Home REVIEW รีวิว : Huawei nova 4 สมาร์ทโฟน Punch Display รุ่นแรกในไทย พร้อมกล้องหลัง 3 ตัวพลัง...

 

หลังจากเปิดตัวที่ประเทศจีนบ้านเกิดไปไม่นาน ล่าสุด Huawei ก็ได้เปิดตัว Huawei nova 4 สมาร์ทโฟนระดับกลางบนในตระกูล nova Series ในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้ว

Huawei nova 4 เป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมหน้าจอแบบใหม่ Punch Display ที่เจาะรูบนหน้าจอสำหรับฝังกล้องหน้าเซลฟี่ พร้อมติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัวเทคโนโลยี AI และสเปกสุดแรง ซึ่งทาง MobileOcta ก็ได้เครื่องมารีวิวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปดูรีวิวกันเลยดีกว่า

Huawei Nova 4

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ Huawei nova 4 เป็นกล่องกระดาษแข็งสีขาวขนาดพอดีเครื่อง ด้านหน้ากล่องมีโลโก้ Huawei อยู่ด้านบน และชื่อรุ่นอยู่ตรงกลาง

เมื่อเปิดฝากล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่องก่อน ตามมาด้วยกล่องที่บรรจุเข็มจิ้มซิมการ์ด  กับเคสใส และชั้นล่างสุดจะมีสายชาร์จไฟแบบ USB Type-C, หัวอะแด็ปเตอร์แบบชาร์จเร็ว Quick Charge (เครื่องจำหน่ายจริงจะใช้หัวอะแด๊ปเตอร์อีกแบบ), ชุดหูฟังขนาด 3.5 มม., ใบรับประกันสินค้า และคู่มือการใช้งาน

รูปลักษณ์ดีไซน์

Huawei  nova 4 มาพร้อมบอดี้แบบกระจก (Metal-Glass) ที่ผสานเข้ากับกรอบโลหะได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์แบบไร้ขอบ และกระจกขอบโค้งที่ด้านหลังแบบ 3D Glass ที่เชื่อมเข้ากับโลหะแบบไร้รอยต่อด้วยขนาด 157 x 75.1 x 7.77 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 172 กรัม

ด้านหน้าเครื่อง มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ที่ Huawei เรียกว่า Punch Display โดยเจาะรูสำหรับฝังกล้องเซลฟี่ขนาดจิ๋วที่มุมซ้ายด้านบน  ส่วนเซ็นเซอร์ต่างๆ, ช่องลำโพงสนทนา และไฟ LED แจ้งเตือนสถานะนั้นยังคงมีอยู่ แต่ซ่อนอยู่บนขอบหน้าจอแทน ซึ่งการดีไซน์จอแบบนี้ทำให้ Huawei nova 4 มีจอไร้ขอบ และไร้รอยบาก

สำหรับหน้าจอแสดงผลเป็นจอแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 2310 x 1080 พิกเซล ความละเอียดพิกเซล 398PPI ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.25:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 91.8%

พลิกมาด้านหลังมีดีไซน์แบบไล่เฉดสีสวยหรู พร้อมขอบโค้งมนทั้ง 4 ด้าน มุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัว Triple Camera ในแนวตั้ง ความละเอียด 16+20+2 ล้านพิกเซล

และมีไฟแฟลช LED อยู่ถัดลงมา ตามด้วยข้อความ AI Camera และขนาดรูรับแสง โดยมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกลาง และมีโลโก้ Huawei อยู่ด้านซ้ายล่าง

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีแถบเสารับสัญญาณ กับช่องสำหรับใส่ SIM card โดยรองรับ 2 SIM

ด้านขวาข้างเครื่องมีแถบเสารับสัญญาณ ตามด้วยปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องมีช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., พอร์ตอินฟราเรด และไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับการตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา

ด้านล่างเครื่องมีช่องไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ต USB Type-C  และช่องลำโพงเสียง

สเปก Huawei P20 Pro

ขนาด 157 x 75.1 x 7.77 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 172 กรัม
หน้าจอ Huawei Punch Display IPS LCD ความละเอียด FHD+ 2310 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.25:9
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ท Huawei Hisilicon Kirin 970 บนสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 10 nm ซึ่งมีทั้ง CPU, GPU, NPU และ DSP อยู่ภายใน, ซีพียู Octa-core ความเร็ว 2.36GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 (12-Core), GPU Turbo
RAM 8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Card
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 ตัวประกอบด้วยกล้องเลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กล้องตัวกลางเป็นเลนส์หลัก ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และสุดท้ายเป็นเลนส์ช่วยในการถ่าย Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล  พร้อมระบบ AI, ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF, ไฟแฟลช LED, ถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD 2160p (30 fps) ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI และระบบตรวจจับความลึก
ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.0.1
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 4.2, NFC, Infrared Port, USB Type-C
รองรับร3,740 4G LTE และ 3G ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 3,750 mAh รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Quick Charge 9V/2A (18W)
ราคา 16,990 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Huawei  nova 4 รันบนระบบปฏิบัตการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.0.1 โดยหน้าจอหลักมาพร้อมไอคอนแอปที่โค้งมน และมีสีสันสดใส ถ้ากดค้างที่หน้าจอโฮมสกรีนจะเข้าสู่การปรับแต่งหน้าจอ สามารถเลือกปรับแต่งธีม หรือภาพพื้นหลังได้ตามใจชอบ รวมทั้งเลือกใช้งาน Widget ที่ต้องการได้ และตั้งค่า Home Screen ได้

เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเป็นส่วนแจ้งเตือน Notification และถ้าปัดนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการเปิดเมนู Quick Setting ทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งปรับรูปแบบของหน้าหลักให้มีหรือไม่มี App Drawer ก็ได้ (ค่าเริ่มต้นไม่มี) โดยเข้าไปตั้งค่าได้จาก Settings > Display > Home Screen Style > Drawer

เลือกปรับเปลี่ยนธีมหน้าจอได้ตามใจชอบด้วยแอปธีม ที่มีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลายทั้งแบบฟรี และเสียเงิน

รองรับเทคโนโลยี Dual 4G Dual VoLTE สามารถใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้งซิมหนึ่ง และซิมสอง

จัดการไฟล์ต่างๆ ในเครื่องผ่านแอปพลิเคชัน Files พร้อมทั้งทำความสะอาดเพื่อให้มีพื้นที่เก็บข้อมูลเพียงพอ

Huawei  nova 4 มาพร้อมจอ Punch Display โดยเจาะรุที่มุมซ้ายด้านบนสำหรับฝังกล้องเซลฟี่ ซึ่งเวลาที่เปิดเครื่องก็เห็นช่องอยู่บนหน้าจอ ถ้าใครไม่อยากให้แสดงก็สามารถตั้งค่าให้เป็นหน้าจอแบบปกติได้ แต่พื้นที่แสดงผลก็จะลดลงมา โดยเข้าไปที่เมนูการตั้งค่า > การตั้งค่าการแสดงผล > การตั้งค่าการแสดงผลเพิ่มเติม > ขอบดำ

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง สามารถใช้นิ้วสแกนเพื่อปลดล็อคตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วินาที รวมทั้งเข้าถึงความปลอดภัย และการเข้าถึงการล็อกแอป

รองรับการปลดล็อคด้วยใบหน้า Face Unlock ที่เมื่อตั้งค่าแล้วสามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว เมื่อกดปุ่มเปิดปิดเครื่องแล้วมองไปที่เซ็นเซอร์หน้าจอเพียงไม่กี่วินาที

มีฟีเจอร์ Motion Control สำหรับการใช้งานพื้นฐาน รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง และการสั่งงานด้วยเสียงได้

มาพร้อมฟีเจอร์ Huawei Share ที่ช่วยให้โอนไฟล์ไปยัง Huawei เครื่องอื่นหรือ PC และ macOS ได้ง่าย

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

Huawei nova 4 ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 กล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับเสง f/2.4 สำหรับถ่ายภาพโบเก้ หรือหน้าชัดหลังเบลอ และกล้องตัวที่ 3 ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 117 องศา และรูรับแสง f/2.4

ส่วนโหมดถ่ายภาพนั้นมีให้เลือกทั้งโหมดปกติ, วิดีโอ, ภาพบุคคล (Portrait), กลางคืน, เลนส์ AR ที่มีลูกเล่นน่ารักๆ เช่น 3D Qmoji และเอฟเฟกต์ต่างๆ

รวมทั้งรองรับเทคโนโลยี  AI ที่มากับระบบ AI Scene Recognition ที่สามารถจดจำฉากได้ถึง 22 รูปแบบด้วยกัน เช่น Blue Sky, Flower, Plant, Beach, Sunset, Sunrise, Cat, Dog, Performance, Food, Text, Nightscape, Snow, Portrait และอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีโหมดถ่ายภาพอื่นๆ ให้เลือกใช้งาน ทั้งโหมด Pro, Slow-Mo, Night, Panorama, Aperture หรือโหมดรูรับแสงสำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอที่ไม่ใช่ Portrait , Monochrome, Light Painting, HDR, Time-Lapse, Filter, 3D Panorama, Stickers, Document และโหมดอื่นๆ ที่สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้

สามารถกำหนดความละเอียดของภาพถ่ายได้สูงสุดที่ 20 ล้านพิกเซล (5120 x 3840 พิกเซล) พร้อมฟังก์ชัน Mirror Reflection, สั่งงานด้วยเสียง, ตรวจจับรอยยิ้ม และสั่งงานด้วยท่าทาง

และมีฟีเจอร์ HiVision ที่ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ และค้นหาข้อมูลต่างๆ จากการสแกนวัตถุนั้นๆ ผ่านทางกล้องถ่ายภาพไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิว, ภาพวาดที่มีชื่อเสียง, ข้อมูลการขายสินค้านั้นๆ (ราคาเท่าใด/หาซื้อได้ที่ไหน), การคำนวณแคลอรี่ของอาหาร และการแปลภาษา

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI ซึ่งโหมด Beauty มีระบบ 3D Facial Recognition ที่จะช่วยปรับรายละเอียดของขนตา, ดวงตา และริมฝีปากให้ดีขึ้น รวมทั้งรายละเอียดของผิวหน้าที่ยังคงถูกต้องไม่ผิดธรรมชาติ

รวมทั้งมีโหมด HDR Pro ที่ช่วยให้ภาพที่ถ่ายออกมามีรายละเอียดที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายย้อนแสง ซึ่งกล้องหน้านี้ก็มาพร้อมกับระบบ AI เช่นเดียวกัน ที่เรียกว่า AI Selfie Scene Recognition สามารถจดจำฉากได้ถึง 8 รูปแบบ  ได้แก่ Sky, Plant, Flower, Beach, Stage, Night, Room และ Snow พร้อมทั้งช่วยปรับค่าต่างๆ ให้โดยที่ผู้ใช้แค่กดถ่ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

Huawei nova 4 ใข้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.36GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Hisilicon Kirin 970, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP12, GPU Turbo, RAM 8GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 128GB

หลังจากที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด พร้อมเปิดแอปหลายๆ ตัวพร้อมกันได้ และตอบสนองการใช้งานเป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และเกม PUBG Mobile ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และเล่นนานๆ เครื่องก็ไม่มีอาการร้อนอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei nova 4 ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei nova 4 ผ่านแอป Geekbench 4

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาด 3,750 mAhซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 9V/2A (18W) รวมทั้งมีโหมดประหยัดพลังงานให้เลือกใช้ 3 รูปแบบ คือ  Performance mode, Power Saving Mode และ Ultra Power Saving Mode

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานแบบหนักๆ ได้ภายใน 1 วันสบายๆ บวกกับระบบจัดการพลังงานที่ชาญฉลาด และระดับการบริโภคพลังงานที่ต่ำของชิปเซ็ต Kirin 970 จึงช่วยให้ประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานนั้นอยู่ในระดับสูงสุด โดยรวมแล้วถือว่าดีเยี่ยมเลย

บทสรุป

Huawei nova 4 ถือเป็นสมาร์ทโฟน Punch Display รุ่นแรกของ Huawei และรุ่นแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา โดยเจาะรูที่มุมซ้ายบนของจอเพื่อฝังกล้องเซลฟี่ไว้ ทำให้หน้าจอมีพื้นที่มากขึ้น รวมทั้งยังมีดีไซน์สวยหรูด้วยการไล่เฉดสี และครอบทับด้วยกระจก 3D

นอกจากนี้ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัวที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI โดยจุดเด่นอยูที่เลนส์ Ultra Wide ที่เก็บภาพในมุมกว้างได้อย่างเต็มที่ ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียดถึง 25 ล้านพิกเซลโดนใจสายเซลฟี่แน่นอน รวมถึงสเปกสุดแรงเทียบเท่าสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง และครบเครื่องเรื่องฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ

ทั้งนี้ Huawei nova 4 ที่วางจำหน่ายในบ้านเรามีให้เลือก 2 สีคือ สีน้ำเงิน Crush Blue และสีดำ Blackในราคา 16,990 บาท พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. ในงาน Thailand Mobile Expo และ HUAWEI Official Store ในร้านค้าออนไลน์ Lazada ในราคา 16,990 บาท

พร้อมรับฟรีของสมนาคุณพิเศษ HUAWEI FreeBuds Wireless Earphones มูลค่า 3,990 บาท (ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด) คลิกจองออนไลน์ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2RvNFSV

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2Skg3fn

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE