Home REVIEW รีวิว : Huawei Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นแรกที่มาพร้อมชิป AI และกล้องหลังคู่ Leica

สานต่อความสำเร็จจาก Mate 9 Series ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุดในปีนี้ Huawei ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรได้ส่ง Huawei Mate 10 Series ภายใต้คอนเซปต์ “This is not a smartphone, This is an intelligent machine” โดยชูจุดเด่นที่การใช้ชิปเซ็ท Kirin 970 ที่รองรับเทคโนโลยี AI และกล้องหลังคู่ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 

Huawei Mate 10 Series แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อยด้วยกันคือ Huawei Mate 10, Huawei Mate 10 Pro และ Huawei Mate 10 Porsche Design ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวคือ Huawei Mate 10 Pro ที่มาพร้อมดีไซน์สุดพรีเมี่ยม และสเปกระดับไฮเอนด์

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจ Hauwei Mate 10 Pro เป็นกล่องกระดาษแข็งสีดำด้าน ด้านหน้ากล่องสลักชื่อรุ่นสีทอง โดยด้านล่างมีโลโก้ Leica และตัวอักษร Dual Camera

เมื่อเปิดฝากล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่องก่อน ยกถาดขึ้นมาจะเห็นกล่องใส่อุปกรณ์ต่างๆ แยกเป็น 2 กล่องด้วยกัน ประกอบด้วยกล่องใส่สายชาร์จไฟแบบ USB Type-C, หัวอะแด็ปเตอร์แบบ Quick Chargeและชุดหูฟังรวมอยู่ในกล่องเดียวกัน และกล่องใส่เคสพลาสติกใส, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน และเข็มจิ้มซิมการ์ดที่อยู่หลังกล่องนี้

รูปลักษณ์ดีไซน์

Huawei Mate 10 Pro มีดีไซน์ที่เรียกว่า Symmetric Design ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะอย่างดีขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ All Metal Unibody ทำให้มีดีไซน์สวยหรูระดับพรีเมี่ยม และแข็งแรงทนทาน ด้วยขนาด 154.2 × 74.5 × 7.9 มม. และน้ำหนัก 178 กรัม ที่กระทัดรัด สามารถจับถือใช้งานด้วยมือเดียวได้ถนัด และมองเห็นรายละเอียดต่างๆ บนหน้าจอได้อย่างชัดเจน

Huawei Mate 10 Pro

ด้านหน้าเครื่อง ด้านบนสุดจากซ้ายไปขวามีไฟ LED แจ้งเตือนสถานะต่างๆ, เซ็นเซอร์ Proximity, เซ็นเซอร์ Ambient Light, ช่องลำโพงสนทนา ที่ใช้เป็นช่องลำโพงเสียงตัวที่ 2 ในตัวด้วย และเลนส์กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล FullView Display แบบ OLED HDR ความละเอียด FHD+ 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass และตรงกลางด้านล่างมีเฉพาะโลโก้ตัวอักษร Huawei เท่านั้น ส่วนปุ่มกดควบคุมต่างๆ อยู่บนหน้าจอซึ่งจะแสดงผลเมื่อเปิดเครื่องใช้งานเท่านั้น

พลิกมาด้านหลังใช้วัสดุที่ผสมผสานกันระหว่างโลหะ กับกระจกโค้ง (3D Curved Glass) โดยตรงกลางด้านบนมีเลนส์กล้องคู่ Dual Camera ที่พัฒนาร่วมกับ Leica โดยมีความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมเลนส์ SUMMILUX-H, ไฟแฟลชแบบคู่, เซ็นเซอร์สำหรับระบบโฟกัสภาพ 4-in-1 Hybrid Autofocus

ถัดลงมาตรงกลางมีช่องวงกลมซึ่งเป็นส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และตรงกลางด้านล่างมีตัวอักษรโลโก้ HUAWEI

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM card โดยรองรับ 2 SIM แบบ Nano SIM ซึ่งจะไม่มีช่องใส่ microSD Card

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องมีแถบเส้นเสาอากาศ 2 เส้น พร้อมพอร์ตอินฟราเรด และไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับการตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา

ด้านล่างเครื่องมีแถบเส้นเสาอากาศ 2 เส้น, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ต USV Type-C และช่องลำโพงเสียง

สเปก Huawei Mate 10 Pro

ขนาด 154.2 × 74.5 × 7.9 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 178 กรัม
หน้าจอ OLED HDR FullView Display ความละเอียด FHD+ 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.0 นิ้ว
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ท HUAWEI Kirin 970, ซีพียู Octa-core CPU ((4×2.4 GHz Cortex-A73 & 4×1.8 GHz Cortex-A53) + หน่วยประมวลผล NPU (Neural Network Processor), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP12
RAM 6GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Card
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังแบบคู่ Dual-Camera ที่พัฒนาร่วมกับ Leicaโดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซลสำหรับเก็บภาพขาวดำ ส่วนกล้องตัวที่ 2 มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซลสำหรับเก็บภาพสี พร้อมไฟแฟลขคู่ Dual Tone LED, หน่วยประมวลผลสำหรับการถ่ายภาพโดยเฉพาะแบบ Dual ISP, เลนส์ SUMMILUX-H ทางยาวโฟกัส 27 มิลลิเมตร, ระบบโฟกัสภาพแบบ 4-in-1 Hybrid Focus, ระบบซูมแบบ 2x Hybrid Zoom, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, รูรับแสง f/1.6, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, ระบบตรวจจับใบหน้า-วัตถุ, เทคโนโลยีลดจุดรบกวน (Enhanced Noise Reduction), เทคโนโลยี AI Objects and Scenes Recognized ซึ่งช่วยให้กล้องถ่ายภาพรับรู้รูปแบบของวัตถุ หรือสถานที่ ได้อัตโนมัติกว่า 13 รูปแบบ, เทคโนโลยี AI Bokeh Effect, เทคโนโลยี AI Selfie และ AI Zoom และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD ส่วนกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.0 และเทคโนโลยี AI Selfie
ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.0
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, DLNA, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 4.2, NFC, USB Type-C
รองรับระบบ 4G LTE band 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 12, 17, 18, 19, 20, 26, 28, 32, 34, 38, 39,40 และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 4,000 mAh
ราคา 27,900 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Huawei Mate 10 Pro รันบนระบบปฏิบัตการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.0 มาตั้งแต่แกะกล่อง ใช้งานง่ายและลื่นไหล โดยหน้าจอหลักมีหน้าตาที่เรียบง่ายสบายตา ถ้ากดค้างที่หน้าจอโฮมสกรีนจะเข้าสู่การปรับแต่งหน้าจอ สามารถเลือกปรับแต่งธีมและภาพพื้นหลังได้ตามใจชอบ และเลือกใช้งาน Widget ที่ต้องการได้

เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเป็นส่วนแจ้งเตือน Notification และถ้าปัดนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการเปิดเมนู Quick Setting ทั้งหมด นอกจากนี้ยีงสามารถแบ่งปรับรูปแบบของหน้าหลักให้มีหรือไม่มี App Drawer ก็ได้ (ค่าเริ่มต้นไม่มี) โดยเข้าไปตั้งค่าได้จาก Settings > Display > Home Screen Style > Drawer

เลือกปรับเปลี่ยนธีมหน้าจอได้ตามใจชอบด้วยแอปธีม ที่มีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย โดยมีทั้งแบบฟรี และแบบจ่ายเงิน

Huawei Mate 10 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dual 4G Dual VoLTE สามารถใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้งซิมหนึ่ง และซิมสอง

มาพร้อมแอป Phone Manager ที่ช่วยดูแลจัดการตัวเครื่องด้วยการ Cleanup ข้อมูลการใช้งานต่างๆ และ Optimize ตัวเครื่องให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา

จัดการไฟล์ต่างๆ ในเครื่องผ่านแอปพลิเคชัน Files

Huawei Mate 10 Pro มาพร้อมกับหน้าจอ FullView Display สามารถตั้งแค่าแอปพลิเคชั่นให้แสดงผลแบบเต็มจอในอัตราส่วน 18:9 ได้ แต่บางแอปอาจจะยังไม่รองรับ

 

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง ซึ่งตัวเซ็นเซอร์สามารถใช้งานเป็น Gesture สั่งงานต่างๆ ได้ด้วย เช่น การปัดนิ้วเพื่อเลื่อนรูปภาพ หรือการแตะเซ็นเซอร์เพื่อรับสาย เป็นต้น

เปิดใข้งาน 2 หน้าจอกับแอพพลิเคชั่นชั่นที่รองรับ เพียงใช้ข้อนิ้วเคาะลงที่หน้าจอแล้วกรีด เท่านี้หน้าจอจะแบ่งออกเป็น 2 หน้าต่าง เลือกใช้งานแอพฯ ที่ต้องการไปพร้อมกัน ทั้งยังแบ่งขนาดได้อีกด้วย และหากต้องการรับชมวิดีโอไปด้วย พร้อมใช้งานแอปพลิเคชันอื่นๆ ก็สามารถย่อหน้าจอวิดีโอให้มีขนาดเล็กลงได้ทันที

รองรับการกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 สามารถกันได้แบบโดนน้ำ หรือฝุ่นกระเด็นแบบไม่ได้ตั้งใจ

มาพร้อมระบบเสียง Huawei Histen ที่สามารถปรับแต่งได้ โดยต้องใช้งานคู่กับหูฟัง สามารถเลือกประเภทของหูฟัง ทั้งแบบใส่หู, ลูกตุ้ม หรือแบบใส่ศีรษะ ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ หรือเสียง 3 มิติ ให้เข้ากับการใช้งานประเภทต่างๆ

ติดตั้งพอร์ตอินฟราเรด สำหรับใช้งานเป็นรีโมทควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้าน

แอป Translator โดยทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ที่หัวเหว่ยร่วมกับ Microsoft รองรับการแปลภาษาแม้ออฟไลน์อยู่ได้ถึง 50 ภาษา โดยใช้งานแปลได้จากทั้งรูป เสียง และตัวอักษร และรองรับการใช้งานแปลภาษาไทยได้

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

Huawei Mate 10 Pro มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual Tone LED โดยใช้เลนส์ SUMMILUX-H ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างถึง f/1.6 ทั้ง 2 เลนส์ ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Leica โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (เซ็นเซอร์รับภาพสี RGB) กล้องรองความละเอียด 20 ล้านพิกเซล (เซ็นเซอร์รับภาพขาว-ดำ Monochrome)

นอกจากนี้ยังมีระบบจับโฟกัส 4 ประเภทคือ PDAF + CAF + Laser + Depth Auto Focus, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS) และเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์วัตถุที่อยู่ในกล้อง พร้อมปรับค่าแสง ประมวลผลให้ภาพออกมาสวยงามและเป็นธรรมชาติ โดยกล้องยังมีความฉลาด สามารถแยกแยะสิ่งที่เรากำลังถ่ายแบ่งออกได้เป็น 13 ประเภท

พร้อมโหมดรูรับแสงกว้าง, ภาพบุคคล, ภาพเคลื่อนไหว, ภาพขาวดำ เป็นต้น โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 5120 x 3840 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และรูรับแสง f/2.0 ที่พิเศษคือมีฟีเจอร์ AI Selfie ซึ่งช่วยให้การถ่ายภาพภาพเซลฟี่นั้นมีความสวยงามเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งใบหน้าของคน และการเบลอฉากหลังที่แนบเนียนสมจริงมากขึ้น โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 3264 x 2448 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ HD 720 พิกเซล

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

Huawei Mate 10 Pro ใข้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.36GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Hisilicon Kirin 970 พร้อมหน่วยประมวลผลพิเศษ Neural Processing Unit (NPU) สำหรับประมวลผล AI  เพื่อให้ประสบการณ์สื่อสารที่รวดเร็วทันใจ และยังทำให้การทำงานของสมาร์ทโฟนของคุณคงความเร็วอยู่แม้จะผ่านไป 18 เดือน

พร้อมตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ใช้แต่ละคนยิ่งขึ้นด้วยระบบ Machine Learning, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP12, RAM 6GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 128GB

หลังจากที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด พร้อมเปิดแอฟหลายๆๆ ตัวพร้อมกันได้ และตอบสนองการใช้งานเป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม Lineage2 Revolution และเกม ROV ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และเล่นนานๆ เครื่องก็ไม่มีอาการร้อนอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei Mate 10 Pro ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei Mate 10 Pro ผ่านแอป Geekbench 4

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาดใหญ่ถึง 4,000 mAh โดยมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงที่มีชื่อว่า Huawei SuperCharge ซึ่งนอกจากจะชาร์จได้อย่างรวดเร็วแล้ว ก็ยังมั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 58% ภายในเวลาเพียง 30 นาที

นอกจากนี้ยังมีโหมดประหยัดพลังงานให้เลือกใช้ 2 รูปแบบ คือ Power Saving Mode กับ Ultra Power Saving Mode หรือเราจะปรับลดความละเอียดของการแสดงผลลงมาเป็นที่ระดับ HD+ (1440×710 พิกเซล) เพื่อให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นก็ได้เช่นกัน

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานแบบหนักๆ ได้มากกว่า 1 วัน และสามารถใช้งานแบบทั่วๆ ไปได้ราว 2 วัน บวกกับระบบจัดการพลังงานที่ชาญฉลาด และระดับการบริโภคพลังงานที่ต่ำของชิปเซ็ต Kirin 970 จึงช่วยให้ประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานนั้นอยู่ในระดับสูงสุด โดยรวมแล้วถือว่าดีเยี่ยมเลย

บทสรุป

Huawei Mate 10 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Huawei ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Kirin 970 โดยรองรับเทคโนโลยี AI พร้อมหน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานโดยเฉพาะการถ่ายภาพ ซึ่งยังคงใช้กล้องเลนส์คู่ที่พัฒนาร่วมกับ Leica และดีขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบเต็มจอ FullView Display ขนาด 6.0 นิ้วในอัตราส่วน 18:9 ที่แม้จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ออกแบบตัวเครื่องให้ดูเพรียวขึ้นด้วยกระจก 3D เข้าโค้งที่ขอบทั้ง 4 ด้าน ทำให้ถือจับได้กระชับมือขึ้น รวมทั้งครบเครื่องเรื่องฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ อย่างครบถ้วน พร้อมสเปกระดับไฮเอนด์ 

ทั้งนี้ Huawei Mate 10 Pro ที่วางจำหน่ายในบ้านเรามีให้เลือก 2 สีคือ Mocha Brown และ Midnight Blue ในราคา 27,900 บาท ผู้ที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ หัวเว่ยแบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือคลิกซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ >>> https://goo.gl/RheBXe

 

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น