Home REVIEW รีวิว : HUAWEI Mate 20 Pro ที่สุดของสมาร์ทโฟนเรือธง 3 กล้องจาก Leica พร้อมเทคโนโลยี AI...

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ HUAWEI Mate 20 Series สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดในตระกูล Mate Series ที่ก้าวกระโดดจาก Mate 10 Series เหมือนสมาร์ทโฟนในตระกูล P20 Series ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี

โดยมาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่ด้วยหน้าจอไร้ขอบที่บางเฉียบสุดหรู, ใช้ชิปเซ็ท Kirin 980 ใหม่ล่าสุดที่มีเทคโนโลยี AI ที่ฉลาดขึ้น รวมทั้งอัปเดตกล้องหลัง 3 เลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ Leica และอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์

HUAWEI Mate 20 Series แบ่งเป็น 4 รุ่นด้วยกันคือ HUAWEI Mate 20, HUAWEI Mate 20 Pro, HUAWEI Mate 20 X  และ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวคือ HUAWEI Mate 20 Pro iรุ่นท๊อปสุดที่มาพร้อมดีไซน์สุดพรีเมี่ยม และสเปกระดับไฮเอนด์

็Huawei Mate 20 Pro

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจ HUAWEI Mate 20 Pro เป็นกล่องกระดาษแข็งสีดำด้านขนาดพอดีเครื่อง ด้านหน้ากล่องมีลาย Texter พร้อมสลักโลโก้ กับชื่อรุ่นสีทอง โดยด้านล่างมีโลโก้ Leica และตัวอักษร Triple Camera

เมื่อเปิดฝากล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่องก่อน เมื่อหยิบเครื่องขึ้นมาก็จะเป็นกล่องที่บรรจุเข็มจิ้มซิมการ์ด, คู่มือใช้งานเบื่องต้น และเคสพลาสติกใส ส่วนด้านล่างสุดจะมีสายชาร์จไฟแบบ USB Type-C, หัวอะแด็ปเตอร์แบบชาร์จเร็ว SuperCharge, ชุดหูฟังที่เป็นพอร์ต USฺ Type-C และอะแดปเตอร์แปลงพอร์ต USB Type-C เป็นแจ็ค 3.5 มม.

รูปลักษณ์ดีไซน์

HUAWEI Mate 20 Pro มาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่ที่ดูสวยล้ำมากขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของธรรมชาติ ขอบทุกด้านจะมีความโค้งมน สวยงามและจับถือถนัดมือ

ด้วยขนาด 157.8 x 72.3 x 8.6 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 189 กรัม ที่ดูเพรียวบาง ไม่ใหญ่เกินไป ทำให้ถือจับใช้งานด้วยมือเดียวได้อย่างถนัด และพกพาได้สะดวกด้วย

ด้านหน้าเครื่อง เริ่มจากด้านบนสุดตรงกลางมีรอยบากหรือ Notch สำหรับเป็นตำแหน่งของเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมไฟ LED แจ้งเตือนสถานะต่างๆ, เซ็นเซอร์ Proximity, เซ็นเซอร์ Ambient Light

รวมถึงเซ็นเซอร์ 3D Depth Sensing Camera ในการจดจำใบหน้ากว่า 30,000 จุด สำหรับระบบสแกนใบหน้าแบบ 3D Face และช่องลำโพงสนทนา

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล FullView Display แบบ OLED ความละเอียด QHD+ 1440 x 3120 พิกเซล ขนาด 6.39 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.7:9 ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 3D Glass และด้านล่างไม่มีปุ่มกดใดๆ ซึ่งจะใช้งานปุ่มแบบ On-Screen แทน ได้แก่ ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps

ด้านหลังมีพื้นผิวแบบขัดที่ใช้กระบวนการผลิตแบบไฮเปอร์ออพติคอล แพทเทิร์น ช่วยให้มีเส้นสายสวยงาม ทนทาน ไม่ลื่น และลดรอยนิ้วมือ ดูสะอาดตาแม้จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีเฉพาะสี Emerald Green

โดยตรงกลางด้านบน มีเลนส์กล้องดิจิทัล 3 ตัว Triple Camera ที่พัฒนาร่วมกับ Leica อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม ประกอบด้วยเลนส์หลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์ Tele ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และมีไฟแฟลชคู่ Dual Tone LED อยู่ในกรอบนี้ด้วย

ด้านซ้ายข้างเครื่องไม่มีปุ่มกดหรือช่องใดๆ

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่องที่ออกแบบเป็นปุ่มสีแดงดูเด่นมาก

