Home ARTICLE HUAWEI Mobile Services (HMS) ระบบนิเวศของ HUAWEI ที่ช่วยสร้างชีวิต AI แบบไร้รอยต่อ

 

HUAWEI Mobile Service (HMS) ได้จัดงาน APAC HUAWEI Developer Day (AHDD) ครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ พร้อมด้วยพันธมิตรอุตสาหกรรมกว่า 150 รายจากกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิค

โดยในงาน HUAWEI ได้เผยวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบนิเวศแบบเปิดที่จะเชื่อมต่อชีวิตดิจิทัลแบบไร้รอยต่อซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น บริการ HUAWEI Mobile Services แบบเปิด, HUAWEI Device, 5G Networks และแอป AI

 

Huawei

สำหรับกลุ่มธุรกิจคอนซูมเมอร์ของ HUAWEI ยังคงแข็งแกร่งในตลาดโลก ซึ่ง HUAWEI ถือเป็นผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยมียอดส่งออกมากกว่า 200 ล้านเครื่องตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงตุลาคม 2562 รวมถึงการจัดส่งผลิตภัณฑ์ HUAWEI อื่น ๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีที่แล้วทั้ง PC (+214%), หูฟัง (233%) และอุปกรณ์สวมใส่ Wearable (+ 272%)

Zhang Ping’an ประธานฝ่ายธุรกิจ Consumer Cloud Service ของ HUAWEI เผยว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแนะนำระบบนิเวศของ HUAWEI ที่มีรากฐานมาจาก HUAWEI Mobile Services (HMS) ผ่านกลยุทธ์ 1+8+N ขึ้นมาเพื่อทดแทนการขาด Google Mobile Services (GMS) ให้นักพัฒนาหันมาสนใจพัฒน่แอปพลิเคชันลงบน HMS มากขึ้น

โดยกลยุทธ์ 1+8+N ของระบบนิเวศของ HUAWEI นั้นมีสมาร์ทโฟนเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง โดย “1” คือโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ “8” คือ 8 ผลิตภัณฑ์ของ HUAWEI ได้แก่ ได้แก่ พีซี, แท็บเล็ต, อุปกรณ์ที่มีจอภาพ, ลำโพงอัจฉริยะ, แว่นอัจฉริยะ, นาฬิกา, รถยนต์ และหูฟัง และ “N” คือ Endless รูปแบบการใช้งานที่หลากหลายไม่รู้จบ ไม่ว่าจะใช้ในเรื่องของความบันเทิง, ใช้ในการทำงาน, การเดินทาง, สุขภาพและฟิตเนส เป็นต้น

นอกจากนี้ระบบนิเวศของ HUAWEI ยังถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ HMS ในตลาดโลก โดยขณะนี้ HMS มีผู้ใช้งานจริงต่อเดือน (MAU) ทั่วโลกมากถึง 570 ล้านคนในกว่า 170 ประเทศจนถึงปัจจุบัน

และไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 มีผู้ใช้งานจริงต่อเดือนถึง 390 ล้านคนที่เข้ามาใช้งาน HUAWEI AppGallery และมียอดดาวน์โหลดแอปรวมกว่า 180 ล้านคนภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่เริ่มให้บริการทั่วโลกในปี 2018

ปัจจุบันมีนักพัฒนาทั่วโลกมากกว่า 1.07 ล้านคนได้ลงทะเบียนเป็น HUAWEI Developer และมีจำนวนแอปพลิเคชั่นมากกว่า 50,000 แอพที่รวมอยู่ใน HMS Core ซึ่งช่วยในการสร้างเวอร์ชันของแอพที่เข้ากันได้กับอุปกรณ์ HUAWEI ทั้งหมด

ซึ่งในตลาดเอเชียแปซิฟิคมีบริการของ HMS ที่เปิดให้บริการแล้วดังนี้

HUAWEI AppGallery มีผู้ใช้งานจริงต่อเดือนตั้งแต่เปิดตัวแบบ Global Launch ในเดือนเมษายน 2018 มากกว่า 390 ล้านคนต่อเดือน (MAU) ใน 170 ประเทศทั่วโลก

HUAWEI Browser มีผู้ใช้งานจริงต่อเดือนมากกว่า 200 ล้านคน

HUAWEI Assistant มีผู้ใช้งานจริงต่อเดือนมากกว่า 160 ล้านคน

HUAWEI Mobile Cloud มีกำหนดเปิดตัวในตลาด APAC ภายในเดือนพ.ย. 2562 พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ฟรี 5GB

Quick App เป็นแอปขนาดเล็กที่ใช้ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง ซึ่งบริษัทชูจุดเด่นว่าสามารถทำงานได้บนฮาร์ดแวร์ทุกตัวใต้ยุทธศาสตร์ 1+8+N ทำให้ไม่ต้องสร้างแอปใหม่สำหรับอุปกรณ์แต่ละประเภท ปัจจุบัน Quick App มีให้ใช้งานประมาณ 1,000 ตัว แต่ยังจำกัดเฉพาะนักพัฒนาในจีนเท่านั้น ซึ่งบริษัทกำลังขยายตลาดออกมานอกจีนเร็วๆ นี้

ในฝั่งของนักพัฒนาก็ต้องอาศัยตัวกลางอย่าง HMS Core ทั้งในด้านของความสามารถของ HMS Core เอง และบริการต่างๆ (Services) ซึ่งประกอบด้วย HMS Core kits 24 ชุด, บริการ 55 ประเภท และ APIs 997 ประเภท

โดยจะเปิดให้ใช้งานในตลาดเอเชียแปชิฟิคภายในปี 2020 พร้อมกับบริการใหม่ของ HMS Core ได้แก่ Map Kit, Location Kit, Awareness Kit, Scan Kit, Quick App เป็นต้น

HMS Core ยังครอบคลุมฟังก์ชั่นที่มีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขยายตัวของผู้ใช้และการสร้างรายได้จากบริการ ตัวอย่างเช่น ชุดวิเคราะห์ Analytics ที่เพิ่งเปิดใหม่สามารถสร้างข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญของแอปเฉพาะ

จากตรงนั้นเจ้าของแอปสามารถกำหนดแอปพลิเคชันให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย HUAWEI Map Kit ครอบคลุม 150 ประเทศใน 40 ภาษารองรับการตรวจสอบสภาพถนนแบบเรียลไทม์และปรับแต่งแผนที่ได้ง่าย

และเพื่อกระตุ้นให้ HMS เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว HUAWEI ได้เพิ่มเงินสนับสนุน 1 พันล้านดอลล่าร์เสหรัฐฯ หรือราว 3 หมื่นล้านบาท ให้กับโครงการ Shining Star และเปิดโอกาสให้นักพัฒนาโปรแกรมทั่วโลก สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจ ฝึกอบรมการสนับสนุนนวัตกรรม รวมถึงช่วยส่งเสริมด้านเงินทุนสำหรับการพัฒนา และการทำตลาดให้กับแอปและบริการที่เกี่ยวข้องกับ AI, AR / VR และ IoT

ทั้งนี้ HUAWEI Developer Day (HDD) จัดขึ้นใน 29 ประเทศ โดยครอบคลุมการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านเทคนิค การวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยีกรณีศึกษา และข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมล่าสุดเพื่อเสริมศักยภาพให้นักพัฒนากับระบบแบบเปิดของ HUAWEI

นอกจากนี้ DigiX Lab ในสิงคโปร์จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2020 ซึ่งห้องปฏิบัติการนี้จะประกอบด้วย HMS Core, AR, VR, AI, CameraKit, HUAWEI Ability Gallery และความสามารถแบบเปิดอื่น ๆ สำหรับนักพัฒนาแอปมือถือเพื่อทดสอบบริการของพวกเขาจากระยะไกล

รวมทั้งยังมีโปรแกรมบ่มเพาะนักศึกษาเช่น การประกวด DigiX Geek, การฝึกงาน AI และตัวแทนมหาวิทยาลัยที่จะเปิดตัวภายใต้โครงการ Shining-Star โดยบริษัทมุ่งหวังที่จะส่งเสริมนวัตกรรมในหมู่นักพัฒนารุ่นใหม่เพื่อพัฒนาระบบนิเวศของ HUAWEI อย่างต่อเนื่อง

5 คำถามกับทิศทางของ HUAWEI ในอนาคต

 

1. HUAWEI มีตัววัดอะไรว่า HMS​ ที่ทำออกมานั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ ? 

ตอบ : HUAWEI มี list อยู่ว่าแอปตัวไหนมาลงนั้น​ถือว่าประสบความสำเร็จ​ เช่น มีพวก​ Top 100​ มาลง​​ 80 แอป ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้แล้วนั้นเอง

2. มีแผนโปรโมท App Gallary อย่างไร ?

ตอบ : อนาคต HUAWEI​ ID อาจจะมี Benefit ในการเก็บพื้นที่​ของข้อมูลที่ใช้งานได้เหมือนพวก Drive หรือจะเป็นการสะสมคะแนนในชื่อ HUAWEI ​Point เป็นต้น และจะมีในปลายปีนี้โดยประมาณ

3. ในไทย​ Huawei Mate​ 30 Pro​ ฟีดแบคเป็นยังไง ?

ตอบ : ยอดขายดีกว่าที่คาดไว้ แต่อาจจะยังมีฟีดแบคจากลูกค้ามาบ้าง ซึ่งเราก็เก็บข้อเสนอแนะต่างๆ มาพิจารณาเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม

4. ถ้า​ GMS กลับมาใช้ได้ HUAWEI​ จะทำยังไง​หรือเน้นอะไร ?

ตอบ : ถ้า​ GMS​ กลับมาก็ถือว่าเป็นทางเลือก​ และได้ใช้งานทั้งคู่​ แต่ระบบนั้นจะยังคงเน้นไปที่​ Android เป็นหลักไปก่อน​ และยังไม่มีแผนของระบบปฏิบัติการของตัวเองเอามาใช้งานบนมือถือ

5. สำหรับในปีหน้าจะเป็นอย่างไร ยังคงมีแผนที่จะเปิดตัวมือถือรุ่นอื่นๆ เหมือนทุกปีไหม ?

ตอบ : ทางเรายืนยันว่าจะเปิดตัว​ Huawei P40 Series แน่นอนตามแผนเดิม​เหมือนทุกปีพร้อมพวก​ตระกูล Nova ก็ยังมีเหมือนเดิม​ แต่สำหรับเรื่อง HMS และ GMS ยังไม่ยืนยันว่าจะมาแบบไหนรอดูกันไปครับ (ยืนยันว่าชื่อรุ่นต่อไปแบบเกือบทางการว่า P40 เป็นชื่อรุ่นต่อไป)

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น