Home REVIEW รีวิว : Nokia 3.1 สมาร์ทโฟน Android One ดีไซน์หรู พร้อมฟีเจอร์ปลดล็อกด้วยใบหน้า ในราคาเบาๆ

ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา HMD Global ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน 3 รุ่นใหม่คือ Nokia 5.1, Nokia 3.1 และ Nokia 2.1 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นอัปเกรดของ Nokia 5, Nokia 3 และ Nokia 2 ที่เปิดตัวในปีที่แล้ว โดยรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราก่อนเป็นรุ่นแรกก็คือ Nokia 3.1 

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ Nokia 3.1 เป็นกล่องกระดาษแข็งขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่เกินไป ด้านหน้ากล่องมาพร้อมภาพ Nokia 3.1 อยู่ตรงกลาง โดยมีรูปคนจับมือกันเป็นภาพแบ็คกราวน์ และโลโก้ตัวอักษร Nokia ส่วนด้านหลังมีภาพ Nokia 3.1 แบบชัดๆ เห็นทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง พร้อมสเปกเด่น และข้อมูลต่างๆ

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่อง Nokia 3.1 พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟ, สายดาต้าลิงค์ microUSB, ชุดหูฟังสเตอริโอ, เข็มจิ้มซืมการ์ด, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์

Nokia 3.1 รูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกยังคงยึดดีไซน์เดิมของ Nokia 3 โดยปรับเปลี่ยนให้ขอบมุมมีความโค้งมนมากขึ้น ตัวบอดี้เป็นวัสดุโลหะคู่กับฝาหลังพลาสติกโพลีคาร์บอเนต ด้วยขนาด 146.25 x 68.65 x 8.7 มม. และน้ำหนัก 138.3 กรัม เรียกว่าใกล้เคียงกับ Nokia 3 เลย

รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่อง ครอบด้วยกระจกกันรอยขอบโค้ง 2.5D Corning Gorilla Glass 3 ด้านบนเริ่มจากซ้ายไปขวามีเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ปรับแสง และเซ็นเซอร์ปรับหมุนหน้าจออัตโนมัติ, ช่องลำโพงสนทนา และโลโก้ Nokia

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1440 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 18::9

พลิกมาด้านหลังเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโพลีคาร์บอเนต โดยตรงกลางด้านบนสุดมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง ถัดลงมามีเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 13 พิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ส่วนตรงกลางมีตัวอักษรโลโก้ Nokia และด้านล่างมีโลโก้ Android One

ด้านซ้ายข้างเครื่อง มีช่องใส่ SIM Card ซึ่งรองรับ 2 SIM แบบ nanoSIM กับช่องใส่การ์หน่วยความจำภายนอก microSD Card

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และแถบเส้นเสาอากาศ 2 เส้น

ด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน, พอร์ต microUSB, ช่องลำโพงเสียง และแถบเส้นเสาอากาศ 2 เส้น

สเปก Nokia 3.1

ขนาด 146.25 x 68.65 x 8.7 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 138.3 กรัม
หน้าจอ IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด HD+ 720 x 1440 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว พร้อมกระจกกันรอย Gorilla Glass 3
หน่วยประมวลผล Octa Core 1.5 GHz Cortex-A53, ชิปเซ็ท Mediatek MT6750, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T860MP2
RAM 2GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 16GB
microSD Card รองรับสูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส พร้อมไฟแฟลช LED กล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo (Android One)
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, dual-band, WiFi Direct, hotspot, GPS, Bluetooth 4.2, microUSB 2.0
รองรับระบบ 4G LTE band 1, 3, 5, 7, 8, 20, 38, 40 และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 2,990 mAh
ราคา 4,990 บาท

 

ประสิทธิภาพ

Nokia 3.1 มาพร้อมหน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core 1.5 GHz Cortex-A53, ชิปเซ็ท Mediatek MT6750, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T860MP2. RAM 2GB, หน่วยความจำภายใน 16GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.0 Oreo (Android One)

จากการลองทดสอบโดยเล่นเกมแบบ 3 มิติที่มีภาพกราฟิกสูงๆ อย่างเกม ROV ปรากฏว่าสามารถเล่นได้ แต่อาจจะมีสะดุดบ้าง และใช้เวลาในการโหลดเกมนาน เนื่องจากสเปกเครื่องที่มี RAM เพียงแค่ 2GB เท่านั้น ส่วนเกม Identity V นั้นสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด หรืออาการหน่วงให้เห็นเลย รวมถึงการใช้งานทั่วไปก็ทำได้ดี แม้ว่าจะใช้เวลาในการโหลดเกมนานไปนิดนึง

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Nokia 3.1 ผ่านแอป Geekbench 4

ด้านการถ่ายภาพ

Nokia 2 มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และระบบออโต้โฟกัส รวมทั้งมีโหมด HDR, ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ, โหมดพาโนรามา และรูรับแสง f/2.7 โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 3264 x 2448 ส่วนวิดีโอบันทึกได้ระดับ HD 720 x 1280 พิกเซล

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.7  โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1920 x 2560 ส่วนวิดีโอบันทึกได้ระดับ HD 720 x 1280 พิกเซล

ตัวอย่างรูปจากกล้อง

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่มีขนาดความจุ 4,100 mAh ตามสเปกระบุว่าสามารถเปิดเครื่องสแตนบายด์ได้นานสูงสุด 2 วัน ทดสอบโดยลองใช้งานเชื่อมต่อกับเครือข่าย 3G/4G และ Wi-Fi ใช้งานอินเทอร์เน็ต เล่นเกม และใช้งานทั่วไป ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 17-19 ชั่วโมง แต่ถ้าดูคลิปวิดีโอผ่าน YouTube หรือเล่นเกมก็อาจจะหมดไวขึ้น

นอกจากนี้ยังมีโหมดประหยัดพลังงานอย่าง Battery saver ที่ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานได้นานขึ้นประมาณ 15% และยังรองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge อีกด้วย

บทสรุป

Nokia 2 ถือเป็นสมาร์ทโฟนน้องเล็กสุดของสมาร์ทโฟน Nokia ในตอนนี้ที่มาพร้อมจุดเด่นในเรื่องของแบตเตอรี่สุดอึด 4,100 mAh ที่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 2 วันโดยไม่ต้องพกแบตเตอรี่สำรอง นอกจากนี้ยังใช้ระบบปฎิบัติการ Android 7.1.1 Nougat รองรับการอัปเดตเป็น Android Oreo (Go Edition) ได้ 

ส่วนสเปกอืนๆ ก็มีมาให้ครบครันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง, แอป Google รวมถึงใช้วัสดุและงานประกอบที่มีความแข็งแรงตามแบบฉบับ Nokia  ทั้งนี้ Nokia 2 มีให้เลือก 2 สีคือ สีเงิน–ดำ (Pewter/Black) และ สีเงิน–ขาว โดยมีราคาอยู่ที่ 3,490 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

คลิกสั่งซื้อ Nokia 2 ออนไลน์ได้ที่นี่ >>> https://goo.gl/j5ju6e

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE