Home NEWS รีวิว : OPPO F9 สมาร์ทโฟนจอหยดน้ำสวยหรู พร้อมกล้องเซลฟี่สุดแจ่ม และชาร์จเร็วด้วย VOOC Flash Charge

หลังจากเปิดตัว OPPO F7 สมาร์ทโฟนดีไซน์สุดล้ำที่มาพร้อมจอ Super Full Screen 2.0 ในอัตราส่วน 19:9 และสเปกครบครันไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ล่าสุด OPPO ได้สานต่อความสำเร็จด้วยการส่ง OPPO F9 สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ในตระกูล F Series

โดย OPPO F9 มาในดีไซน์โฉมใหม่สวยหรู พร้อมจอหยดน้ำที่กว้างกว่าเดิม, กล้องหลังคู่รุ่นแรกในซีรี่ส์นี้, กล้องเซลฟี่ที่ใช้เทคโนโลยี AI Beauty 2.0 และรองรับการขาร์จเร็ว VOOC Flash Charge เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปดูรีวิวกันเลยดีกว่า

OPPO F9

รูปลักษณ์ดีไซน์

OPPO F9 มีดีไซน์โค้งมนสวยหรู ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกคาร์บอเนตขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ซึ่งสีตัวเครื่องที่ได้มารีวิวนั้นเป็นสีม่วง Starry Purple ที่มาพร้อมการดีไซน์ฝาหลังแบบไล่เฉดสี พร้อมด้วยลวดลายประกายกลิตเตอร์แวววับซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน

โดยตัวเครื่องมีขนาด 156.7 × 74 × 8 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 169 กรัม ซึ่งไม่หนาหรือบางเกินไป ถือจับได้ถนัดทั้งมือคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิง

ด้านหน้าเครื่อง เริ่มจากด้านบนตรงกลางมีติ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า Waterdrop Screen หรือจอหยดน้ำ สำหรับเป็นตำแหน่งของกล้องเซลฟี่ ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ ซึ่งจอดีไซน์ใหม่นี้เพื่อเป็นการขยายพื้นที่จอทั้ง 4 ด้านให้ชิดกับขอบเครื่องมากขึ้น และได้พื้นที่ใช้งานบนหน้าจอที่กว้างขึ้นในระดับ 90.8% เลยทีเดียว นอกจากนี้ ขอบด้านซ้ายและด้านขวาของตัวเครื่องยังมาพร้อมกับความบางเฉียบเพียงแค่ 1.7 มม. เท่านั้น

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ LPTS TFT 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9

ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 6 (รุ่นแรกของโลก) พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D และที่ด้านล่างไม่มีปุ่มใดๆ โดยย้ายปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ไปอยู่บนหน้าจอแทน

ด้านหลังเครื่องอย่างที่บอกไว้คือเป็นสีม่วง Starry Purple ซึ่งเป็นสีพิเศษไล่เฉดสีม่วงอ่อนลงมาม่วงเข้มพร้อมมีประกายดาวระยิบระยับ โดดเด่นด้วยตรงขอบกล้องเลนส์คู่พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ขอบตรงตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ตรงกลาง รวมไปถึงตรงตราโลโก้ OPPO นั้นเป็นสีทองดูพรีเมียมมากๆ

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot SIM โดยรองรับซิมการ์ดแบบ Nano SIM ด้วยกันทั้ง 2 ช่อง และมีช่องสำหรับใส่ microSD Card แยกออกมาอีกต่างหาก และปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง

ด้านล่างเครื่อง ด้านซ้ายมีช่องลำโพงเสียง ตรงกลางมีช่องเสียบชาร์จไฟและสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ส่วนด้านขวามีช่องไมโครโฟน และช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.

สเปก OPPO F9

ขนาด 156.7 × 74 × 8 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 169 กรัม
หน้าจอ LTPS IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.0GHz, ชิปเซ็ท MediaTek Helio P60, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3
RAM 6GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังคู่ ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล, รูรับแสงกว้างสูงสุด f/1.8 และ f/2.4, ไฟแฟลช LED พร้อมเทคโนโลยี AI Scence Recognition, รองรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอผ่านโหมด Portrait พร้อมฟีเจอร์จัดแสงให้แก่ตัวแบบ ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพแบบ HDR, รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty 2.1 และรองรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ
ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Color OS 5.2
เชื่อมต่อ รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 4.2, microUSB 2.0
รองรับระบบ 4G LTE Band 1/3/5/8/20/28/38/40/41 และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 3,500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge
ราคา 10,990 บาท

 

คุณสมบัติการใช้งาน

OPPO F9 รันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย ColorOS 5.2 ที่พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์  Smart and Efficient

โดยมาพร้อมอินเทอร์เฟสรูปโฉมใหม่ไล่ตั้งแต่หน้าโฮม ไอคอนแอปพลิเคชัน ฟอนต์ ไปจนถึงพื้นหลัง รวมถึงลูกเล่นการใช้งานอันชาญฉลาด และระบบ Multitasking ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

ซึ่งยังคงใช้งานง่าย และปรับแต่งได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนธีม, การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, การนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน และการเปลี่ยนเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้า

ดาวน์โหลด Theme และภาพวอลเปอร์สวยๆ ในร้านขายธีม มาเปลี่ยนบนหน้าจอได้

รองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมรองรับเครือข่าย 4G LTE with VoLTE และรองรับ Full Net Com 3.0 ใช้ 4G/3G ทั้ง 2 ซิม

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง รองรับการตั้งค่าได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ โดยก่อนใช้งานจะต้องทำการลงทะเบียนลายนิ้วมือพร้องตั้งรหัสแบบ PIN หรือแบบอื่นๆ ก่อน

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า เพียงลงทะเบียนด้วยใบหน้า ซึ่งจะใช้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น จากนั้นเมื่อหน้าจอติดมองไปยังบนหน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ใบหน้าเพื่อเข้าสู้แอปที่ป้องกันไว้ หรือในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยได้

มาพร้อมแอป Phone Manager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่องโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น การเคลียร์ไฟล์แคช (Cache File), จัดการความเป็นส่วนตัว หรือการสแกนไวรัส ซึ่งจะช่วยให้ตัวเครื่องมีความปลอดภัย และใช้งานได้รวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

มีฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน รวมทั้งรองรับแอปโคลน ผู้ใช้สามารถโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน Facebook หรือ Line นั้นหมายว่าความว่าผู้ใช้สามารถล็อกอินเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Line ได้ พร้อมๆ กัน ถึง 2 บัญชี

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

OPPO F9 มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 กล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ซูมดิจิทัล 4 เท่า และระบบออโต้โฟกัส

นอกจากนี้ยังมีโหมด HDR, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ, โหมดถ่ายภาพโปร, พาโนราม่า, หน้าสวย, โหมดย่นเวลา รวมไปถึงโหมดถ่ายรูปที่ต้องการสีจัดจ้านก็มีให้เลือกใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นอย่างด้วย AR Stickers รวมทั้งรองรับเทคโนโลยี AI Scene Recogntion สำหรับปรับแต่งค่าต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพสถานการณ์นั้นๆ แบบอัตโนมัติ

และสามารถวิเคราะห์ซีนต่างๆได้ถึง 16 ซีน และมีฟังก์ชันการจัดแสงแบบ 3 มิติเหมือนกับที่มีอยู่ใน OPPO R15 Pro หรือ OPPO Find X อีกด้วย

และที่พิเศษคือมาพร้อมกับฟังก์ชัน Google Lens ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความฉลาดของระบบปฏิบัติการ ColorOS โดยเป็นบริการสำหรับค้นหาสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ สิ่งของ หนังสือ สถานที่ หรือบาร์โค้ด เพียงแค่ยกกล้องสมาร์ทโฟนส่องไปยังวัตถุที่ต้องการ

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4608 x 3456 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมโหมดถ่ายภาพหน้าสวยแบบอัตโนมัติ และปรับได้เอง 6 ระดับ โดยมาพร้อมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI Beauty 2.1 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดที่สามารถปรับแต่งใบหน้าของผู้ใช้ให้สวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์ส่วนต่างๆ บนใบหน้าผู้ใช้งานมากกว่า 296 จุด

นอกจากนี้ AI Beauty 2.1 ยังสามารถปรับแต่งช่วงคอ และแขนให้มีความสวยงามขึ้นได้ด้วย รวมทั้งยังสามารถปรับแต่งใบหน้าตามเพศ อายุ สีผิว และผิวพรรณ สำหรับผู้ใช้ทุกเชื้อชาติทั่วโลก และยังสามารถปรับแต่งใบหน้าได้สูงสุดถึง 4 คนในเฟรมเดียว ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าเพื่อนๆ ที่ถ่ายรูปเซลฟี่คู่กับเราจะต้องออกมาหล่อสวยกันทุกคนอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh Effect) ใช้งานง่ายเพียงเปิดที่รูปหยดน้ำให้เป็นสีเหลือง และกำหนดจุดที่ต้องการให้ชัด เท่านี้ก็ได้รูปหน้าชัด หลังเบลอสวยๆ พร้อมโหมดถ่ายสีจัดจ้าน, โหมด AR Sticker

และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080 พิกเซล พร้อมสามารถปรับค่าผิวเนียนขณะบันทึกวิดีโอได้ และมีโหมดถ่ายวิดีโอ Time-Lapse ให้ใช้งานด้วย

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

OPPO F9 ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz

โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio P60, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3, RAM 6GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และ PUBG ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และเล่นนานๆ เครื่องก็ไม่มีอาการร้อนอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

และที่ตอบโจทย์เกมเมอร์เลยก็คือมีฟังก์ชัน Game Space ที่ผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือนจากป็อปอัพต่างๆ ขณะเล่นเกม รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอ รวมทั้งมีฟีเจอร์ Graphics Acceleration ที่ช่วยรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด

รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ OPPO F9 ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ OPPO F9 ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาดใหญ่ถึง 3,500 mAh และมาพร้อมเทคโนโลยี VOOC Flash Charge ที่ชาร์จเพียง 5 นาที สามารถคุยสนทนาได้นาน 2 ชั่วโมง รวมทั้งยังมีระบบความปลอดภัยแบบ 5 ขั้น (Five Layers of Protecttion) ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าสมาร์ทโฟนจะมีความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการชาร์จ

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 8-10 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น โดยรวมแล้วสามารถใช้งานได้ใน 1 วันสบายๆ และถ้าแบตเหลือน้อยลง ก็สามารถชาร์จโดยใช้เวลาไม่นาน และใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทันที

บทสรุป

OPPO F9 นับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล F Series ที่มาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่ โดดเด่นด้วยจอรูปทรงหยดน้ำ 6.3 นิ้ว  ที่มีพื้นที่หน้าจอแสดงผลกว้างถึง 90.8% ให้ภาพที่เต็มตา และดูสะดุดตาตรงขอบเครื่องและฝาหลังพ่นสีไล่เฉดสวยหรู

นอกจากนี้ยังมากล้องหน้าเซลฟี่ที่มีความละเอียด 25 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายหน้าสวย AI Beauty 2.1 เวอร์ชั่นใหม่ที่ถ่ายได้สวย และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมถึงติดตั้งกล้องหลังคู่ (รุ่นแรกในซีรี่ส์) ที่มาพร้อมโหมด AI Scene Recognition ที่สามารถระบุประเภทภาพถ่ายได้ถึง 16 ซีน

วมถึงใช้ชิปเซ็ทที่แรง เร็ว และมีประสิทธิภาพ และเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในตระกูล F Series ที่มาพร้อมเทคโนโลยี VOOC Flash Charge ชาร์จเร็วเพียง 5 นาที สามารถโทรคุยได้นาน 2 ชั่วโมง พร้อมกับ 5 ขั้นตอนการันตีความปลอดภัย สามารถเล่นเกมขณะชาร์จแบตเตอรี่โดยไม่ต้องกังวลเครื่องร้อนอีกด้วย

ทั้งนี้ตัวเครื่อง OPPO F9 มีให้เลือก 3 สี คือสีแดง (Sunrise Red) สีน้ำเงิน (Twilight Blue) และ Special Edition สีม่วง (Starry Purple) ราคา 10,990 บาท ซึ่งสีแดง และสีน้ำเงินวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ส่วนสี Starry Purple เปิดให้จองพรีออเดอร์ตั้งแต่ 8 – 26 กันยายน 2561 โดยลูกค้าจะได้รับของสมนาคุณพิเศษเป็น OPPO Special Gift และ OPPO VIP Card บัตรรับประกันจอแตกนาน 1 ปี 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE