Home NEWS รีวิว : ASUS ZenFone Max Pro (M1) สมาร์ทโฟนสายเกมเมอร์ จอใหญ่ แบตอึด เร็วแรง ในราคาสบายกระเป๋า

เปิดตัวในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ ASUS Zenfone Max Pro (M1) สมาร์ทโฟนระดับกลางในตระกูล Zenfone Max Series ที่มีจุดเด่นในเรื่องจอ Full Screen 18:9 พร้อมชิปประมวลผลสุดแรง และแบตเตอรี่สุดอึด ใช้งานได้เป็นวัน ในราคาที่เอื้อมถึงได้

ซึ่งทาง MobileOcta ก็ได้เครื่องมารีวิวแล้วมาดูกันเลยดีกว่าว่า Zenfone Max Pro (M1) รุ่น RAM 3GB, ROM 32GB นี้จะน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน

Zenfone Max Pro (M1)

ชุดอุปกรณ์ในกล่อง

แพ็คเกจ Zenfone Max Pro (M1) เป็นกล่องกระดาษสีน้ำเงินตัดเทาขนาดพอดีเครื่อง ด้านหน้าระบุชื่อรุ่น ZenFone Max Pro (M1) ไว้อย่างชัดเจน  และมีโลโก้ We Love Photo อยู่มุมขวาด้านล่าง ส่วนด้านหลังกล่องระบุข้อมูลรหัสรุ่น และสเปกเบื้องต้น

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่อง  Zenfone Max Pro (M1) พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่, สายเชื่อมต่อ micro USB, ชุดหูฟังแบบ In-Ear พร้อมจุกยางเปลี่ยน, สาย USB OTG, เข็มจิ้มซิมการ์ด และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น และใบรับประกันสินค้า

ดีไซน์

Zenfone Max Pro (M1) มาพร้อมดีไซน์โค้งมนเรียบหรู ตัวเครื่องใช้วัสดุทำจากโลหะขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ด้วยขนาด 159 × 76 × 8.46 มม. และน้ำหนัก 180 กรัม และด้านข้างเครื่องด้านหลังออกแบบขอบโค้งเพื่อให้สอดรับกับฝ่ามือ ทำให้ถือจับใช้งานได้ง่ายและไม่ลื่นมือ

ด้านหน้าเครื่อง เริ่มจากด้านบนลงมาประกอบด้วยเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, ช่องลำโพงสนทนา, เซ็นเซอร์หมุนหน้าจออัตโนมัติ และเซ็นเซอร์ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา และไฟแฟลชแบบ Soft Light LED

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2160×720 พิกเซล ในอัตราส่วน 18:9 สว่างสูงสุดที่ 450 nits

และมี Contrast ratio ระดับ 1500 : 1 ส่วนปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ จะแสดงบนหน้าจอเมื่อเปิดใช้งาน

พลิกมาด้านหลังเครื่องมุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลแบบคู่ Dual Camera ในแนวตั้ง ความละเอียด  13+5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และมีแถบพลาสติกที่อยู่ด้านบนกับด้านล่างสำหรับรับสัญญาณโทรศัพท์

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ถาดใส่ซิมการ์ด 2 SIM แบบ Triple-Slot Tray ซึ่งรองรับการใช้งานร่วมกับซิมการ์ดแบบ nanoSIM และแยกช่องใส่ microSD Card มาให้ต่างหาก สะดวกขึ้นไม่ต้องใช้รวมกับช่อง SIM 2 อีกต่อไป

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และล็อกหน้าจอ

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง

ด้านล่างเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม, ช่องไมโครโฟนสนทนา, พอร์ต microUSB และช่องลำโพงเสียง

สเปก Zenfone Max Pro (M1)

ขนาด 159 × 76 × 8.46 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 180 กรัม
หน้าจอ IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด 5.99 นิ้ว
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 1.8 GHz, ชิปเซ็ท Snapdragon 636, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 509
RAM 3GB/4GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB/64GB
microSD Card รองรับสูงสุด 2TB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED, รูรับแสงกว้าง f/2.0,  ระบบออโต้โฟกัสแบบ PDAF และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 4K

กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รูรับแสงกว้าง f/2.2 พร้อมโหมดแต่งหน้าสวย (Beautification Mode)

ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo
เชื่อมต่อ 802.11 b/g/n, WiFi Direct, WiFi hotspot, GPS, Bluetooth 4.2
รองรับระบบ 4G LTE และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 5,000 mAh
ราคา รุ่น RAM 3 GB, ROM 32 GB ราคา 5,990 บาท

รุ่น RAM 4 GB, ROM 64 GB ราคา 6,990 บาท

รุ่น RAM 6 GB, ROM 64 GB ราคา 7,990 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Zenfone Max Pro (M1) รันบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo แบบ Pure Android ไม่มี UI ครอบทับ ทำให้ใช้งานง่าย และลื่นไหล นอกจากนี้ยังให้ความเสถียรและรีดเร้นประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ออกมาให้สุด ใช้เวลาเปิดเครื่องเพียง 19.14 วินาที และเรียกใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างลื่นไหลยิ่งกว่า และได้รับการอัปเดตเวอร์ชั่นได้รวดเร็วและต่อเนื่อง หมดห้วงเรื่องโดนลอยแพ

เมื่อกดค้างบนหน้าจอสามารถปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลัง เลือกวิดเจ็ทสำหรับวางบนหน้าจอ หรือจัดรูปแบบหน้าจอได้ตามความต้องการ และหากใช้นิ้วแตะด้านบนแล้วลากลงมาจะเป็นส่วนแจ้งเตือน Notification รวมทั้งตั้งค่าเปิด/ปิดการเชื่อ และเรียกใช้มต่อต่างๆ

รองรับการใช้งาน 2 ซิม ซึ่งสามารถใช้งาน 4G/3G ได้ทั้ง 2 ซิม

ด้วยความเป็น Pure Android  จึงมาพร้อมแอพ Google ครบไม่ต้องดาวน์โหลดเพิ่ม

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง สามารถปลดล็อกได้ภายใน 0.3 วินาที แม้ว่านิ้วมือจะเปียกก็ตาม

รองรับการปลดล็อกใบหน้าให้เป็นชั้นความปลอดภัยเพิ่มเติม เมื่อลงทะเบียนแล้วเจ้าของสามารถปลดล็อกโทรศัพท์ได้ภายในเวลาเพียง 0.03 วินาทีโดยการปลุกโทรศัพท์ให้ล็อกหน้าจอและมองเข้าไปในกล้อง

มาพร้อมฟีเจอร์ ZenMotion ที่สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ บนตัวเครื่องได้ทันทีผ่านปลายนิ้ว ในขณะที่หน้าจอแสดงผลปิดอยู่ได้

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

Zenfone Max Pro (M1) รุ่น RAM 3GB, ROM 32GB มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera ในแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช LED

โดยเลนส์ตัวแรกความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0, PDAF และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 4K กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายโหมด Portrait

รวมทั้งสามารถเลือกโหมดโปร, HDR, Beauty, โหมดถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ เป็นต้น โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4160 x 3120 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ระดับ 4K UHD

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช SoftLight LED  โดยมีโหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ รวมทั้งโหมดถ่ายหน้าสวย Beauty, โหมด HDR เป็นต้น

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

Zenfone Max Pro (M1) ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.8 GHz  โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 636, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 509, RAM 3GB/4GB

และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 32GB/64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 2TB พร้อมฟรีพื้นที่บน Google Drive 100GB นาน 1 ปี

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สำหรับรุ่น RAM 3GB ที่นมาำทดสอบนั้น สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และเกม Free Fire ที่มีภาพกราฟิกสูง สามารถเปิดโหมด High Frame Rate ในเกม ROV ได้ด้วย โดยเฟรมเรตจะอยู่ที่ 57-60 fps สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการสะดุด หรือหน่วงให้เห็นเลย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ ZenFone Max Pro (M1) ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ ZenFone Max Pro (M1) ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาด 5,000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว สามารถชาร์จ  0-100% ภายในเวลา 2 ชั่วโมง 42 นาที รวมทั้งเปิดเครื่องสแตนด์บายในเครือข่าย 4G ได้นานถึง 35 วัน หรือใช้เวลาสนทนาเครือข่าย  3G ได้ 42 ชั่วโม และเล่นเกมได้นานต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง

และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นี้ ยังทำให้ Zenfone Max Pro (M1) สามารถเป็นแชร์พลังงานสำรองให้กับอุปกรณ์อื่นได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมโหมด  Battery saver ที่ยืดอายุการใช้งานสมาร์ทโฟนให้นานมากยิ่งขึ้น

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้เกิน 1 วันสบายๆ แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G และเล่นเกมด้วย แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น

บทสรุป

ASUS ZenFone Pro (M1) ถือเป็นสมาร์ทโฟนในตระกูล ZenFone Max Series รุ่นใหม่ที่มีจุดเด่นแบตเตอรี่สุดอึด ใช้งานได้เป็นวันทั้งดูหนังฟังเพลง หรือเล่นเกม โดยไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์ติดตัว รวมทั้งมาพร้อมหน้าจอ Full Screen ในอัตราส่วน 18:9 ขนาดใหญ่ให้ความคมชัดและสีสันที่โดดเด่น

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังคู่ให้มุมมองในการถ่ายที่กว้างขึ้น รองรับการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ รวมถึงใช้ระบบปฎิบัติการแบบ Pure Android หมดห่วงเรื่องแพได้อัปเดตเวอร์ชั่นใหม่แน่นอน และยังอัดแน่นด้วยคุณสมบัติการใช้งานต่างๆ อย่างครบครันอีกด้วย

ทั้งนี้ ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเงิน Meteor Silver และสีดำ Deepsea Black โดยมีราคาดังนี้

  • รุ่น RAM 3 GB, ROM 32 GB ราคา 5,990 บาท
  • รุ่น RAM 4 GB, ROM 64 GB ราคา 6,990 บาท
  • รุ่น RAM 6 GB, ROM 64 GB ราคา 7,990 บาท

ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ ZenFone Max Pro M1 ทั้ง 3 รุ่นก่อนใคร สามารถสั่งจองพรีออเดอร์ผ่านเว๊บไซต์ Shopee หรือ https://shopeeth.onelink.me/3686521112/84dfafbc ได้ระหว่างวันที่ 12-18 มิถุนายน 2561

พร้อมรับทันที Shopee Coin มูลค่า 500 บาท และ Free Fire Limited Edition ASUS Jacket ไอเท็มพิเศษในเกมส์ Free Fire

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE