับการถ่ายรูปด้วยแอป 360 องศา โดยใช้วิธีลากต่อจุดเขียวไปเรื่อยๆ ให้ครบทั้ง 4 ด้าน แต่ถ้าถ่ายแค่ใบหน้าก็ถ่ายเพียงแค่ 180 องศา การใช้งานครั้งแรกอาจจะยากนิดนึง แต่ในแอปจะมีวิธีการสอนก่อนใช้งาน ลองใช้ไปเรื่อยๆ ก็จับจุดได้

ประสิทธิภาพ

Xperia XZ1 มาพร้อมหน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa-core (4×2.35 GHz Kryo & 4×1.9 GHz Kryo) โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm MSM8998 Snapdragon 835, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540 , RAM 4GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64 GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

จากการลองทดสอบโดยเล่นเกมแบบ 3 มิติที่มีภาพกราฟิกหนักๆ อย่างเกม Sniper Ghost Warrior และ Implosion  ปรากฏว่าสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด หรืออาการหน่วงให้เห็นเลย รวมถึงการใช้งานทั่วไปก็ทำได้ดีมาก ซึ่งหลังจากลองเล่นไปสักพักก็พบว่าร้อนแค่อุ่นๆ ไม่ได้ร้อนมากนัก โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่านได้อย่างสบายๆ

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Xperia XZ1 ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Xperia XZ1 ผ่านแอป Geekbench

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่มีขนาดความจุ 2,700 mAh ทดสอบโดยลองใช้งานเชื่อมต่อกับเครือข่าย 3G/4G และ Wi-Fi ใช้งานอินเทอร์เน็ต เล่นเกม และใช้งานทั่วไป ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ 1 วันสบายๆ ถือว่าการจัดการพลังงานทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ใช้นานๆ เครื่องก็ไม่ร้อนมาก และสามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการแจ้งเตือน

นอกจากนี้ยังมีโหมดประหยัดพลังงานอย่าง STAMINA และ Ultra STAMINA ที่ตัดการเชื่อมต่อทุกอย่างทำให้เราเหมือนแค่ใช้โทรศัพท์โทรเข้าออกได้เฉย ๆ ทำให้ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานได้นานขึ้น และมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาคือ Qnovo Adaptive Charging โดยสามารถเลือกเปิด-ปิดการใช้งานโหมดนี้ได้ที่เมนู Battery Care

ซึ่งเทคโนโลยีที่ว่านี้จะช่วยถนอมแบตในกรณีที่เราชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน มันจะไม่ชาร์จให้เต็ม 100% เลยแต่จะคงไว้ที่ 90% ก่อนแล้วพอถึงเวลาประจำที่เราใกล้ตื่นจึงจะชาร์จให้เต็ม 100% ทันที

บทสรุป

Xperia XZ1 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงในตระกูล XZ Series ที่ยังคงดีไซน์ Omnibalance ในแบบฉบับของสมาร์ทโฟน Sony แต่ก็มีการอัปเกรดสเปกในหลายๆส่วน

ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ HDR แบบ Edge to Edge (ขอบข้างบางลง), ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 835, บอดี้อลูมิเนียม, ลำโพงคู่ที่ให้พลังเสียงมากขึ้นกว่าเดิม 50% และได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ที่พร้อมใช้งานได้ในทันที  

นอกจากนี้ยังมาพร้อมจุดเด่นที่เป็นจุดขายของเครื่องรุ่นนี้เลยก็คือ ฟีเจอร์ 3D Creator สามารถใช้กล้องสแกนวัตถุเป็น 3 มิติ พร้อมสร้างเป็นภาพประจำตัวแบบ 3 มิติ หรือสร้างสติ๊กเกอร์ 3 มิติ เพื่อแชร์ และสั่งพิมพ์แบบ 3 มิติ ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่สามารถ่ายภาพ 3 มิติแบบเรียลไทม์ได้

ทั้งนี้ Xperia XZ1 มีให้เลือก 4 สี คือ สีฟ้า Moonlit Blue, สีชมพู Venus Pink, สีเงิน Warm Silver และสีดำ Black โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 22,990 บาท 

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE