Home REVIEW รีวิว : ASUS ZenFone Max Pro (M2) ภาคต่อเกมมิ่งโฟนดีไซน์พรีเมี่ยม พร้อมแบตสุดอึด ในราคาสุดคุ้ม

 

เมื่อช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ASUS ได้เปิดตัว ZenFone Max Pro (M2) และ ZenFone Max (M2) สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Max Series รุ่นภาคต่อของ ZenFone Max Pro (M1) และ ZenFone Max (M1) ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี และกลางปี 2018 ที่ผ่านมา

โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมจุดเด่นแบตสุดอึด ซึ่งไม่ใช่มีดีแค่แบตอึดอย่างเดียว แต่ดีไซน์ที่ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น และยังเป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่เอาใจคอเกมที่ชอบเล่นเกมบนมือถือในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายอีกด้วย สำหรับ ZenFone Max Pro (M2) เป็นรุ่นท๊อปในซีรี่ส์นี้ที่ทาง MobileOcta ได้เครื่องมาทดสอบ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปดูรีวิวกันเลยดีกว่า

ZenFone Max Pro (M2)

ชุดอุปกรณ์ในกล่อง

แพ็คเกจจิ้งของ Zenfone Max Pro (M2) เป็นกล่องกระดาษสีดำตัดสีน้ำเงินขนาดพอดีเครื่อง ด้านหน้าระบุชื่อรุ่นไว้อย่างชัดเจน  ส่วนด้านหลังกล่องระบุข้อมูลรหัสรุ่น และสเปกเบื้องต้น

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่อง  Zenfone Max Pro (M2) พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 5V/2A, สายเชื่อมต่อ micro USB, เข็มจิ้มซิมการ์ด และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น และใบรับประกันสินค้า

ดีไซน์

Zenfone Max Pro (M2) มาพร้อมดีไซน์โค้งมนสวยหรูดูพรีเมี่ยม ตัวเครื่องใช้วัสดุทำจากโพลีคาร์บอเนตขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ครอบด้านหครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 6 ด้วยขนาด 157.9 x 75.5 x 8.5 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 170 กรัม

ด้านหน้าเครื่อง เริ่มจากด้านบนตรงกลางมีรอยบากหรือ Notch ที่มีเลนส์กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Soft Light LED และเซ็นเซอร์ต่างๆ อยู่ด้านใน เหนือรอยบากมีช่องลำโพงสนทนา และไฟ  LED แจ้งเตือนอยู่มุมซ้ายในลำโพง

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ All Screen IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ 2280 x 1080 พิกเซล ในอัตราส่วน 19:9 ส่วนปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ จะแสดงบนหน้าจอเมื่อเปิดใช้งาน

พลิกมาด้านหลังใช้เทคนิคการขัดพื้นผิวให้เป็นลวดลายคล้ายคลื่น (Wave Finish) แบบ 16 ชั้น และครอบทับด้วยฝาหลังมันเงาแบบ 3 มิติ ซึ่งสะท้อนแสงได้สวยงามมาก โดยมุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลแบบคู่ Dual Camera ในแนวตั้ง ความละเอียด  12+5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ ASUS

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ถาดใส่ซิมการ์ด 2 SIM แบบ Triple-Slot Tray ซึ่งรองรับการใช้งานร่วมกับซิมการ์ดแบบ nanoSIM และแยกช่องใส่ microSD Card มาให้ต่างหาก

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และล็อกหน้าจอ

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง

ด้านล่างเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม, ช่องไมโครโฟนสนทนา, พอร์ต microUSB 2.0 และช่องลำโพงเสียง

สเปก Zenfone Max Pro (M2)

ขนาด 157.9 x 75.5 x 8.5 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 170 กรัม
หน้าจอ All-Screen Display IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz, ชิปเซ็ท Snapdragon 660, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512
RAM 4GB/6GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB
microSD Card รองรับสูงสุด 2TB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล (เซ็นเซอร์ Sony IMX486) ขนาดรูรับแสงกว้าง f/1.8+f/2.4 พร้อมรองรับระบบ AI Scene Detection สำหรับวิเคราะห์และแต่งภาพด้วย AI, มีระบบกันสั่น EIS, มีระบบโฟกัสภาพ PDAF และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (30fps)

กล้องหน้าความละเอียด ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 พร้อมไฟแฟลช Soft Light

ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo
เชื่อมต่อ 802.11 b/g/n, WiFi Direct, WiFi hotspot, GPS, Bluetooth 5.0
รองรับระบบ 4G LTE และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 5,000 mAh
ราคา รุ่น RAM 4 GB, ROM 64 GB ราคา 6,990 บาท

รุ่น RAM 6 GB, ROM 64 GB ราคา 8,990 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Zenfone Max Pro (M2) รันบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo แบบ Pure Android ไม่มี Zen UI มาครอบทับเหมือนรุ่นอื่นๆ ทำให้ใช้งานง่าย ลื่นไหล ไม่หนักเครื่อง และ ASUS ยังการันตีรองรับการอัปเดตเป็น Android 9 Pie ในเดือนมกราคม 2019 อีกด้วย

เมื่อกดค้างบนหน้าจอสามารถปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลัง เลือกวิดเจ็ทสำหรับวางบนหน้าจอ หรือจัดรูปแบบหน้าจอได้ตามความต้องการ และหากใช้นิ้วแตะด้านบนแล้วลากลงมาจะเป็นส่วนแจ้งเตือน Notification รวมทั้งตั้งค่าเปิด/ปิดการเชื่อมต่อต่างๆ

รองรับการใช้งาน 2 ซิม ซึ่งสามารถใช้งาน 4G/3G ได้ทั้ง 2 ซิม

ด้วยความเป็น Pure Android จึงมาพร้อมแอพ Google แบบครบชุดไม่ตองดาวน์โหลดเพิ่ม

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง สามารถปลดล็อกได้ภายใน 0.3 วินาที แม้ว่านิ้วมือจะเปียกก็ตาม

รองรับการปลดล็อกใบหน้าให้เป็นชั้นความปลอดภัยเพิ่มเติม เมื่อลงทะเบียนแล้วเจ้าของสามารถปลดล็อกโทรศัพท์ได้ภายในเวลาเพียง 0.03 วินาทีโดยการปลุกโทรศัพท์ให้ล็อกหน้าจอและมองเข้าไปในกล้อง

รองรับการเปิด 2 แอปพลิเคชันพร้อมกัน โดยกดปุ่ม Recent Apps ค้างไว้ แอปพลิเคชันที่กำลังเปิดอยู่จะถูกย่อลงเหลือครึ่งจอบน จากนั้นให้เราเลือกแอปพลิเคชันที่ต้องการจะเปิดคู่กันในครึ่งจอล่าง เพียงเท่านี้ก็สามารถเปิดใช้งาน 2 แอปพลิเคชันได้

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

Zenfone Max Pro (M2) มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera ในแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช LED โดยเลนส์ตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์วัดระยะชัดตื้นสำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ

มีระบบจดจำซีน AI Scene Detection ที่ตรวจจับวัตถุได้ทั้งหมด 13 รูปแบบ เช่น บุคคล อาหาร สุนัข แมว ท้องฟ้า เวที ดอกไม้ เป็นต้น, ระบบโฟกัสภาพ PDAF และระบบกันสั่น EIS

รวมทั้งสามารถเลือกโหมดโปร, โหมด HDR, โหมด Sports และโหมดถ่ายภาพกลางคืน นอกจากนี้ยังมีโหมด Beauty ที่ปรับได้ 4 ระดับ และเลือกปรับโทนสีได้ 10 แบบ

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4000 x 3000 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ระดับ 4K UHD

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมไฟแฟลช SoftLight LED  โดยมีโหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ รวมทั้งโหมดถ่ายหน้าสวย Beauty, โหมด HDR เป็นต้น และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดได้ที่ระดับ FHD 1080p

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

Zenfone Max Pro (M2) ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz  โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 660, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512, RAM 4GB/6GB

และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 2TB พร้อมฟรีพื้นที่บน Google Drive 100GB นาน 1 ปี

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สำหรับรุ่น RAM 6GB ที่นำมาทดสอบนั้น สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และเกม Free Fire ที่มีภาพกราฟิกสูง สามารถเปิดโหมด High Frame Rate ในเกม ROV ได้ด้วย โดยเฟรมเรตจะอยู่ที่ 57-60 fps สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการสะดุด หรือหน่วงให้เห็นเลย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ ZenFone Max Pro (M2) ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ ZenFone Max Pro (M2) ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาด 5,000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 5V/2A 10W สามารถชาร์จ  0-100% ภายในเวลา 2 ชั่วโมง 42 นาที รวมทั้งเปิดเครื่องสแตนด์บายในเครือข่าย 4G ได้นานถึง 35 วัน หรือใช้เวลาสนทนาเครือข่าย  3G ได้ 45 ชั่วโมง และเล่นเกมได้นานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมาพร้อมโหมด  Battery saver ที่ยืดอายุการใช้งานสมาร์ทโฟนให้นานมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้เกิน 1 วันสบายๆ แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G และเล่นเกมด้วย แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น

บทสรุป

ASUS ZenFone Pro (M2) ถือเป็นสมาร์ทโฟนอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับเหล่าเกมเมอร์ที่มีงบจำกัด แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน

นอกจากนี้ยังมาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่สุดพรีเมี่ยมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา และใช้วัสดุที่ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุดที่มีความแข่งแกร่งทนทาน

ในส่วนของการถ่ายภาพก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยติดตั้งกล้องหลังคู่ และกล้องเซลฟี่ที่มรองรับเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้ถ่ายภาพได้สวยขึ้น และลื่นไหลด้วยระบบ Android 8.1 Oreo แบบ Pure Android ไม่มี UI มาครอบทับ พร้อมรองรับการอัปเดต Android 9 Pie ภายในเดือนมกราคมนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ ASUS ZenFone Pro (M2) วางจำหน่าย สีด้วยกัน ได้แก่ Cosmic Titanium และ Midnight Blue ในสองรุ่น ได้แก่

·       รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 6,990 บาท

·       รุ่น Ram 6 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 8,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 62 เป็นต้นไป

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE