Home REVIEW รีวิว : Samsung Galaxy A80 สมาร์ทโฟนกล้องหมุนได้ พร้อมจอไร้ขอบไร้รอยบาก และสเปกแบบจัดเต็ม

 

หลังจากเผยโฉมครั้งแรกที่งาน A Galaxy Event เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดได้เปิดตัวและวางจำหน่ายในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Samsung Galaxy A80 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Galaxy A Series ที่มีจุดเด่นกล้องหลัง 3 ตัวแบบหมุนเป็นกล้องเซลฟี่ได้ (Rotating Triple Camera)

รวมทั้งมาพร้อมจอไร้ขอบ ไร้รอยบากแบบ New Infinity Display แสดงผลได้อย่างเต็มตา เต็มอารมณ์ และอัดแน่นด้วยสเปกระดับเรือธง เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปดูรีวิวกันดีกว่าว่า Galaxy A80 รุ่นนี้จะถูกใจคุณมากน้อยแค่ไหน?

 

Samsung Galaxy A80

อุปกรณ์ในกล่อง

 

ประกอบด้วยตัวเครื่อง Samsung Galaxy A80, อะแดปเตอร์ 25W, สาย USB Type-C, หูฟัง USB Type-C, เคสซิลิโคน, เข็มจิ้มถาดซิมออก, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

รูปลักษณ์ดีไซน์

 

Samsung Galaxy A80 โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉมใหม่สุดพรีเมียม ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ขอบโค้งแบบ 3 มิติ ด้วยขนาด 165.2 x 76.5 x 9.3 มม. และน้ำหนัก 220 กรัม อาจจะดูใหญ่ และหนักไปนิด แต่ก็ยังถือจับใช้งานได้ถนัดมืออยู่

ด้านหน้าเครื่องมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบ ไร้รอยบาก ที่เรียกว่า New Infinity Display แบบ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 85,8%

เหนือหน้าจอแสดงผล ที่ปกติจะมีช่องลำโพงสนทนาและกล้องเซลฟี่แต่โดนตัดออกไป และถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี On Screen Sound Technology ซึ่งหน้าจอจะทำการสั่นเพื่อให้เกิดเสียง และสามารถฟังเสียงการสนทนาได้ตามปกติ และเมื่อต้องการใช้กล้องหน้า กล้องจะสไลด์และหมุนกล้องหลังมาเป็นกล้องหน้า

ด้านหลังเครื่องมีดีไซน์ขอบโค้ง พร้อมไล่เฉดสี โดยตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัว Triple Camera (ขณะยังไม่สไลด์กล้อง) ประกอบด้วยกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง 3D Depth Camera สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้นได้อย่างแม่นยำ พร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้ว และโลโก้ตัวอักษร SAMSUNG

ด้านซ้ายข้างเครื่อง มีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง  และตัดปุ่ม Bixby ออกไป

ด้านขวาข้างเครื่อง มีปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ

ด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

ด้านล่างเครื่อง มีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และลำโพงเสียงภายนอก

สเปก Samsung Galaxy A80

 

ขนาด 165.2 x 76.5 x 9.3 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 220 กรัม
หน้าจอ Dynamic Super AMOLED New Infinity Display  ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9
หน่วยประมวลผล Octa-Core ความเร็ว 2.2GHz, ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 730G หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreo 618 GPU
RAM 8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Card
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 ตัว แบบหมุนได้ (Rotating Triple Camera) พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วยกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน มีขนาดรูรับแสง (Aperture) ที่ f/2.0 , กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกส้างพิเศษ (Ultra Wide Angle) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีขนาดรูรับแสง (Aperture) ที่ f/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุด 123 องศา และกล้องตัวที่สาม 3D Depth เม็ดพิกเซลขนาด 10 ไมครอน มีขนาดรูรับแสง (Aperture) ที่ f/1.2 สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ
ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, GPS, Bluetooth 5.0, NFC, USB Type-C, FM Radio
รองรับระบบ 4G LTE และ 3G 850/900/2100 MHz (4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 3,700 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
ราคา 21,900 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

 

Samsung Galaxy A80  รันบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย One UI เวอร์ชั่น 1.1 ที่มาพร้อมไอคอนที่มีสีสันดูสดใส รวมทั้งการจัดหมวดหมู่ของเมนูการตั้งค่าก็ดูเป็นระเบียบและเรียบง่ายมากขึ้น

ส่วนหน้าจอหลักนั้น มีหน้าจอเริ่มต้นให้ใช้ทั้งหมด 2 หน้าด้วยกัน โดยด้านซ้ายเป็นหน้า Bixby Home ที่ดึงข้อมูลสำคัญจากแอปต่างๆ เพื่อให้ทำงานได้มากขึ้นในหน้าจอเดียว ส่วนด้านขวาเป็นหน้ารวมแอปพลิเคชั่น และสามารถเพิ่มได้ตามจำนวนแอปที่ดาวน์โหลดมา ด้านบนเมื่อใช้นิ้วแตะลากลงมาจะเป็นส่วนแสดงรายละเอียดเครือข่ายที่ใช้งาน กิจกรรมล่าสุด และการแจ้งเตือนต่างๆ

ส่วนด้านล่างมีปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ 3 ปุ่มด้วยกันได้แก่ ปุม Recent Apps, ปุ่มโฮม ถ้ากดค้างไว้จะเข้าหน้า Google Assistant และปุ่มย้อนกลับ

สามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลัง ธีม หรือวิดเจ็ด และตั้งค่าหน้าหลักได้ โดยมีรูปแบบหน้าจอหลักให้เลือก 2 แบบคือหน้าจอหลักและหน้าจอแอป กับหน้าจอหลักเท่านั้น และมีธีมสีดำในแบบของ Night mode ให้เลือกใช้งานได้อีกด้วย

รองรับ 2 SIM สามารถใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้งซิมหนึ่ง และซิมสอง และรองรับการโทรแบบ VoLTE

จัดการไฟล์ต่างๆ ในเครื่อง และพื้นที่จัดเก็บ ผ่านแอปพลิเคชัน My Files

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังบนหน้าจอ

มีระบบ Digital Wellbeing ที่คอยบอกระยะเวลาการใช้งานหน้าจอของผู้ใช้งาน ซึ่งจะบอกว่าแอปแต่ละแอพป ผู้ใช้งานได้ใช้ไปแล้วนานเท่าไหร่ โดยจะบอกเป็นรายวัน และยังสามารถดูสถิติที่ผ่านมาได้ด้วย ตรงนี้จะทำให้ผู้ใช้งานรู้ว่า มีการใช้งานไปนานเท่าไหร่ มากเกินไปต่อวันหรือไม่

 

มีระบบเสียง Dolby Atmos มอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศาเมื่อใช้หูฟังหรือลำโพงบลูทูธ

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

Samsung Galaxy A80 มาพร้อมกับกล้อง 3 เลนส์แบบหมุนได้ (Rotating Triple Camera) รุ่นแรกของโลกที่กล้องหน้าและกล้องหลังจะใช่เลนส์ตัวเดียวกัน พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซล 0.8µm และรูรับแสง f/2.0
  • กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกส้างพิเศษ (Ultra Wide Angle) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซล 1.12µm รูรับแสง f/2.2 และสามารถเก็บภาพมุมกว้างสุด 123 องศา
  • กล้องตัวที่สาม ToF 3D ขนาดพิกเซล 10µm รูรับแสง f/1.2 สำหรับทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ

สามารถเลือกโหมดการถ่ายทั้งแบบปกติ, ไลฟ์โฟกัสหรือการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ,  โปร, พาโนรามา, กลางคืน, วิดีโอ, วิดีโอไลฟ์โฟกัส, Super Slow-mo, Slow motion และ Hyperlapse

รวมทั้งตั้งค่าใส่ฟิลเตอร์, บิวตี้, ปรับอัตราส่วน, ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ, เปิดปิดไฟแฟลชอัตโนมัติ และตั้งค่าใช้งานต่างๆ

นอกจากนี้ยังมี Bixby Vision ฟีเจอร์ที่ช่วยแปลข้อความ, หาข้อมูลสินค้า และสแกนเอกสารด้วยการใช้กล้องส่องไปยังของที่ต้องการหาข้อมูล

และมี AR Emoji หรือภาพการ์ตูนเคลื่อนไหวแสดงแทนใบหน้าเรา

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

 

Samsung Galaxy A80 ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 730G, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 618, RAM 8GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 128GB

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สามารถใช้งานได้ไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV โดยเลือกโหมดเฟรมเรทสูง และเกม PUBG Mobile เลือกกราฟิกระดับ HD และตั้งค่าเฟรมเรทสูง ปรากฎว่าสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และเล่นนานๆ เครื่องก็ไม่มีอาการร้อนอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy A80 ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy A80 ผ่านแอป GeekBench 4

แบตเตอรี่

 

Samsung Galaxy A80 ใช้แบตเตอรี่ขนาดความจุ 3,700mAh รองรับเทคโนโลยีขาร์จเร็ว  Super Fast Charging แบบ 25W โดยใช้เวลาชาร์จไฟจนเต็มประมาณ 90 นาทีเท่านั้น และจากแบตเตอรี่ 0% หากชาร์จด้วยอะแดปเตอร์ 25W เป็นเวลา 30 นาที จะได้แบตเตอรี่คืนมา 55%

นอกจากนี้ยังมีพร้อมโหมดประหยัดพลังงานที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น โดยเลือกได้ 3 ระดับคือ ปรับแล้ว ประหยัดพลังงานปานกลาง และประหยัดพลังงานสูงสุด หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานแบบทั่วไปปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 10-12 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G และเล่นเกมด้วยแบตก็อาจหมดเร็วขึ้น โดยรวมแล้วสามารถใช้งานได้ใน 1 วันสบายๆ

บทสรุป

 

Samsung Galaxy A80 ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นล่าสุดในตระกูล A Series ที่มาพร้อมจุดเด่นกล้อง 3 เลนส์ที่หมุนสลับกล้องหลังเป็นกล้องหน้า (Rotating Camera) รุ่นแรกของโลก ทำให้ถ่ายเซลฟี่ออกมาได้สวยเพราะใช้กล้องตัวเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมีหน้าจอไร้ขอบ ไร้รอยบากแบบใหม่ New Infinity Display แบบ Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ที่ทั้งกว้างและยาว ให้ภาพสีสันสดใส รายละเอียดเต็มตา ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำกับเกมโปรด วีดีโอ ภาพถ่าย และคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

ด้านขุมพลังซีพียูนั้นใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 730G บวกกับ RAM 8GB ที่เร็ว แรง ทำให้ใช้งาน และเล่นเกมฮิตๆ อย่าง ROV หรือ PUBG ได้อย่างไหลลื่น และยังอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลาย ตอบรับทุกความต้องการได้อย่างลงตัวอีกด้วย

ทั้งนี้ Samsung Galaxy A80 มีให้เลือก 3 สีได้แก่  สี Phantom Black, สี Angel Gold และสี Ghost White วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 21,990 บาท 

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น