ด้านบนเครื่องมีแถบเส้นเสาอากาศ 2 เส้น พร้อมพอร์ตอินฟราเรด และไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับการตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา

ด้านล่างเครื่องมีแถบเส้นเสาอากาศ 2 เส้น, ช่องไมโครโฟนตัวหลัก, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB type-C ซึ่งเป็นที่อยู่ของลำโพงเสียงตัวที่สองด้วยเช่นกัน และช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด ซึ่งไม่มีช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรมาให้เหมือนกับ Mate 10 Pro

สำหรับช่องใส่ SIM Card ของ HUAWEI Mate 20 Pro จะเป็นถาดใส่ซิมการ์ดแบบไฮบริด ซึ่งรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด แต่ในช่องที่ 2 จะต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่ 2 หรือเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ NM Card (Nano Memory Card)

สเปก HUAWEI Mate 20 Pro

ขนาด 157.8 x 72.3 x 8.6 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 189 กรัม
หน้าจอ OLED FullView Display ความละเอียด QHD+ 1440 x 3120 พิกเซล ขนาด 6.39 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.7:9
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ท Huawei Hisilicon Kirin 980, ซีพียู Octa-core ความเร็ว 2.6GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MP10
RAM 6GB/8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB/256GB
NM Card 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องด้านหลัง 3 ตัว (Triple-Camera) ความละเอียด 40+20+8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8+F/2.2+F/2.4 พร้อมฟีเจอร์ Super Slow Motion 960fps และเทคโนโลยี Huawei AIS (AI Image Stabilization) ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.0
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, DLNA, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5,0, NFC, Infrared Port, USB Type-C
รองรับระบบ 4G LTE band 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 12, 17, 18, 19, 20, 26, 28, 32, 34, 38, 39,40 และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 4,200 mAh รองรับเทคโนโลยี Huawei SuperCharge 40W ที่สามารถชาร์จถึงระดับ 58% ภายในเวลา 30 นาที และเทคโนโลยี Huawei Wireless Quick Charge 15W
ราคา 31,990 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Huawei  Mate 20 Pro รันบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9 ใหม่ล่าสุดมาตั้งแต่แกะกล่อง ใช้งานง่ายและลื่นไหล โดยหน้าจอหลักมาพร้อมไอคอนแอปที่ปรับให้มีความโค้งมนรับกับตัวเครื่องที่มีความโค้งมากขึ้น และมีสีสันสดใส ถ้ากดค้างที่หน้าจอโฮมสกรีนจะเข้าสู่การปรับแต่งหน้าจอ สามารถเลือกปรับแต่งธีม และภาพพื้นหลังได้ตามใจชอบ และเลือกใช้งาน Widget ที่ต้องการได้

เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเป็นส่วนแจ้งเตือน Notification และถ้าปัดนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการเปิดเมนู Quick Setting ทั้งหมด นอกจากนี้ยีงสามารถแบ่งปรับรูปแบบของหน้าหลักให้มีหรือไม่มี App Drawer ก็ได้ (ค่าเริ่มต้นไม่มี) โดยเข้าไปตั้งค่าได้จาก Settings > Display > Home Screen Style > Drawer

เลือกปรับเปลี่ยนธีมหน้าจอได้ตามใจชอบด้วยแอปธีม ที่มีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย

รองรับเทคโนโลยี Dual 4G Dual VoLTE สามารถใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้งซิมหนึ่ง และซิมสอง

จัดการไฟล์ต่างๆ ในเครื่องผ่านแอปพลิเคชัน Files

Huawei P20 Pro มาพร้อมจอที่มีรอยบาก (์Notch) ตรงกลางด้านบนของหน้าจอ แต่ถ้าใครไม่ชอบอยากได้จอแบบปกติก็สามารถทำได้ โดยเข้าไปที่เมนุ Settings > Display > More Display > Notch > แล้วเลือกเปิด หรือซ่อนได้ เมื่อซ่อนแถบด้านบนหน้าจอที่เป็นรอยบากก็จะหายไป เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปทันที

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังไว้บนหน้าจอ สามารถใช้นิ้วสแกนเพื่อปลดล็อคตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วินาที รวมทั้งเข้าถึงความปลอดภัย และการเข้าถึงการล็อกแอป

รองรับการปลดล็อคด้วยใบหน้า 3D Face ที่เมื่อตั้งค่าแล้วสามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว เมื่อกดปุ่มเปิดปิดเครื่องแล้วมองไปที่เซ็นเซอร์หน้าจอเพียงไม่กี่วินาที

รองรับการกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 สามารถกันได้แบบโดนน้ำได้ที่ระดับความลึก 2 เมตรนาน 30 นาที หรือฝุ่นกระเด็นแบบไม่ได้ตั้งใจ

มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Dolby Atmos

มีฟีเจอร์ Motion Control สำหรับการใช้งานพื้นฐาน รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง และการสั่งงานด้วยเสียงได้

มาพร้อมฟีเจอร์ Huawei Share ที่ช่วยให้โอนไฟล์ไปยัง Huawei เครื่องอื่นหรือ PC และ macOS ได้ง่าย รวมทั้งรองรับบริการชำระเงินผ่านระบบ NFC

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

Huawei Mate 20 Pro ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual Tone LED โดยมาพร้อม Leica Matrix Camera System สุดล้ำ

ด้วยเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ที่พัฒนาร่วมกับ Leica เพื่อการถ่ายภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้

โดยแบ่งเป็นกล้องหลักเลนส์ RGB ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายภาพได้ทุกสถานการณ์ เก็บทุกเฉดสีได้ครบสมบูรณ์แบบ

กล้องตัวที่ 2 เลนส์  Monochrone Leica Ultra Wide Angle ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ช่วยเก็บภาพทิวทัศน์และภาพสไตล์มาโครได้สุดประทับใจ

และกล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายภาพระยะไกล ซูมแบบออฟติคอลได้ 3 เท่า และรูรับแสง f/2.4

สามารถเลือกโหมดการถ่ายได้ทั้งโหมดถ่ายภาพปกติ, ภาพบุคคล (Portrait), กลางคืน, รูรับแสง และโหมด Pro รวมทั้งยังมีโหมดอื่นๆ อย่าง Slow-Mo สำหรับถ่ายภาพสโลว์โมชั่นที่ระดับ 960FPS, Panorama, HDR, Good Food, Watermark, Documents, 3D Panorama สำหรับถ่ายพาโนรามาแบบ 3 มิติ เป็นต้น

โดยโหมดถ่ายภาพปกติสามารถซูมภาพได้ถึง 5 ระดับตั้งแต่ 0.6x ที่จะสลับไปใช้งานกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide Angle), 1x สำหรับถ่ายภาพในมุมมองปกติด้วยกล้องตัวหลักเลนส์ Wide Angle, 3x สำหรับถ่ายภาพซูมแบบ 3 เท่า (Optica Zoom 3x) ด้วยกล้องเลนส์ Telephoto, 5x สำหรับถ่ายภาพซูมแบบ 5 เท่า ด้วยเทคโนโลยี Hybrid Zoom และ 10x สำหรับถ่ายภาพซูมแบบ 10 เท่า ด้วยเทคโนโลยี Digital Zoom

รวมทั้งมีฟีเจอร์ Master AI ที่ช่วยปรับแต่งสีสัน คอนทราสต์ และความสว่างให้มีความเหมาะสมสวยงามแบบอัตโนมัติ โดยรองรับการแยกแยะซีนต่างๆ ได้มากกว่า 1,500 ซีน จากทั้งหมด 25 หมวดหมู่ เพิ่มจาก Mate 10 Series ที่สามารถตรวจจับได้ทั้งหมด 19 หมวดหมู่

นอกจากนี้ยังมีโหมด AI Portrait Color สำหรับการถ่ายวิดีโอ โดยระบบ AI สามารถตรวจจับว่าจุดใดคือมนุษย์และปรับแต่งแสงเพื่อไฮไลท์บุคคลนั้นๆ ในคลิปวิดีโอได้ รวมถึงมีฟีเจอร์ AI Spotlight Reel สำหรับตรวจจับคลิปที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและสร้างคลิปไฮไลท์สั้นๆ ให้โดยอัตโนมัติได้ และเทคโนโลยี Huawei AIS (AI Image Stabilization) สำหรับป้องกันภาพสั่นไหวที่พัฒนาขึ้นเองอีกด้วย

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยแต่งภาพให้สวย และโหมดถ่ายภาพ Portrait สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ โดยมาพร้อมลูกเล่นใหม่ที่สามารถปรับเอฟเฟ็กต์ของโบเก้เป็นรูปแบบต่างๆ ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ วงกลม, หัวใจ, โบเก้หมุน และโบเก้รูปข้ามหลามตัด

และยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจอย่าง 3D Qmoji ซึ่งเป็นการสร้างอีโมจิตัวการ์ตูนสุดน่ารักที่สามารถเคลื่อนไหวตามใบหน้า และลิ้นของผู้ใช้งานได้ผ่านการตรวจจับด้วยเซ็นเซอร์ต่างๆ ของกล้อง 3D Depth Sensing โดยเราสามารถเซฟออกมาเป็นไฟล์ GIF เพื่อแชร์ต่อให้แก่เพื่อนๆ ได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้กล้อง 3D Depth Sensing ยังสามารถนำไปสแกนวัตถุแบบ 3 มิติ เพื่อให้ออกมาโลดแล่นมีชีวิตชีวาในโลก Augmented Reality (AR) ได้อีกด้วย น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังใช้งานฟีเจอร์นี้ไม่ได้ แต่คาดว่าทาง Huawei จะปล่อยอัปเดตออกมาให้ใช้เร็วๆ นี้

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

Huawei Mate 20 Pro ใข้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.6GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Hisilicon Kirin 980 ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 7 นาโนเมตรเป็นรุ่นแรกของโลก

พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 ที่แรงกว่าเดิมราว 46% และประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้นถึง 178%, หน่วยประมวลผล AI คู่แบบ Dual-NPU,, RAM 6GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 128GB เพิ่มได้ด้วย Nano Memory Card สูงสุด 256GB

หลังจากที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด พร้อมเปิดแอปหลายๆ ตัวพร้อมกันได้ และตอบสนองการใช้งานเป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และเกม PUBG Mobile ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และเล่นนานๆ เครื่องก็ไม่มีอาการร้อนอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei Mate 20 Pro ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei Mate 20 Pro ผ่านแอป Geekbench 4

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาดใหญ่ถึง 4,200 mAh ที่รองรับเทคโนโลยี Super Charge 2.0 ขนาด 40W ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-70% ได้ภายระยะเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น พร้อมมาตรฐาน TUV Safe Fast-Charge System ที่รองรับความปลอดภัยหายห่วงได้

นอกจากนี้ยังมีโหมดประหยัดพลังงานให้เลือกใช้ 2 รูปแบบ คือ Power Saving Mode กับ Ultra Power Saving Mode หรือเราจะปรับลดความละเอียดของการแสดงผลลงมาเป็นที่ระดับ HD+ (1440×710 พิกเซล) เพื่อให้ประหยัดพลังงาน

และด้วยการที่เลือกใช้บอดี้แบบกระจก ทำให้ Huawei Mate 20 Pro รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย และที่สำคัญ Huawei Mate 20 Pro ยังเป็นรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับระบบ Wireless Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานแบบหนักๆ ได้มากกว่า 1 วัน และสามารถใช้งานแบบทั่วๆ ไปได้ราว 2 วัน บวกกับระบบจัดการพลังงานที่ชาญฉลาด และระดับการบริโภคพลังงานที่ต่ำของชิปเซ็ต Kirin 980 จึงช่วยให้ประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานนั้นอยู่ในระดับสูงสุด โดยรวมแล้วถือว่าดีเยี่ยมเลย

บทสรุป

Huawei Mate 20 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหญ่ในตระกูล Mate 20 Series ที่พัฒนาต่อยอดจาก Mate 10 Pro โดยมีดีไซน์สุดหรูด้วยหน้าจอ FullView Display ที่มีขอบหน้าจอที่เล็กมากจนเกือยไร้ขอบ 100%  และโค้งมนถือจับใช้งานได้ถนัดมือ 

รวมทั้งใช้ชิปเซ็ท Kirin 980 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 7 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก, ใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 รุ่นแรกของโลก, ใช้หน่วยประมวลผล AI แบบคู่ในชื่อ Dual-NPU เป็นรุ่นแรกของโลก และรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4.5G LTE Cat.21 เป็นรุ่นแรกของโลกด้วย ที่สุดของโลกจริงๆ

ส่วนการถ่ายภาพก็ที่สุดเหมือนกันด้วยการติดตั้งกล้องหลัง 3 เลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ Leica บวกกับกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียดสูง ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพได้มากขึ้น

นอกจากนี้ยังใช้แบตเตอรี่ความจุสูงไม่ต้องกังวลว่าหมดไว พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็ว, ระบบชาร์จแบบไร้สาย และระบบ Wireless Reverse Charging ที่แบ่งปันแบตเตอรี่ของ Huawei Mate 20 Pro ให้กับสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์เสริมชิ้นอื่นๆ ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายอีกด้วย รวมทั้งครบเครื่องเรื่องฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ อย่างครบถ้วน พร้อมสเปกระดับไฮเอนด์ 

ทั้งนี้ HUAWEI Mate 20 Pro ที่วางจำหน่ายในบ้านเรามีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ Black และสีเขียว Emerald Green ในราคา 27,990 บาท ผู้ที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ หัวเว่ยแบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือคลิกซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2DmBeGr

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CwxAIL

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE