Home ARTICLE ทำความรู้จักกับ “4.5 G” ความเร็ว แรง ที่เหนือกว่าเดิม 3 เท่า

การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง และกลายเป็นรากฐานทั้งหมดในการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน จึงก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานและความต้องการหลากหลายที่เพิ่มมากขึ้น และในขณะที่ระบบ 5G ซึ่งให้ความเร็วสูงถึง 10 Gbps เลยนั้น ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและกำหนดมาตรฐานร่วมกันอยู่นั้น

252-1

ผู้ให้บริการจึงได้ออกแบบเทคโนโลยี 4.5G หรือ LTE-Advanced ขึ้นมา ซึ่งล้ำหน้าและรวดเร็วกว่า 4G เดิมถึง 3 เท่า แต่การจะเปลี่ยนประเทศไทยสู่ยุค 4.5G ที่แท้จริงได้นั้น เราจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีโทรคมนาคมทั้งระบบตั้งแต่

  • สถานีฐานรับส่งสัญญาณ
  • คลื่นความถี่หรือช่องรับสัญญาณ
  • และมือถือหรืออุปกรณ์ที่เราใช้งาน

ให้มีความสามารถในการรับส่งดาต้าที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นรวดเร็วมากขึ้น ใช้เวลาที่น้อยลงและที่สำคัญ สัญญาณจะต้องครอบคลุม และใช้ได้จริงทั่วไทย ทั้งนี้ ในการที่จะให้บริการ 4.5G นั้น ผู้ให้บริการเครือข่ายจะต้องมีเทคโนโลยีพื้นฐาน ดังนี้

252-2

เทคโนโลยีสถานีฐาน แบบ 4T4R (4 Transmit 4 Receiver)
ด้วยสถานีฐานแบบใหม่นี้จะทำให้การรับส่งดาต้าเร็วมากขึ้น รับส่งไฟล์ที่มีขนาดใหญ่มากๆ ได้ดีขึ้น และยังรองรับรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

สถานีฐานแบบ 4T4R หรือที่เราได้ยินบ่อยๆ ว่า 4×4 MIMO คือสถานีฐานที่เพิ่มความสามารถในการรับส่งดาต้าจากเดิมที่ทำได้เพียง 2 ช่องสัญญาณ เพิ่มเป็น 4 ช่องสัญญาณ นั่นหมายความว่าการใช้งาน อินเทอร์เน็ตที่ใช้ไฟล์หนักๆ เช่น การ Multi VDO conference, Facebook Live หรือการดู VDO Streaming ที่ความละเอียดระดับ 4K ก็จะทำให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีมากขึ้น

เทคโนโลยีการรวมคลื่นความถี่ (Carrier Aggregation)
การรวมคลื่นนี้เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาช่องสัญญาณในการรับส่งข้อมูลให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น ด้วยการนำคลื่นความถี่ที่ให้บริการ LTE มารวมกันเป็นช่องสัญญาณที่ใหญ่มากขึ้น ยิ่งรวมคลื่นได้มาก ก็จะยิ่งทำให้เน็ตมีความเร็วมากขึ้น

หากนำคลื่นมารวมกัน 2 คลื่น เราเรียกว่า 2CA หากนำคลื่นมารวมกัน 3 คลื่น เราเรียกว่า 3CA ซึ่งปัจจุบันในประเทศสามารถนำคลื่นมารวมกันได้มากที่สุดอยู่ที่ 3 คลื่น หรือ 3CA นั้นเอง แต่การจะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ ผู้ให้บริการจะต้องมีปริมาณคลื่นความถี่ที่มากพอด้วย

252-3
สมาร์ทโฟนหรือดีไวซ์ที่รองรับเทคโนโลยี 4.5G
หลายๆ คน คงยังอาจไม่ทราบว่า สมาร์ทโฟนที่เราใช้กันในแต่ละรุ่นมีความสามารถในการรับความเร็ว 4G ได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสเป็คของแต่ละรุ่นว่า มีสเป็คที่รองรับ CA และ MIMO ได้แค่ไหน รุ่นที่มีสเป็ครองรับ CA สูงๆ ก็จะยิ่งรับความเร็วเน็ตได้มากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน มือถือที่รองรับเทคโนโลยี CA สูงสุดอยู่ที่ 3CA ได้แก่ iPhone 7 และยังมีอีกหลายรุ่นในท้องตลาด แต่ถึงแม้ว่าคุณจะใช้รุ่นที่มีสเป็คต่ำกว่านี้ ก็จะยังสามารถใช้เทคโนโลยี 4.5G ได้ เพียงแต่ความเร็วเน็ตก็จะลดลงตามสเป็คของแต่ละรุ่นนั่นเอง

เทคโนโลยี 4.5G นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องความเร็ว และแรงในการสื่อสารแบบไร้สายแล้วนั้น ยังต่อยอดไปยังการพัฒนา IoT หรือ Internet of Things ก่อให้เกิดธุรกิจและบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่สั่งการโดยระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญเชิงธุรกิจในอนาคต

252-4

ประเทศที่เริ่มเปิดให้บริการ 4.5G เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการแล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย ตุรกี เกาหลี และอยู่ระหว่างทดลองให้บริการในอีกหลายๆ ประเทศ อาทิ แคนาดา สเปน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และสมาร์ทดีไวซ์รุ่นใหม่ๆ เช่น iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ได้ออกแบบให้รองรับเทคโนโลยี 4.5G เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับประเทศไทย ทรูมูฟ เอช ได้เปิดตัวบริการ 4.5G เชิงพาณิชย์ ระบบมาตรฐานโลกที่ใช้งานได้จริงแล้ววันนี้ โดยได้ขยายสัญญาณ 4.5G ครอบคลุมมากที่สุดในไทย มีสถานีฐานประเภท 4T4R จำนวน 7,000 สถานี ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในโลก รับรองโดยสถาบัน Global Mobile Suppliers Association สถาบันที่มีบริษัทโทรคมนาคมทั่วโลกเป็นสมาชิกกว่า 521 บริษัท และเป็นรายแรกในไทยที่ขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมเข้าถึงกว่า 98% ของประชากรไทย โดยใช้เวลาเพียง 9 เดือน นับจากวันที่ได้รับคลื่น 900 MHz และ 1800 MHz เข้ามาเสริม โดยทรูมูฟ เอช ได้ลงทุนด้านเน็ตเวิร์คถึง 57,000  ล้านบาท ทั้งยังมีความพร้อมเดินหน้าสู่ยุค 5G ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารของไทยให้ล้ำหน้าเทียบเท่านานาประเทศทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

252-5

โดยล่าสุดทรูมูฟ เอช ตอกย้ำความเป็นผู้นำเครือข่ายตัวจริง ด้วยมาตรฐานระดับโลก คว้ารางวัล “ผู้ให้บริการเครือข่าย LTE เชิงพาณิชย์ที่มีพัฒนาการเด่นชัดที่สุด” (Most Significant Development of a Commercial LTE Network) จากเวทีสุดยอดการประชุมระดับโลก 5G & LTE Asia Awards จัดขึ้นโดย Informa Telecoms & Media ระหว่างวันที่ 26 – 28 กันยายน 2559 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยรางวัล “ผู้ให้บริการเครือข่าย LTE เชิงพาณิชย์ที่มีพัฒนาการเด่นชัดที่สุด” ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการอิสระประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกเป็นผู้ตัดสินและให้คะแนน โดยพิจารณาจากผู้ให้บริการ LTE เชิงพาณิชย์ที่มีการพัฒนาเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้บริโภค ซึ่งทรูมูฟ เอช เป็นผู้ให้บริการรายเดียวในไทยที่มีพัฒนาการอย่างเด่นชัด และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการ 4G ที่มีคลื่นความถี่มากที่สุด โดยมุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเทคโนโลยี 4G และอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ด้วยคุณภาพการให้บริการที่เหนือชั้นยิ่งกว่าในทุกมิติบนเทคโนโลยี 4G รายแรกและรายเดียวในประเทศ และมีเครือข่ายที่ครอบคลุมแล้วกว่าร้อยละ 98 ของประชากรไทย โดยมุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการในทุกๆ ด้าน ทั้งเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และความมั่นใจในบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคนไทย

%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%83-%e0%b9%80%e0%b8%98%c2%81%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%98%e2%80%a2%e0%b9%80%e0%b8%98%e2%80%a2%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%94%e0%b9%80

บทความโดย ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ

หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE