Home GADGETS รีวิว : Fitbit Versa 2 สมาร์ทวอทช์แบตสุดอึด ตรวจ HR แบบ 24/7 ใส่ว่ายน้ำได้ มี...

 

เมื่อประมาณปีครึ่งที่ผ่านมา Fitbit Versa ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยถือว่าเป็น wearable gadget ที่เป็นรวมกันอย่างลงตัวของ fitness tracker และ smartwatch ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งของตลาดในตอนนั้น และล่าสุดก็มาถึงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Fitbit Versa 2 ที่เปิดตัวมาพร้อมจุดขายจากรุ่นที่แล้วอย่างครบถ้วน และมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่คุ้มค่ากับราคาค่าตัว 7,990 บาทสุดๆ รุ่นหนึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน

 

 

ทีมงาน MobileOcta มีโอกาสได้ทดลองใช้งาน Fitbit Versa 2 นี้เป็นเวลาราว 2 สัปดาห์ วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ที่ได้ใช้งานสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Fitbit ตัวนี้แบบใช้งานจริงกันครับ

Design : การออกแบบ

Fitbit Versa 2

ถ้าคุณชอบสมาร์ทวอทช์ดีไซน์เรียบหรู วัสดุดูดีอย่าง Apple Watch แล้วล่ะก็ Fitbit Versa 2 รุ่นนี้ถือว่าจัดให้เต็มๆ แบบนั้นเลยครับ เรียกได้ว่าถ้าใส่สมาร์ทวอทช์ทั้งสองแบบยืนข้างกัน ถ้าไม่มองให้ดีๆ เชื่อว่าน่าจะมองกันไม่ออกแน่ เพราะดีไซน์น่าจะใกล้เคียงกัน ต่างกันที่ขนาด และปุ่มบนตัวเรือนนิดหน่อยเท่านั้น

Versa 2 มาพร้อมหน้าปัดขนาด 1.4 นิ้ว (36 มิลลิเมตร) ขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเลยครับ ซึ่งในกล่องเองก็ให้สายมา 2 แบบ แบบละ 2 ขนาด มีสายสั้นสำหรับผู้หญิงหรือเด็กที่มีข้อมือเล็ก และสายยาวสำหรับผู้ชายหรือคนตัวใหญ่หน่อยก็ใส่ได้ไม่มีปัญหา 

และสายที่ให้มาทั้ง 2 แบบนั้น จะมีแบบที่เป็นสายซิลิโคน เหมาะสำหรับการใส่ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมที่อาจมีเหงื่อออก สายซิลิโคนแบบนี้หากเปียกหรือเปื้อนจะสามารถล้างได้ง่าย ส่วนสายอีกแบบเป็นสายผ้า ตัวนี้มาพร้อมดีไซน์สวยแฟชั่นสุดๆ เหมาะกับการใส่เที่ยว ใส่ออกงาน หรือใส่ทำงานก็จะดูสวยลงตัว สายสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายด้วยตัวคุณเองครับ 

หน้าจอของรุ่นนี้เป็นหน้าจอ AMOLED ที่ขึ้นชื่อเรื่องสีสันการแสดงผลที่สดสวย คมชัดอยู่แล้ว อัพเกรดจากรุ่นเดิมที่ใช้เป็นจอ LCD ความสว่างหน้าจอที่ 1,000 nits สู้แสงได้สบาย ตัวหน้าปัดใช้กระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3 จากตัวเดิมที่เป็นเวอร์ชั่น 1 ตัวเรือนเป็น Aluminum น้ำหนักเบา แต่แข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี 

เทียบกับ Versa 1 ด้านตัวเรือน ต้องบอกว่าหน้าจอมีขนาดใหญ่ขึ้น ตัวเรือนมีความหนาขึ้นเล็กน้อย โลโก้บนตัวเครื่องถูกตัดออกไปทำให้ตัวเรือนของรุ่นนี้ดูคลีนขึ้นอีกด้วย รวมถึงปุ่มบนตัวเรือนจากเดิมที่มี 3 ปุ่ม ใน Versa 2 รุ่นใหม่ตัดเหลือเพียงปุ่มเดียว โดยใช้สำหรับปลุกหน้าจอ กด Back หรือกด Home ก็ใช้ปุ่มนี้ปุ่มเดียวเลย ส่วนการควบคุมอื่นๆ ก็ใช้การสัมผัสหน้าจอเหมือนเดิม อันนี้จัดว่าดีครับ ใช้งานง่าย

ด้านการเชื่อมต่อ รุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายครับ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth 4.0, Wi-Fi 802.11 b/g/n, และ NFC รวมถึงรุ่นนี้สามารถผูกเข้ากับบัตรเครดิตเพื่อใช้งาน Fitbit Pay ซึ่งปัจจุบันมีหลายธนาคารในไทยที่รองรับการใช้งานนี้แล้ว เช่น KBank, SCB, และ KTC เป็นต้น

Fitness Tracking : การติดตามการออกกำลังกาย

 

Fitbit Versa 2 มาพร้อมโหมดการออกกำลังกายที่หลากหลาย ทั้งการวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ การวิ่งบนลู่วิ่งในฟิตเนส ยกเวท หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอต่างๆ 

ซึ่งระหว่างการ workout นั้นๆ บนหน้าจอจะมีการแสดงผลแบบ always-on display คือแสดงผลตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลาการออกกำลังกาย heart rate แคลอรี่ที่เผาผลาญไป ความเร็ว หรือระยะทาง เป็นต้น โดยรวมผมถือว่าค่อนข้างชอบกับฟังค์ชั่น fitness tracking นี้มากครับ แต่น่าเสียดายที่บน Versa 2 นี้ไม่มี GPS built-in มาให้ จึงไม่สามารถวางโทรศัพท์ไว้ แล้วไปวิ่งกับสมาร์ทวอทช์อย่างเดียว แล้วมาซิงค์ทีหลังได้ อันนี้ถือว่าน่าเสียดายอยู่เหมือนกัน


Versa 2 สามารถใส่ว่ายน้ำได้ครับ ดังนั้นเรื่องการใส่เล่นกีฬา เจอเหงื่อ หรือน้ำกระเด็นโดนนี่เด็กๆ ไปเลย โดยระหว่างการใส่ว่ายน้ำ เมื่อเข้าไปที่โหมดการว่ายน้ำ คุณจะสามารถกำหนดเวลาที่จะว่ายน้ำได้ โดยเมื่อครบเวลาที่กำหนดระบบจะเตือนคุณได้ทันที 

การวัด Heart Rate ขณะทำกิจกรรมถือว่ามีความเสถียรดีครับ รวมถึงหน้าจอ always-on ขณะออกกำลังกายสามารถแสดงผลได้ชัดเจนดี แม้ว่าจะใช้กลางแจ้งก็ตาม

Sleep Tracking : ตรวจจับการนอนหลับ

 

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มีประโยชน์สำหรับคนรักสุขภาพบน Fitbit Versa 2 ก็คือระบบการตรวจสอบการนอนหลับครับ ซึ่งระบบสามารถทำงานได้ดีครับ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าเวลาการเข้านอนและการตื่นของเราแบบอัตโนมัติ หรือจะเข้าไปกดแบบ manual เองก็ได้ผ่านทางการปัดหน้าจอลง เพื่อเข้าสู่เมนูลัดแล้วกดนอนหลับเองก็ได้เช่นกัน

ซึ่งเมื่อเข้าสู่โหมดการนอนแล้ว การแจ้งเตือนต่างๆ ที่เราเลือกเอาไว้ก็จะถูกปิดลงด้วยครับ เพื่อให้ผู้ใส่ไม่ถูกรบกวนขณะนอนหลับนั่นเอง คุณสามารถเข้าไปดูคะแนนการนอนหลับของคุณได้ในตอนเช้า ซึ่งหากการนอนหลับของคุณไม่ดี ระบบจะมีคำแนะนำให้คุณเพื่อให้การนอนของคุณมีคุณภาพมากขึ้นด้วยครับ แต่ต้องสมัคร Fitbit Premium ด้วยนะครับ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 300 บาท โดยในแพ็คเกจจะรวมถึงการเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวสำหรับออกกำลังกาย และอื่นๆ อีกด้วย

 

Battery : แบตเตอรี่อึดดีมาก

 

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Fitbit Versa 2 ที่หาใครต่อกรได้ยากในตลาดสมาร์ทวอทช์ราคาระดับนี้ (หรือแพงกว่านี้ก็ตาม) ก็คือ แบตเตอรี่ที่โคตรอึดครับ ซึ่งจากที่ผมได้ทดลองใช้โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือแบบปิด always-on display และแบบเปิด always-on display 

ผลปรากฎว่า ถ้าปิด always-on สมาร์ทวอทช์เรือนนี้สามารถใช้งานได้เกือบๆ 6 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งถือว่านานมากทีเดียว (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Apple Watch ที่ราคาแพงกว่าเกือบเท่าตัว แต่ต้องชาร์จวันต่อวัน) และถ้าเปิดใช้งาน always-on จะสามารถใช้งานได้เกือบ 4 วัน ซึ่งก็ถือว่าเยอะอยู่ดี

ส่วนระบบชาร์จของรุ่นนี้ถือว่ามีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์พอตัวครับ โดยที่ชาร์จถูกออกแบบเป็นที่หนีบบริเวณใต้เครื่อง ซึ่งข้อดีของมันคือสามารถชาร์จได้ง่าย แน่นไม่หลุดเอง แต่ที่น่ารำคาญนิดหน่อยก็คือ ขณะชาร์จตัวนาฬิกาจะต้องวางตะแคงๆ ไม่สามารถวางราบกับพื้นได้ อันนี้ส่วนตัวคิดว่าไม่สวยเท่าไหร่ แต่นานๆ ทีชาร์จก็ไม่ซีเรียสเท่าไหร่ครับ

Alexa

 

จุดเด่นสำคัญของ Versa 2 รุ่นนี้ คือรองรับการใช้งาน Alexa ครับ ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยส่วนตัวบนสมาร์ทวอทช์ รองรับการสั่งการด้วยเสียงผ่านไมโครโฟนบนตัวเรือนครับ โดยระบบนี้ในบ้านเราอาจไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ และหลายอย่างอาจถูกจำกัดอยู่พอสมควรในตอนนี้ รวมถึงภาษาที่รองรับก็ยังไม่เยอะ แน่นอนว่าภาษาไทยก็ยังไม่รองรับแน่นอน อาจต้องรอซอฟท์แวร์อัพเดตต่อไป

Conclusion : สรุป

 

ข้อดี

  • ดีไซน์สวย วัสดุหรูหรา กันน้ำ ใส่ว่ายน้ำได้
  • ใส่สบาย น้ำหนักเบา
  • เปลี่ยนสายเองได้ง่าย มีให้เลือกหลากหลาย 
  • หน้าจอ AMOLED สีสันสวยสด สู้แดด
  • Always-on Display แสดงผลชัดเจน 
  • โหมดออกกำลังกายเยอะ ตรวจวัดแม่นยำ
  • มีโหมดนอนหลับ พร้อมคำแนะนำ
  • รองรับทั้ง iOS และ Android OS
  • ตรวจวัด Heart Rate ตลอดเวลาแบบ 24/7
  • รองรับ Alexa มีไมค์สั่งการด้วยเสียงได้
  • แบตอึด ใช้ได้นานเกือบสัปดาห์ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • มีหน้าปัดให้เลือกเยอะ โหลดเพิ่มได้เพียบ

ข้อสังเกต

  • ยังไม่รองรับภาษาไทย
  • ไม่มี GPS ในตัว

Fitbit Versa 2 สรุปแล้วหลังจากได้ทีมงาน MobileOcta ได้ทดสอบมาระยะหนึ่ง ต้องบอกว่าสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่น่าใช้มากครับ ซึ่งเราค่อนข้างชอบกับดีไซน์และวัสดุที่เรียบหรูดูดี ใส่ได้ในทุกโอกาส สายที่สามารถเปลี่ยนได้หลากหลาย การตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างครบ รองรับหลายกิจกรรม ขณะใส่ระหว่างวัน มีการตั้งเป้าให้เราเคลื่อนไหวเป็นรายชั่วโมง พร้อมการแจ้งเตือนให้เราขยับร่างกายบ้างหากเรานั่งเฉยนานๆ และที่สำคัญที่สุดของการเป็นอุปกรณ์พกพาก็คือ แบตเตอรี่ที่ดีมาก ผมใส่แบบเปิดหน้าจอสว่างระดับกลางซึ่งก็คือว่าสว่างมากแล้ว และเปิดใช้งานหน้าจอ always-on ตลอดด้วย (ตอนกลางคืนมันจะปิดอัตโนมัติครับ เพื่อไม่ให้กวนสายตาขณะนอน) ผลปรากฎว่าสามารถใช้งานได้นานเกือบ 4 วัน ซึ่งถือว่าประทับใจมาก

แต่จุดที่น่าเสียดาย โดยเฉพาะสำหรับคนไทย ก็คือการรองรับภาษาไทย ซึ่งรุ่นนี้ยังไม่รองรับครับ ดังนั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ที่มีให้เลือกครบถ้วน แต่บนนาฬิกาจะแสดงผลเป็นภาษาต่างดาว อันนี้น่าเสียดายมาก รวมถึงการไม่มี built-in GPS ซึ่งทำให้ขณะออกกำลังกายคุณต้องพกสมาร์ทโฟนไปด้วยตลอดเวลา ไม่สามารถใส่นาฬิกาแล้วมา sync ทีหลังได้ ซึ่งถ้าหากข้อสังเกต 2 จุดใหญ่ๆ นี้ถูกแก้ไขเมื่อไหร่ ผมคิดว่าเจ้า Fitbit Versa 2 เรือนนี้จะเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ Perfect มากครับ 

แต่สำหรับสมาร์ทวอทช์ราคา 7,990 บาทนี้ก็ถือว่าหาคู่แข่งได้ยากแล้วครับในปัจจุบัน

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น