Home REVIEW รีวิว : realme C3 สมาร์ทโฟน 3 เลนส์ ขุมพลัง Helio G70 เล่นเกมแรง พร้อมแบตอึด...

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ realme C3 สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นรุ่นใหม่ในตระกูล C Series ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมโดยมีผู้ใช้งาน 10.2 ล้านคนทั่วโลก

โดยมาพร้อมสโลแกน “3 เลนส์ เกมแรง” กับการอัปเกรดครั้งใหญ่จากรุ่น C1 และ C2 ทั้งดีไซน์โฉมใหม่ สเปคแบบจัดเต็ม ในราคาที่คุ้มค่า และยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในไทยที่ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Helio G70 ประสิทธิภาพทรงพลัง เร็วแรง ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกไลฟ์สไตล์รวมทั้งคอเกมอีกด้วย

นอกจากนี้ realme C3 ยังมีจุดเด่นทั้งเรื่องหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่, กล้องหลัง 3 เลนส์ และแบตเตอรี่สุดอึด เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปชมรีวิวกันเลยครับ

 

realme C3

สเปคเบื้องต้น  realme C3

 

ขนาด 164.4 x 75 x 8.5 มม.
น้ำหนัก 195 กรัม
หน้าจอ Dewdrop notch แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล (270 ppi) ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 89.8% และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio G70 (12 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G52 2EEMC2
RAM 3GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, ขนาดพิกเซล 1.25μm
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

สามารถถ่ายภาพวิดีโอคมชัดระดับ HD 1080P รวมทั้งมาพร้อมกับโหมด Slow motion ที่ 120 fps ช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการถ่ายวิดีโอได้มากยิ่งขึ้น

ส่วนกล้องหน้า AI portrait selfie ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4 มาพร้อมโหมด HDR และ Panoramic View, AI Beautification และ Timelapse

ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, hotspot, Bluetooth 5.0, microUSB 2.0, USB On-The-Go
รองรับระบบ 4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับระบบการชาร์จ 10W (5V/2A)
สี Frozen Blue, Blazing Red
ราคา 3,999 บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

 

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ realme C3 เป็นกล่องกระดาษแข็งสีเหลือง ด้านหน้ากล่องสลักชื่อรุ่นขนาดใหญ่อยุู่ตรงกลาง และโลโก้ realme ตัวเล็กอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านหลังกล่องจะระบุสเปกเด่น 4 อย่างด้วยกันคือ AI Triple Camera, แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh, จอ Full Screen ขนาด 6.5 นิ้ว และชิปเซ็ท Helio G70

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

 

1.ตัวเครื่อง realme C3

2.สาย microUSB + อะแดปเตอร์ 10W (5V, 2A)

3.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

4.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์

 

ตัวเครื่อง realme C3  มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงแรกของดวงอาทิตย์ แสงของพระอาทิตย์ขึ้นใหม่แสดงถึงความกระตือรือร้นและความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดของคนรุ่นใหม่ โดยใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง

หน้าจอแสดงผลเป็นจอทรงหยดน้ำ Dewdrop Display แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 89.8% และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3 รองรับโหมดถนอมสายตา ปรับระดับแสงหน้าจอ และ Dark Mode

ในรอยบากทรงหยดน้ำตรงกลางด้านบนมีเลนส์กล้องเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล AI Camera รูรับแสง f/2.4 พร้อมโหมด HDR. Panoramic View, AI Beautification และ Timelapse

พลิกมาด้านหลังเครื่อง โดยพื้นผิวฝาหลังป้องกันลายนิ้วมือและรอยขีดข่วน ผ่านกระบวนผลิตที่ผสมผสานระหว่างการขัดมัน, แกะสลักเรเดียม และเทคโนโลยีการพ่นทราย และมาพร้อมคุณสมบัติป้องกันน้ำกระเซ็น โดยมีให้เลือก 2 สีคือ สี Frozen Blue แรงบันดาลใจจากธารน้ำแข็งที่เย็นยะเยือก กับสี Blazing Red แรงบันดาลใจจากลาวาที่ร้อนระอุ

มุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 4 ตัว AI Quad Camera ประกอบด้วย

  • กล้องตัวแรก เลนส์หลัก ความละเอียด 12MP รูรับแสง f/1.8, ขนาดพิกเซล 1.25μm สามารถถ่ายภาพได้อย่างชัดเจนทั้งในเวลากลางวันและที่แสงน้อย, ซูมได้ 4 เท่า รองรับ PDAF เพื่อการโฟกัสที่แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขี้น  และ Bokeh Effect ที่ช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลดูมีมิติ และสมบูรณ์แบบ
  • กล้องตัวที่สอง เลนส์ Macro ความละเอียด 2MP รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร
  • กล้องตัวที่สาม เลนส์ Portrait ความละเอียด 2MP รูรับแสง f/2.4 มาพร้อมกับ Portrait Mode ที่มีฟิลเตอร์ให้เลือกแต่งมากมาย

ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก 1 ช่อง กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องออกแบบเรียบๆ ไม่มีช่อง หรือปุ่มกดใดๆ

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และช่องลำโพงเสียง

คุณสมบัติการใช้งาน

 

realme C3 ถือเป็นสมาร์ทโฟนจาก realme รุ่นแรกที่มาพร้อม realme UI ซึ่งเป็น Custom UI ที่ทาง realme พัฒนาขึ้นมาเอง โดยพัฒนาบนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android 10 และ realme UI ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึง 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ระบบสี ไอคอน พื้นหลัง และภาพเคลื่อนไหวแอนิเมชั่น

เริ่มจากหน้าโฮมสกรีนจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน เพราะไอคอนทั้งหมดถูกปรับดีไซน์ให้ดูเรียบง่ายขึ้นด้วยรูปทรงแบบกลม และมีการใช้สีสันที่มีความโดดเด่นสะดุดตา ส่วนใครที่ไม่ชอบไอคอนทรงกลมก็สามารถไปปรับเป็น Material Style หรือ Pebble ได้ในการตั้งค่า ซึ่งจะมีการปรับไอคอนให้อยู่ในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และทรงสี่เหลี่ยมขอบมนนั่นเองครับ

realme UI ยังมีการเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ มาให้ด้วย โดยฟีเจอร์เด่นก็มีตั้งแต่ Dark Mode สำหรับปรับ UI เป็นโทนสีดำ ซึ่งหากเป็นหน้าจอประเภท OLED จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่มากยิ่งขึ้น เพราะบริเวณส่วนสีดำจำไม่มีการเปล่งแสงหน้าจออกมา ส่วนหากเป็นหน้าจอ LCD แบบนี้ หรือแบบอื่นๆ ก็จะทำให้ดูสบายตามากขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานในเวลากลางคืนครับ

รวมถึง Focus Mode โหมดที่จะช่วยคุณคลายเครียดและความวุ่นวายจากโลกภายนอก โดยเมื่อใช้งาน โหมดโฟกัส ระบบจะเปิดเพลงฟังสบายๆที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย พร้อมเปิดใช้งานโหมด DND หรือ DO Not Disturb โดยอัตโนมัติ เพื่อปิดการแจ้งเตือนที่รบกวนต่างๆ

เมื่อใช้นิ้วแตะที่ด้านบนแล้วลากลงมาจะพบกับไอคอนการเปิดปิดการเชื่อมต่อต่างๆ ทั้งการใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth , การหมุนหน้าจออัตโนมัติ, Dark Mode  เป็นต้น รวมถึงมี Notification Center แถบการแจ้งเตือนต่างๆ และสามารถเลือกไอคอนอื่นที่ใช้งานบ่อยๆ มาสลับเปลี่ยนได้อีกด้วย

สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนธีม, การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, การนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน และการเปลี่ยนเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้าจอได้โดยกดค้างที่ตรงกลางของหน้าจอ

สามารถเปลี่ยนธีมและภาพพื้นหลังของเครื่องได้ที่มีทั้งฟรี และเสียเงิน โดยเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่แอป realme Theme Store

รองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมรองรับเครือข่าย 4G LTE with VoLTE และรองรับการใช้ 4G/3G ทั้ง 2 ซิม

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า Face Unlock เพียงลงทะเบียนด้วยใบหน้า ซึ่งจะใช้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น จากนั้นเมื่อหน้าจอติดมองไปยังบนหน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ใบหน้าเพื่อเข้าสู่แอปที่ป้องกันไว้ หรือในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยได้

รวมทั้งรองรับการปลดล็อคด้วยการสแกนลายนิ้วมือ โดยตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ด้านหลังเครื่อง โดยนอกจากปลดล็อคหน้าจอแล้วยังสามารถตั้งค่าปลดล็อคแอป และที่เก็บข้อมูลส่วนตัวได้

มาพร้อมแอป Phone Manager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่องโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น การเคลียร์ไฟล์แคช (Cache File), จัดการความเป็นส่วนตัว หรือการสแกนไวรัส ซึ่งจะช่วยให้ตัวเครื่องมีความปลอดภัย และใช้งานได้รวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

มีฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน รวมทั้งรองรับแอปโคลน ผู้ใช้สามารถโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน Facebook หรือ Line นั้นหมายว่าความว่าผู้ใช้สามารถล็อกอินเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Line ได้ พร้อมๆ กัน ถึง 2 บัญชี

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

 

realme C3 มาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลชLED ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซล 1.25 ไมครอน และมีขนาดรูรับแสง ด/1.8
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสง f/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอ

สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมด Portrait, โหมดวิดีโอ, โหมดมาโครพิเศษ, โหมด Panorama, โหมดถ่ายภาพ Pro, โหมด Time-Lapse, โหมด Slow-motion และโหมด Pro

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 3000 x 4000 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด FHD 1080p พร้อมซูมแบบออฟคิคอลได้ 4 เท่า

และด้านบนมีแถบเมนูเปิดปิดไฟแฟลชอัตโนมัติ, เปิดปิดโหมด HDR, เปิดปิดโหมด Chroma Boost หรือการเพิ่มสี, เลือกฟิลเตอร์ และตั้งค่าการใช้งานกล้องต่างๆ

สำหรับโหมด Chroma Boost ประมวลผลโดยโหมด AI เป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้ Filter หรือ Vivid mode ปรับอุณหภูมิให้สีของภาพ, เพิ่มสีให้ภาพแม้ถ่ายในแสงไฟสลัว, ปรับรายละเอียดให้ภาพแม้ในส่วนที่ไม่มีแสง, เพิ่มแสงให้การถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก และคงความธรรมชาติไว้, เพิ่มเลเยอร์ของสี

ตั้งค่าปิดโหมด Chrome Boost

ตั้งค่าเปิดโหมด Chrome Boost

ทดสอบภาพจากกล้องหลัง realme C3

 

โหมด Beauty 30

โหมด Beauty 50

โหมด Beauty 100

โหมด Portrait แบบ Auto

โหมด Portrait ปรับ  Bokeh 30%

โหมด Portrait ปรับ  Bokeh 60%

โหมด Portrait ปรับ  Bokeh 100%

โหมดปกติใส่ Filter

โหมด Macro พิเศษ

ภาพถ่ายปกติ 1X

ซูม 2X

ซูม 4X

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง

กล้องหน้า พร้อมโหมด AI Beauty และ AI HDR 

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รุรับแสง f/2.4 สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมด Portrait, โหมดวิดีโอ, โหมด Panorama และโหมด  Time-Lapse พร้อมแสดงไอคอนเมนูทั้งการเปิดปิดไฟแฟลช, ฟังก์ชัน AI HDR และฟีลเตอร์ ที่ด้านบนสำหรับใช้งานได้ทันที

รวมทั้งรองรับเทคโนโลยี AI Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ โดยสามารถเลือกระดับผิวเนียนได้ตั้งแต่ 0 – 100% โดยค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่ 30%

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1944 x 2592 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ FHD 1080p

ทดสอบภาพจากกล้องหน้า realme C3

 

โหมด Auto

โหมด Beauty 30

โหมด Beauty 50

โหมด Beauty 100

โหมด Portrait 30

โหมด Portrait 60

โหมด Portrait 100

โหมด Portrait + Filter

โหมด Portrait + Filter 03

ประสิทธิภาพ

 

realme C3 ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio G70, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G52, RAM 3GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 32GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกมฮิตอย่าง ROV และ PUBG Mobile ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น แต่ก็มีการกระตุกเล็กน้อย รวมถึงเครื่องร้อนเมื่อเล่นเกมติดต่อเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ โดยรวมแล้วสำหรับการเล่นเกมถือว่าใช้ได้เลย

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Game Space ที่ผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop Up ต่างๆ ขณะที่กำลังเล่นเกม และล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้

โดยใน Game Space ยังมี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ realme C3 ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ realme C3 ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

 

realme C3 ใช้แบตเตอรี่ขนาดความจุ 5,000 mAh ซึ่งทาง realme ระบุว่าสามารถเปิดเครื่อง Standby ได้นานถึง 727.7 ชั่วโมง หรือประมาณ 30 วัน, สนทนาได้นานต่อเนื่อง 43.9 ชั่วโมง, เล่น PUBG ได้นาน 10.6 ชั่วโมง, ฟังเพลงออนไลน์ได้ 19.4 ชั่วโมง และดูหนังออนไลน์ได้ 20.8 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีโหมดประหยัดพลังงานอย่าง Smart Power Saver ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยเมื่อกดใช้งานแถบแบตเตอรี่บนหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เท่าที่ลองทดสอบใช้งานทั่วไป เล่นเกม ดูหนัง และฟังเพลง ก็สามารถใช้งานได้เกิน 1 วันแบบสบายๆ ส่วนการชาร์จนั้นรองรับการชาร์จ 10W 5V/2A

และที่พิเศษคือ แบตเตอรี่ของ realme C3 สามารถถ่ายโอนแบตเตอรี่ผ่านสายชาร์จไปสู่อุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับได้ โดยต้องมีสาย OTG ในการเชื่อมต่อระหว่างตัวอุปกรณ์ ซึ่งอาจจะต้องซื้อเพิ่มเติม เนื่องจากไม่มีแถมมาให้

บทสรุป

 

realme C3 ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นรุ่นใหม่ในตระกูล C Series ต่อจากรุ่น realme C1 และ realme C2 ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้งานทั่วโลก โดยมาพร้อมสโลแกน “3 เลนส์ เกมแรง” โดดเด่นด้วยดีไซน์ฝาหลังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงแรกของดวงอาทิตย์ มีพื้นผิวแบบสลักลายเส้น ช่วยให้ถือจับไม่ลื่นมือ และไม่ติดรอยนิ้วมือได้ง่าย

นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอทรงหยดน้ำขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว แสดงผลได้อย่างเต็มตา รวมทั้งใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio G70 Octa-Core ขนาด 12nm ความเร็ว 2.0GHz เป็นรุ่นแรกของโลก และยังเป็นสมาร์ทโฟน realme รุ่นแรกที่มาพร้อม realme UI ภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android 10 ตั้งแต่แกะกล่อง และมี Dark Mode ที่ช่วยถนอมสายตาของคุณจากการใช้งานและโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนการถ่ายภาพติดตั้งกล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera ที่ครบทั้งการถ่ายภาพปกติ, การถ่ายโหมดมาโครที่ถ่ายได้ใกล้สุด 4 ซม. และการถ่าย Portrait หรือการถ่ายภาพบุคคลที่ถ่ายสวยแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ โดยรองรับโหมดการถ่ายภาพทั้ง การโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟีเจอร์ Chrome Boost เพิ่มสีสันให้กับภาพถ่าย, โหมดหน้าสวย AI Beauty เป็นต้น

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รองรับเทคโนโลยี AI Beauty ที่สามารถปรับระดับได้ที่ 0-100% และโหมด Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้เช่นกัน ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh ที่ใช้ได้นานเป็นวัน ไม่ต้องพกแบตเตอรี่สำรอง และสามารถถ่ายโอนแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นผ่านสายชาร์จได้

ทั้งนี้ realme C3 มีให้เลือก 2 สีคือ สี Frozen Blue และ Blazing Red พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ แถม Micro SD ความจุ 32 GB รวมกันแล้วจะได้พื้นที่ความจุถึง 64GB ในราคาเพียง 3,999 บาท วางจำหน่ายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

พิเศษสำหรับลูกค้า dtac เป็นเจ้าของ realme C3 ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,599 บาท ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้และสำหรับลูกค้า AIS,TrueMove H เป็นเจ้าของ realme C3 ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,499 บาท ในวันที่ 3 มีนาคมนี้

สำหรับช่องทางออนไลน์ Lazada และ Shopee วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ พิเศษสำหรับลูกค้า 3 ท่านแรก รับฟรีทันที realme Power Bank ความจุ 10000 mAh และสำหรับลูกค้าคนที่ 4 – 100 ที่ซื้อ realme C3 รับฟรีทันทีหูฟัง realme Buds 1

รีบจับจองเป็นเจ้าของ realme C3 ได้ก่อนใครตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ของแถมมีจำนวนจำกัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/realmeTH/ 

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น