Home REVIEW Review : Huawei Mate 9 อีกขั้นสมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมกล้องคู่พัฒนาร่วมกับ Leica

ถือเป็นปีทองสำหรับ Huawei ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรเลยก็ว่าได้ หลังจากประสบความสำเร็จยอดขายในประเทศไทยปี 2559 ที่เพิ่มขึ้นเกินเป้า ล่าสุดได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงในตระกูล Mate 9 Series ออกมา 3 รุ่นด้วยกันคือ Mate 9, Mate 9 Pro และรุ่นพิเศษ Mate 9 Porsche Design โดย Mate 9 และ Mate 9 Pro ถือเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในไทยเป็นประเทศแรกในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้ง 2 รุ่นนี้มีความโดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยีระดับไฮเอนท์ ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวเป็นรุ่น Mate 9 สมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera ที่พัฒนาร่วมกับ Leica

mate_9_001

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจ Hauwei Mate 9 เป็นกล่องกระดาษแข็งสีดำด้าน ด้านหน้ากล่องสลักชื่อรุ่นสีทอง โดยด้านล่างมีโลโก้ Leica และตัวอักษร Dual Camera เมื่อเปิดฝากล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่องก่อน ยกถาดขึ้นมาจะเห็นกล่องใส่อุปกรณ์ต่างๆ แยกเป็น 2 กล่องด้วยกัน ประกอบด้วยกล่องใส่สายชาร์จไฟแบบ USB Type-C, หัวอะแด็ปเตอร์แบบ Quick Charge, ตัวแปลง USB Type-C to microUSB  และชุดหูฟังรวมอยู่ในกล่องเดียวกัน และกล่องใส่เคสพลาสติกใส, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน และเข็มจิ้มซิมการ์ดที่อยู่หลังกล่องนี้

mate_9_002

mate_9_003

mate_9_004

mate_9_005

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง Huawei Mate 9 ใช้เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องที่ทำจากโลหะอย่างดีขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Metal Unibodyทำให้มีดีไซน์สวยหรูระดับพรีเมี่ยม และแข็งแรงทนทาน ด้วยหน้าจอ 5.9 นิ้วทำให้เครื่องมีขนาดใหญ่อาจจะเหมาะมือสำหรับคุณผู้ชายมากกว่ามือของคุณผู้หญิง แต่ด้วยความบางเพียง 7.9 มิลลิเมตร ช่วยให้ถือจับใช้งานได้ถนัดมือมากขึ้น

mate_9_006

ด้านหน้าเครื่อง ด้านบนสุดจากซ้ายไปขวามีช่องลำโพงสนทนา, เซ็นเซอร์ต่างๆ ทั้งปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา และวัดแสงอัตโนมัติ, เลนส์กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนสถานะต่างๆ ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD  16 ล้านสี ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล ขนาด 5.9 นิ้ว ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D และตรงกลางมีเฉพาะโลโก้ตัวอักษร Huawei เท่านั้น ส่วนปุ่มกดควบคุมต่างๆ อยู่บนหน้าจอซึ่งจะแสดงผลเมื่อเปิดเครื่องใช้งานเท่านั้น

mate_9_007

mate_9_008

พลิกมาด้านหลัง ฝาหลังทำจากโลหะ โดยตรงกลางด้านบนสุดมาพร้อมไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ซึ่งใช้ไมโครโฟน 4 ชิ้น พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนเพื่อตัดเสียงรบกวนต่างๆ ออกไป เพื่อคุณภาพของเสียงสนทนา ถัดลงมาเป็นกล้องคู่ Dual Camera ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล Monochrome + 12 ล้านพิกเซล RGB โดยด้านซ้ายมีไฟแฟลชคู่แบบ Dual Tone  LED ส่วนด้านขวามีตัวยิงเลเซอร์สำหรับระบบโฟกัสภาพ ถัดลงมาตรงกลางมีช่องวงกลมซึ่งเป็นส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และตรงกลางด้านล่างมีตัวอักษรโลโก้ HUAWEI

mate_9_009

mate_9_010

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM card โดยรองรับ 2 SIM แบบไฮบริด โดยช่อง 1 ใส่ SIM Card แบบ microSIM  หรือสลับใส่ microSD Card ส่วนช่อง 2 ใส่ SIM Card แบบ nano

mate_9_011

mate_9_012

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

mate_9_013

ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม. และพอร์ตอินฟราเรด

mate_9_014

ด้านล่างเครื่องออกแบบเหมือนช่องลำโพงคู่ แต่จริงแล้วด้านซ้ายเป็นช่องไมโครโฟนสนทนา ส่วนด้านขวาเป็นช่องลำโพงเสียง และตรงกลางเป็นช่องเชื่อมต่อแบบ USB  Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และโอนถ่ายข้อมูล

mate_9_015

สเปก Huawei Mate 9

ขนาด 156.9 x 78.9 x 7.9 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 190 กรัม
หน้าจอ IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล ขนาด 5.9 นิ้ว
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ท HUAWEI Kirin 960, ซีพียู Octa-core CPU (4 x 2.4 GHz A73+ 4 x 1.8 GHz A53) + i6 co-processor, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G71 MP8
RAM 4GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB
microSD Card รองรับสูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังแบบคู่ Dual-Camera ที่พัฒนาร่วมกับ Leicaโดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซลสำหรับเก็บภาพขาวดำ ส่วนกล้องตัวที่ 2 มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซลสำหรับเก็บภาพสี พร้อมไฟแฟลขคู่ Dual Tone, ระบบกันภาพสั่นไหวแบบ OIS, รูรับแสง f/2.2, เทคโนโลยีโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟังก์ชันถ่ายภาพ Bokeh  ส่วนกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/1.9
ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.0
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, DLNA, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 4.2, NFC, USB Type-C
รองรับระบบ 4G LTE 700/850/900/1800/19002100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 4,000 mAh
ราคา 23,900 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Huawei Mate 9 รันบนระบบปฏิบัติการ Andoid 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.0 ที่ดูเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ออกแบบให้ดูเรียบง่ายขึ้น และสามารถตอบสนองการใช้งานได้เป้นอย่างดี โดยในส่วนของหน้าจอหลักนั้น มีหน้าจอเริ่มต้นให้ใช้ทั้งหมด 3 หน้าหลักด้วยกันและสามารถเพิ่มได้ โดยด้านซ้ายสุดจะเป็นหน้า Hiboard สำหรับค้นหา ดูแอปที่ใช้บ่อยๆ และฟีดข่าวจากสำนักข่าวชื่อดัง รวมทั้งสามารถปรับแต่งไอคอนหรือ Widgets ได้ตามต้องการ ด้วยการแตะค้างลงบนพื้นที่ว่างของหน้าจอ เพื่อเรียกเมนูการตั้งค่าขึ้นมา ซึ่งจะมีโหมดการตั้งค่าให้ใช้งาน 4 โหมด ได้แก่ วอลเปเปอร์, Widgets,  การเลือกรูปแบบการปัดหน้าจอ และการตั้งค่าต่างๆ

mate_9_016

ปรับเปลี่ยน Home Screen Style ได้ 2 รูปแบบคือ Standard แสดงไอคอนแอปพลิเคชั่นต่างๆ บนหน้าหลัก และ Drawer แสดงแอปพลิเคชั่นบนหน้าหลัก พร้อมปุ่มค้นหาแอปเพิ่มเติมด้านบน

mate_9_017

รองรับการใช้งาน 2 SIM พร้อมรองรับเครือข่าย 4G LTE Cat12 ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดที่ 600 Mbps ทั้ง 2 SIM (เลือกสลับใช้งาน) และรองรับการสนทนาแบบ VoLTE ผ่านเครือข่าย 4G

mate_9_018

โหมด Eye comfort หรือสบายตา สำหรับปกป้องสายตาไม่ให้เมื่อยล้าเวลาที่ต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานานๆ

mate_9_019

ติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือ ที่สามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ นอกจากปลดล็อคหน้าจอแล้ว ยังสามารถตั้งค่าเปิดใช้งานฟังก์ชั่นการสั่งงานถ่ายภาพ รับสายเรียกเข้า หรือถ่ายภาพ ด้วยการสแกนลายนิ้วมือได้อีกด้วย

mate_9_020

มาพร้อมฟังก์ชั่นความช่วยเหลือแบบอัจฉริยะ Smart assistance ที่สามารถปรับค่าได้หลายอย่าง เช่น ปุ่มแผงไอคอนลัด จะปรากฏอยู่บนหน้าจอส่วนใหญ่ สามารถเลื่อนตำแหน่งไปมาได้, การควบคุมการเคลื่อนไหว เช่น พลิกโทรศัพท์เพื่อปิดเสียง ยกขึ้นลดระดับเสียง ถ่ายภาพหน้าจอ วาดอักษรเพื่อเปิดแอปพลิเคชั่น และเคาะนิ้วข้อมือแบ่งหน้าจอ เป็นต้น

mate_9_021

สำหรับการแบ่งหน้าจอ Dual Windows นั้นสามารถทำได้โดยเปิดแอปขึ้นมา 1 แอปแล้วกดที่ปุ่ม Recent Apps ค้างไว้ จากนั้นเปิดแอปอีกแอปหนึ่งขึ้นมา โดยรองรับบางแอปพลิเคชั่นเท่านั้น เช่น แอป Brower กับแอปวิดีโอ

mate_9_022

เครื่องเล่นเพลง พร้อมระบบเสียง DTS เมื่อใช้ร่วมกับชุดหูฟังจึงจะเปิดโหมดนี้ได้

mate_9_023

รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD 1080p ได้อย่างไหลลื่น พร้อมทั้งสามารถแสดงผลได้เต็มความละเอียดของไฟล์วิดีโอ

mate_9_024

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

mate_9_025

ด้านการถ่ายภาพ

Huawei Mate 9 มาพร้อมกล้องหลังคู่ที่พัฒนาร่วมกับ Leica (Generation 2) โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สำหรับภาพสี RGB ส่วนกล้องรองความละเอียด 20 ล้านพิกเซล สำหรับภาพขาวดำ Monochrome พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual Tone และตัวยิงเลเซอร์สำหรับโฟกัสภาพ รวมทั้งยังมาพร้อมระบบป้องกันการสั่น OIS, เทคโนโลยีโฟกัสอัติโนมัติ Hybrid Autofocus นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นถ่ายภาพแบบ Bokeh หรือหน้าชัดหลังเบลอ หรือหน้าเบลอหลังชัดได้ และมีโหมดโปรให้ใช้งานด้วย โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 5120 x 3840 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด UHD 4K ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 พิกเซล พร้อมรูรับแสง f/1.9 โฟกัสภาพอัตดนมัติ และโหมดปรับหน้าสวยที่สามารถปรับค่าผิวเนียนได้ถึง 10 ระดับเลยทีเดียว

mate_9_026

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

img_20161216_173731

img_20161216_171429

img_20161216_182929

img_20161220_121919

img_20161220_121251

img_20161219_115141

img_20161219_114621

img_20161222_182334

img_20161216_171339

img_20161216_171241

ประสิทธิภาพ

Huawei Mate 9 ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4GHz (Quad-Core Cortex-A73 2.4 GHz + Quad-Core Cortex A53 1.8GHz ) โดยใช้ชิปเซ็ท Huawei Kirin 960, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali G71 MP8, RAM 4GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม Gods of Egypt มีภาพกราฟิกสูง สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด ส่วนเกมอื่นๆ อย่าง Asphalt 8 สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น โดยไม่มีสะดุด หรืออาการหน่วงให้เห็นเลย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

mate_9_027

mate_9_028

mate_9_029

mate_9_030

mate_9_031

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei Mate 9 ผ่านแอป Antutu

mate_9_032

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei Mate 9 ผ่านแอป Geekbench 4

mate_9_033

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-ion Polymer ขนาดความจุ 4,000 mAh โดยมาพร้อมโหมด Power saving mode และโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง Ultra power saving ที่ช่วยประหยัดแบตเตอรี่เมื่อเปิดใช้งานโหมดนี้ หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 8-10 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น โดยรวมแล้วสามารถใช้งานได้ใน 1 วันสบายๆ นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Huawei SuperCharge ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 58% ได้ภายในเวลา 30 นาที

mate_9_034

บทสรุป

Huawei Mate 9 ถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นมาตรฐานในตระกูล Mate 9 Series ที่มาพร้อมจุดเด่นกล้องหลังคู่ Dual Camera ที่พัฒนาร่วมกับ Leica รุ่นที่สอง (2nd Generation) ถ่ายภาพได้ดีขึ้น พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย รวมถึงโหมดโปรที่เหมือนกล้อง DSLR นอกจากนี้ยังมาพร้อมตัวเครื่องโลหะแบบ All Metal Unibody ที่มีดีไซน์สวยหรูระดับพรีเมี่ยม โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 5.9 นิ้ว รวมทั้งใช้หน่วยประมวลผลชิปเซ็ท Kirin 960 ที่เร็วและแรง และอัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการรองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, EMUI 5.0 อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นกว่า 50% ได้ภายในสองคลิกเท่านั้น, เทคโนโลยี SuperChargeใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่เพียง 20 นาทีสำหรับการใช้งานหนึ่งวันเต็ม เป็นต้น ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่ถ่ายภาพได้สวย และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว กับราคา 23,900 บาทถือว่ากำลังดีไม่แพงเกินไป ยิ่งถ้าซื้อร่วมกับโปรของค่ายโอเปอเรเตอร์มือถือต่างๆ ก็อาจได้ราคาที่ถูกว่านี้ คุ้มเลย!!

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE