Home REVIEW รีวิว : Flash Plus 2 จุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนที่เป็นมากกว่าโลหะ

หลังจากปีที่แล้วส่ง Flash 2 สมาร์ทโฟนรองรับ 4G สเปกดี ราคาเบาๆ ออกมาวางจำหน่ายในบ้านเรา และได้รับการตอบรับเป็นจากผู้ใช้อย่างดี มาปีนี้ Flash แบรนด์มือถือที่แยกตัวมาจากแบรนด์ Alcatel ได้ส่ง Flash Plus 2 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดรุ่นที่ 4 ในตระกูล Flash ที่มาพร้อมบอดี้ฝาหลังโลหะสวยหรู ดูแข็งแรงทนทาน บวกกับขุมพลังที่แรงไม่แพ้สมาร์ทโหนระดับไฮเอนด์ และราคาที่รู้แล้วต้องร้องว้าวทันที ก่อนจะเจาะลึกถึงคุณสมบัติตัวเครื่องรุ่นนี้ มาดูรูปลักษณ์ดีไซน์ของ Flash Plus 2 กันก่อนดีกว่า

Flash-Plus-2-Press-Release

ชุดอุปกรณ์ในกล่อง

กล่องของเครื่อง Flash Plus 2 เป็นกล่องสีดำ พร้อมชื่อรุ่นเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสีเขียว และมีลายนิ้วมือสีทองปั้มลงไปสื่อให้รู้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะเป็นตัวเครื่องวางอยู่ถาดด้านบน เมื่อนำถาดออกไปก็จะเห็นสาย microUSB และอะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟขนาด 5V 2A ซึ่งรองรับระบบชาร์จเร็ว ส่วนชุดหูฟังนั้นไม่มีแถมมาให้ต้องซื้อต่างหาก

IMG_3238

สเปก Flash Plus 2

ขนาด 152.6 x 76.4 x  8.2 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 157 กรัม
หน้าจอ 5,5 นิ้ว Rainbow FHD IPS 1920 x 1080 พิกเซล
หน่วยประมวลผล MTK Helio P10 MTK6755M 64-bit Octa Core 4×1.8GHz + 4×1.0Ghz, Cortex  A53 ARMv8
RAM 2GB/3GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 16GB/32GB
microSD Card รองรับสูงสุด 128GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังความละเอียด13 พิกเซล,ไฟแฟลช LED, กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow
เชื่อมต่อ WI-FI 802.11b/g/n, mobile hotspot,  GPS, Bluetooth 3.0 LE
รองรับระบบ รองรับ 4G FDD LTE B1/3/5/7 และ TDD LTE B38/B40/B41 , 3G แบบ UMTS 850/900/1900/2100 , Wifi 802.11 b/g/n , Wifi Direct และ Wifi Display
แบตเตอรี่ 3,000 mAh
ราคา รุ่น 2GB ราคา 4,990 บาท, รุ่น 3GB ราคา 5,990 บาท

ดีไซน์

Flash Plus 2 มาพร้อมดีไซน์ที่ดูดีขึ้นกว่า Flash 2 โดยฝาหลังใข้วัสดุที่ทำจากโลหะ ที่ผ่านกระบวนการทางเทคนิคและการขัดเงาในแนวนอนด้วยแปรงขัดบนผิวหน้าแผ่นโลหะด้านหลังของเคสโลหะ การยิงทรายด้วยความเร็วสูงด้านข้างของเคส และขอบก็เจียรด้วยเพชรตัดเพื่อความเงาเฉียบ พร้อมโลโก้ Flash แกะสลักจาก PET เป็นตัวโลโก้แล้วชุบโครมซาติน และฝังลงหลังจากการชุบอโนไดซ์ 2ครั้งและผ่านขบวนการเป่าแห้งแล้ว

IMG_3260

IMG_3263

ด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมามีเซ็นเซอร์Accelerometer หมุนหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ กับเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนาเพื่อประหยัดพลังงาน, ช่องลำโพงสนทนา, ไฟแจ้งเตือนสถานะ รวมทั้งเลนส์กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด Full HD 1920×1090 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้วที่คุ้นเคยกัน และใต้หน้าจอมีปุ่มย้อนกลับ, ปุ่ม Home และปุ่ม Recent Apps โดย 2 ปุ่มด้านซ้ายและขวาสามารสลับตำแหน่งการใช้งานได้

 IMG_3255

IMG_3257

พลิกมาดูด้านหลังเครื่อง ตรงกลางด้านบนมีเลนส์กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบ True Tone ถัดลงมามีตัวอักษรโลโก้ Flash แบบปั้มลงไป และตรงกลางด้านล่างมีช่องลำโพงเสียง

IMG_3251

ด้านบนตัวเครื่อง มีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และช่องไมโครโฟนตัดเสียง

IMG_3252

ด้านล่างตัวเครื่อง มีช่องเสียบ microUSB และมีช่องไมโครโฟนสนทนา

IMG_3247

ด้านซ้ายข้างตัวเครื่อง ออกแบบเรียบไม่ช่องอะไรเลย

IMG_3248

ด้านขวาข้างตัวเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่องเครื่อง กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

IMG_3448

เมื่อเปิดฝาหลังออกมาจะเห็นแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถถอดได้ขนาด 3000 mAh พร้อมกับช่องใส่ซิมการ์ดแบบ microSIM, nanoSIM และมีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card มาให้ใส่อีกด้วย

IMG_3451

คุณสมบัติการใช้งาน

Flash Plus 2 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow แบบเพียวแอนดรอยด์ไม่มีอินเทอร์เฟสหรือ UI ครอบทับ ทำให้ใช้งานได้อย่างไหลลื่นและรวดเร็ว

androidos

ฟังก์ชั่นการใช้งานทั่วไปมีมาให้ครบ

front

สแกนลายนิ้ว ถือเป็นฟังก์ชั่นเด่นของเครื่องรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ โดยติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือบนปุ่ม Home ด้านหน้าเครื่อง สามารถตั้งค่าให้จดจำลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 นิ้ว ใช้ปลดล็อคหน้าจอ เปิดแอพพลิเคชั่นโปรด ป้องกันการเข้าถึงข้อูลส่วนตัว และล้าง (ปิดแอพพลิเคชั่นที่เปิดค้างไว้ทั้งหมด) ซึ่งจากที่ได้ลองทดสอบดูถือว่าไวมาก ตามสเปกระบุว่าใช้เวลาเพียง 0.5 วินาทีเท่านั้น และยังจดจำลายนิ้วมือได้ 360 องศาอีกด้วย

finger

เครื่องเล่นเพลง ก็เป็นอีกฟังก์ชั่นเด่นของ Flash Plus 2 ซึ่งนอกจากจะเล่นเพลงได้เหมือนเครื่องเล่นเพลงปกติแล้ว ยังมาพร้อมระบบ Mix Music Format Output  ช่วยในการสร้างเพลง ทดลอง และการตัดต่อด้วยสมาร์ทโฟนอีกด้วย และใช้ชิปเสียงถอดรหัส แบบสแตนด์อโลน  AKM4375 IRD  อะคูสติกดิจิทัลฟิลเลอร์ที่ล้ำหน้า ซึ่งผสมรวมกันเพื่อนำเสนอดนตรีที่แตกต่างกันจากระดับสเตอริโอทีถูกปรับเพิ่มคุณภาพสู่ระดับไฮไฟ กับชิปพาวเวอร์แอมป์ NXP980 สร้างการขยายเสียงได้มากถึง 8 เท่า

music1

music2

 

รองรับการทำงานดาวน์โหลดแบบเทอร์โบ Dual channel ช่วยให้การโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ผ่าน WLAN และ 3G/4G ทำได้อย่างรวดเร็ว

turbo-download

ด้านการถ่ายภาพ

Flash Plus 2 มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบ True Tone, ระบบออโต้โฟกัส, รูรับแสง f/2.0 เทคโนโลยีโฟกัสแบบ PDAF ทำงานได้รวดเร็ว และบันทึกวีดีโอในที่ความละเอียด 1080p ส่วนกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED, รูรับแสง f/2.2 และเลนส์มุมกว้าง 81 องศา สำหรับถ่ายภาพมุมกว้างแบบ We-Fie

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

pic2

pic3

ประสิทธิภาพ

ตัวเครื่อง Flash Plus 2 ใข้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core (Quad-core 1.8 GHz Cortex-A53 & quad-core 1.0 GHz Cortex-A53) โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek MT6755 Helio P10, ใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T860MP2 GPU ส่วนหน่วยความจำนั้นมีให้เลือก 2 รุ่นคือรุ่น RAM 2GB หน่วยความจำภายในเครื่อวขนาด 16GB และรุ่น RAM 3GB หน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 32GB ทั้ง 2 รุ่นเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 128GB ซึ่งชิปเซ็ทที่ใช้นั้นช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม และประสิทธิภาพสูงกว่า ทดสแบด้วยการเล่นเกมกราฟิกสูง และเกมแบบสามมิติก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีในระดับที่น่าพอใจเลยทีเดียว

game1

game2

แบตเตอรี่

ในส่วนของแบตเตอรี่นั้นมีขนาดความจุ 3000 mAh ถือว่าค่อนข้างมากเลยทีเดียว เท่าที่ลองใช้งานต่อเนื่องดูสามารถใช้งานได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น และถ้าใช้งานปกติก็สามารถใช้งานได้ประมาณ 1 วันเต็มๆ  นอกจากนี้ในส่วนของการชาร์จแบตเตอรี่นั้น ตัวอะแดปเตอร์ใช้ชิป TI BQ25896 เพื่อการชาร์จเร็ว ทำให้การชาร์จเต็ม 50% ในเวลาเพียง 40 นาที รองรับการสนทนาได้นาน 10 ชั่วโมง หรือถ้าต้องการชาร์จเต็ม 100% ก็ใช้เวลา 140-150 นาที เร็วกว่าการชาร์จในแบบทั่วไป 5V/1A ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

battery

บทสรุป

Flash Plus 2 ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีดีไซน์ในระดับพรีเมี่ยม สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด อีกทั้งยังรองรับเครือข่าย 4G และอัดแน่นด้วยสเปกครบครัน ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สีคือ สีเงินลูน่า และสีทองวีนัส รุ่น RAM 2GB ราคา 4,990 บาท และรุ่น RAM 3GB ราคา 5,990 บาท โดยจะจำหน่ายในรูปแบบ Flash Saleในวันที่ 31 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 12.00 – 14.00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ Lazada เท่านั้น พร้อมโปรโมชั่นพิเศษจาก TrueMove H เป็นโบนัสค่าโทรในครือข่ายสูงสุด 5,400 บาท พร้อมเน็ต 4G ฟรี 9GB มูลค่า 300 บาท (30 วันต่อรอบบิล) หรือเน็ต 500MB ต่อเดือน (15 วัน/รอบ) พร้อมเล่นโซเชียล ผ่าน 4 แอพพลิเคชั่น (IG,LINE,FB,Whatsapp) เมื่อมียอดเติมเงินสะสมครบ 150 บาท ต่อรอบ (รอบละ 30 วันหลังจากกดรับสิทธิ์) รับสิทธิ์ได้สูงสุด 18 รอบ โดยรวมแล้วถือว่าคุ้มมากๆ

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE