Home REVIEW รีวิว : ASUS Zenfone 5 (ZE620KL) สมาร์ทโฟนจอ FullView 19:9 พร้อมกล้องคู่ AI ถ่ายสวยเกินราคา

หลังจากที่ ASUS เปิดตัว Zenfone 5 Series ที่งาน MWC 2018 เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยประกอบด้วยรุ่น Zenfone 5, Zenfone 5Z และ Zenfon 5 Lite ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ดีไซน์โฉมใหม่ และฟีเจอร์สุดล้ำอย่างเทคโนโลยี AI

ล่าสุดพร้อมจะวางจำหน่ายในบ้านเราแล้ว โดยรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายก่อนมี 2 รุ่นด้วยกันคือ Zenfone 5 (ZE620KL) ที่อัจฉริยะด้วยระบบ AI และ Zenfone 5Q (ZC600KL) ที่มาพร้อมกล้องคู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวคือรุ่น Zenfone 5 (ZE620KL)

Zenfone 5 (ZE620KL)

ชุดอุปกรณ์ในกล่อง

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ Zenfone 5 (ZE620KL) เป็นกล่องกระดาษแข็งสีน้ำเงินขนาดพอดีเครื่อง ด้านบนมาพร้อมรูปสัญลักษณ์มือถือวางซ้อนเป็นรูปหัวใจ และชื่อรุ่น Zenfone 5 ส่วนด้านข้างมีโลโก้ We Love Photo ที่ยังคงเน้นคอนเซปต์การถ่ายภาพี่คมชัดมาตั้งแต่ Zenfone 4 Series ส่วนด้านหลังกล่องระบุข้อมูลรหัสรุ่น และสเปกเบื้องต้น

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่อง ZenFone 5 (ZE620KL) พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่, สายเชื่อมต่อ micro USB,เข็มจิ้มซิมการ์ด และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น ส่วนชุดหูฟังแบบ In-Ear กับเคสพลาสติกใส ในชุดขายจริงจะมีมาให้ครับ

ดีไซน์

Zenfone 5 (ZE620KL) มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำสวยหรูสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unobody และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D ด้วยขนาด 153 × 75.65 × 7.85 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 155 กรัม ถือว่ามีขนาดกำลังดีไม่ใหญ่มากเกินไป และขอบรอบตัวเครื่องเป็นพลาสติกพื้นผิวด้าน ช่วยไม่ให้ลื่นมือเวลาให้ถือจับใช้งานเครื่อง

ด้านหน้าเครื่อง เริ่มจากด้านบนลงมาตรงกลางเป็นรอยบากสำหรับเป็นตำแหน่งของกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์หมุนหน้าจออัตโนมัติ และเซ็นเซอร์ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล All Screen แบบ Super IPS+ LCD ความละเอียด FHD+ 2246×1080 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 รองรับระบบสัมผัสแบบมัลติทัช 10 จุด ส่วนปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ จะแสดงบนหน้าจอเมื่อเปิดใช้งาน

พลิกมาด้านหลังเครื่องมุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลแบบคู่ Dual Camera ในแนวตั้ง ความละเอียด  12 + 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ถาดใส่ซิมการ์ด 2 SIM แบบไฮบริด รองรับการใช้งานร่วมกับซิมการ์ดแบบ nanoSIM ในช่อง SIM 1 และช่อง SIM 2 รองรับ nanoSIM และ microSD Card แต่ต้องเลือกว่าจะใส่อะไร จดนี้น่าเสียดาย เพราะรุ่นใหม่เป้นแบบ Triple Slot หมดแล้ว

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และล็อกหน้าจอ

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง

ด้านล่างเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ช่องไมโครโฟนสนทนา และช่องลำโพงเสียง

สเปก Zenfone 5 (ZE620KL)

ขนาด 153 × 75.65 × 7.85 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 155 กรัม
หน้าจอ Super IPS+ LCD 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 2246×1080 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว
หน่วยประมวลผล Octa Core Kryo 260, ชิปเซ็ท  Qualcomm Snapdragon 636, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 509
RAM 4GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB
microSD Card รองรับสูงสุด 400GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียด 12+8 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 120 องศา, รูรับแสงกว้าง f/1.8 และ f/2.0 พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED, โหมด PixelMaster และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD

กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รูรับแสงกว้าง f/2.0 พร้อมโหมดแต่งหน้าสวย (Beautification Mode)

ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย ZenUI 5.0
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, WiFi Direct, hotspot, GPS, Bluetooth 5.0
รองรับระบบ 4G LTE และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 3,300 mAh
ราคา ราคาปกติ 13,990 บาท พิเศษเฉพาะ ASUS Member รับส่วนลดทันที 4,000 บาทเหลือเพียง 9,990 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Zenfone 5 (ZE620KL) รันบนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย ZenUI 5.0 เมื่อกดค้างบนหน้าจอจะเข้าสู่เมนู Manage Home ที่สามารถปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลัง เลือกวิดเจ็ทสำหรับวางบนหน้าจอ หรือจัดรูปแบบหน้าจอได้ตามความต้องการ เมื่อใช้นิ้วแตะด้านบนแล้วลากลงมาจะเป็นส่วนแจ้งเตือน Notification รวมทั้งตั้งค่าเปิด/ปิดการเชื่อมต่อต่างๆ แลุะถ้าใช้นิ้วปัดหน้าจอจากด้านล่างขึ้นมาก็จะเป็นหน้ารวมแอปต่างๆ

ปรับเปลี่ยนไอคอนแอปพลิเคชัน และรูปแบบหน้าจอใหม่ ง่ายๆ ด้วยแอพพลิเคชั่น Themes ที่มีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย โดยมีทั้งแบบฟรี และแบบจ่ายเงิน

รองรับการใช้งาน 2 ซิมแบบไฮบริด โดยช่องแรกใส่ SIM 1 ส่วนช่องสองต้องเลือกระหว่างใส่ SIM 2 หรือ microSD Card ซึ่งสามารถใช้งาน 4G/3G ได้ทั้ง 2 ซิม

มาพร้อมแอป Mobile Manager ช่วยจัดการทรัพยากรของตัวเครื่อง รวมไปถึงการจัดการต่างๆ เช่น การใช้งานข้อมูล การใช้งานโหมดประหยัดพลังงาน หรือการรักกษาความปลอดภัย เป็นต้น

โดยเมื่อกดปุ่ม Scan ที่กลางวงกลม ตัวแอพพลิเคชั่นก็จะทำการ Boost ตัวเครื่องให้อยู่ในสถานะพร้อมใช้งานที่ดีที่สุด และจะทำการปิดแอพพลิเคชั่นที่ไม่จำเป็น หรือไม่ได้ใช้งานทิ้งไป

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง สามารถปลดล็อกได้ภายใน 0.3 วินาที และสามารถใช้สำหรับตั้งค่าความเป็นส่วนตัวกับแอพพริเคชั่นอื่นได้อีกด้วย รวมทั้งยังสามารถกำหนดค่าเพื่อให้ลายนิ้วมือสามารถรับสายเรียกที่ตั้งไว้ หรือใช้สำหรับฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่น ถ่ายภาพนิ่ง ได้อีกด้วย

รองรับการปลดล็อกใบหน้าให้เป็นชั้นความปลอดภัยเพิ่มเติม เมื่อลงทะเบียนแล้วเจ้าของสามารถปลดล็อกโทรศัพท์ได้ภายในเวลาเพียง 0.03 วินาทีโดยการปลุกโทรศัพท์ให้ล็อกหน้าจอและมองเข้าไปในกล้อง

นอกจากนี้ยังมีแอป Selfie Master ที่มีโหมดการใช้งานเซลฟี่ที่แปลกใหม่ ทั้งการปรับบิวตี้แบบเรียลไทม์ระบบบิวตี้ระหว่างการทำ LIVE, Photo Collage, Slideshow, ถ่ายภาพ Portrait mode หน้าชัดหลังเบลอด้วยกล้องหน้าได้อย่างสวยงาม และใหม่ล่าสุดคือมี Zenmoji ที่จะเป็นตัว Avatar ใช้สำหรับการ Video Call หรือสตรีมสดได้

ถ้าไม่ชอบการแสดงผลที่มีรอยบากสามารถตั้งค่าปิดรอยบากได้

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

Zenfone 5 (ZE620KL) มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED ที่มีเซ็นเซอร์ Color Correction Sensor ที่ช่วยให้สีของภาพมีความแม่นยำยิ่งขึ้น

โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX363, ขนาดพิกเซล 1.4µm, 6 ชิ้นเลนส์, รูรับแสง f/2.0, มุมมองรับภาพ 78 องศา, ระบบกันสั่น OIS และ EIS กล้องรองความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Omnivision 8856 พร้อมเลนส์มุมกว้าง 120 องศา และรุูรับแสง f/2.2

นอกจ่ากนี้ยังมาพร้อม AI Scene Detection โหมดถ่ายภาพอัจฉริยะโดยใช้ AI ช่วยระบุประเภทของฉากหลังและวัตถุต่าง ๆ ได้ถึง 16 ฉากที่แตกต่างกัน อาทิเช่น ทะเล, สัตว์, พระอาทิตย์ตก, ดอกไม้, มนุษย์ เป็นต้น ซึ่ง AI จะปรับแต่งค่าต่างๆ ของตัวกล้องให้เหมาะกับแต่ละฉากอย่างลงตัว

รวมทัั้งมี AI Photo Learning  ระบบ AI ที่จะเรียนรู้รูปแบบการถ่ายภาพของผู้ใช้ไปเรื่อยๆ และปรับโหมดและสีให้ตรงกับสไตล์เราได้ และมาพร้อม PixelMaster 5.0 ที่สามารถเลือกโหมดโปร, HDR, Beauty, Portrait ถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลัเบลอได้, Super Resolutions (ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล), Gif Animation, Panorama และ Time Lapse โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4032 x 3024 พิกเซล

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Omnivision 8856, รูรับแสง f/2.0, เลนส์มุมกว้าง 84 องศา พร้อมมีเทคโนโลยี Real-time Beautification ที่ใช้ AI ช่วยตรวจจับเพศของผู้ถูกถ่ายแล้วปรับแต่งให้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีโหมดแต่งหน้าสวย, เซลฟี่พาโนรามา และแอนิเมชั่นรูปแบบ GIF

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

Zenfone 5 (ZE620KL) ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.8 GHz  โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 636, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 509, RAM 4GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 400GB

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า ด้วยชิปเซ็ท Sanpdragon 636 ตัวใหม่ ทำให้ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และเกม Injustice 2 ที่มีภาพกราฟิกสูง สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการสะดุด หรืออหน่วงให้เห็นเลย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Zenfone 5 (ZE620KL) ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Zenfone 5 (ZE620KL) ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาด 3,300 mAh โดยมาพร้อมโหมด Power Master ที่ช่วยจัดการการใช้งานแบตเตอรี่ ยืดอายุการใช้งานสมาร์ทโฟนให้นานมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาชาร์จบ่อยๆ ด้วยระบบการจัดการที่หลากหลาย

พร้อมด้วย AI Charging ระบบตรวจจับรูปแบบการชาร์จของผู้ใช้ และคาดการณ์ระยะเวลาที่ผู้ใช้ชาร์จให้นานขึ้น แล้วปรับรูปแบบการชาร์จเพื่อลดความร้อน หรือเพิ่มความเร็วในการชาร์จเมื่อต้องการ

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1 วันสบายๆ แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G หรือเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น

บทสรุป

ASUS Zenfone 5 (ZE620KL) ถือเป็นสมาร์ทโฟนในตระกูล ZenFone 5 Series รุ่นหลัก ที่นอกจากจะโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่ดูสวยหรู รวมถึงหน้าจอแบบ All-Screen 19:9 ที่มีความคมชัด แสดงผลได้อย่างเต็มตาแล้ว ยังมาพร้อมเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้การถ่ายรูป และการใช้งานในทุกๆ ด้านดีขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังคู่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ที่สามารถปรับออโต้โฟกัสและนำเสนอภาพถ่ายคุณภาพสูงที่ให้ความคมชัด สีสันสดใสในการถ่ายภาพ รวมไปถึงโหมดวีดีโอที่สามารถปรับความสว่างภาพทั้งการถ่ายภายในและนอกอาคารได้เป็นอย่างดี

จนได้คะแนนจาก DxOMark เว็บไซต์ทดสอบประสิทะิภาพกล้องที่สูงถึง 90 คะแนน เรียกว่าสูงกว่าสมาร์ทโฟนเรือธงบางรุ่นเลยทีเดียว

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Zenfone 5 (ZE620KL) มีให้เลือก 2 สีคือ Meteor Silver และ Midnight Blue โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 13,990 บาท

คลิกซื้อ Zenfone 5 (ZE620KL) ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2v4kosK

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น