Home ARTICLE จอกว้างกว่าดีอย่างไร? มาดูกันว่า OPPO F9 จะทำให้คุณสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างกับจอแบบเดิมแค่ไหน?

นับตั้งแต่ต้นปี 2018 ที่ผ่านมาเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะหน้าจอแสดงผลที่เปลี่ยนจากจอที่มีขอบหนาๆ ในอัตราส่วน 16:9 มาเป็นจอไร้ขอบที่กว้างขึ้นในอัตราส่วน 18:9 หรือ 18.5:9

และล่าสุดก็มาถึงยุคของจอไร้ขอบที่กว้างขึ้นไปอีกในอัตราส่วน 19:9 หรือ 19.5:9 ทำให้สามารถชมคอนเทนต์ต่างๆ และเล่นเกมได้อย่างเต็มตา เต็มอารมณ์

ข้อดีของจอสมาร์ทโฟนที่กว้างกว่า

  1. ชมคอนเทนต์ได้มากขึ้น เพราะส่วนใหญ่เวลาเราเล่น Facebook, Twitter, Instagram หรืออ่านข้อความต่างๆ เรามักจะถือสมาร์ทโฟนในแนวตั้ง ซึ่งหน้าจอแบบ 19.5:9 จะมีพื้นที่ให้เราได้ชมคอนเทนต์นั้นๆ มากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มพื้นที่ด้านบนและล่าง
  2. ใช้งานแบบ Multitasking ได้สะดวกมากขึ้น เช่น ฟังก์ชัน Split Screen ที่ทำให้ในหนึ่งหน้าจอเราสามารถใช้งานได้ 2  แอปพร้อมกัน และมีพื้นที่ให้แต่ละแอปมากยิ่งขึ้น
  3. ความละเอียดเพิ่มขึ้น อาจจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ถ้าเป็นจอความละเอียดระดับ HD+ และ Full HD+ ก็อาจดูสมจริงคมชัดมากที่สุดเวลาเล่นเกมหรือวิดีโอ
  4. เสริมประสิทธิภาพของกล้อง หลายคนคงสงสัยว่าเกี่ยวข้องอย่างไร จะเห็นว่าสมาร์ทโฟนในปัจจุบันก็ใช้กล้องคู่กันหมดแล้ว เลนส์แรกก็จะทำการจับภาพปกติ ส่วนเลนส์สองจับรายละเอียดเสริมเช่น วิว วัตถุ สภาพแสง เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาตั้งใจให้กล้องทำงานเช่นไร แต่ถ้าจะให้มีความแตกต่างเกิดขึ้น หน้าจออัตราส่วน 19.5:9 สามารถช่วยได้

OPPO F9

และตอนนี้ก็มีหลายๆ แบรนด์ก็เริ่มหันมาใช้จอกว้างในอัตราส่วนแบบนี้กันแล้ว เชื่อว่าในอนาคตคงมีคอนเทนต์แบบใหม่ออกมารองรับมากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง OPPO F9 เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ก็มาพร้อมกับอัตราส่วนหน้าจอแบบใหม่นี้ด้วยเหมือนกัน มาดูกันว่าหน้าจอกว้างกว่าของ OPPO F9 จะดีกว่าจอแบบเดิมแค่ไหน?

OPPO F9

OPPO F9 มาพร้อมจอที่มีการปรับดีไซน์ใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติในชื่อ Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการขยายพื้นที่การแสดงผลให้สูงขึ้นถึง 90.8% พร้อมปรับขนาดรอยบาก (Notch) ให้มีความเล็กลงคล้ายกับหยดน้ำ

โดยใช้หน้าจอแสดงผลแบบ LTPS IPS LCD ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9  รวมทั้งซ่อนลำโพง และเซ็นเซอร์ต่างๆ เอาไว้อย่างแนบเนียน ทำให้ช่วยให้มือถือสามารถแสดงผลได้อย่างเต็มตามากกว่าเดิม

จอกว้างกว่าของ OPPO F9 รับชม YouTube ได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080p 60fps คมชัด และเต็มตา

จอกว้างกว่าของ OPPO F9 เล่นเกม ROV ได้ไหลลื่น และคมชัดระดับ HD

จอกว้างกว่าของ OPPO F9 ทำให้การรับชมคอนเทนต์ต่าง เช่น Facebook, Twitter มีพื้นที่ในการรับชมได้มากขึ้น

จอกว้างกว่าของ OPPO F9 รองรับแอปแบ่งหน้าจอ มีพื้นที่ระหว่างแอปที่แบ่งมากขึ้น

นอกจากจอกว้างกว่าแล้ว OPPO F9 ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ เทคโนโลยี VOOC Flash Charge ชาร์จเพียง 5 นาที สามารถคุยสายได้นาน 2 ชั่วโมง ที่มาพร้อมกับระบบป้องกัน 5 ขั้นตอนการันตีความปลอดภัย โดยใช้จุดเชื่อมต่อพิเศษ 7 เส้น Pin ของ USB (ซึ่งระบบชาร์จเร็วทั่วไปใช้เพียง 5 เส้น) จึงสามารถป้องกันแรงดันไฟฟ้าและความร้อนที่มากเกินไปได้ สามารถเล่นเกมขณะชาร์จไฟโดยไม่ต้องกังวลเครื่องร้อน

รวมทั้งมาพร้อมกล้องเซลฟี่ที่ถือเป็นจุดเด่นหลักของสมาร์ทโฟน OPPO โดยมีความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสงF/2.0 พร้อมเซ็นเซอร์ HDR สำหรับช่วยถ่ายภาพแบบย้อนแสง หรือสภาวะแสงน้อย และเทคโนโลยี AI Beauty 2.1 สำหรับช่วยปรับแต่งใบหน้าผู้ใช้ให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ

ส่วนกล้องหลังเป็นกล้องคู่รุ่นแรกของ OPPO ในตระกูล F Series โดยกล้องหลักความละอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/1.8 ส่วนกล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.4 รองรับโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait) และมี AI Scene Recognition ปรับแต่งโหมดภาพถ่ายได้สวยงามสามารถระบุได้ถึง 16 ประเภทวัตถุมีความแม่นยำสูง โดยเราจะภาพถ่ายที่ได้รับการปรับแต่งแสง ความสว่าง และความคมชัด ให้ออกมาสวยสมบูรณ์ได้แบบมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นตอนพระอาทิตย์ขึ้น ภาพอาหาร วิวภูเขา หรือตอนกลางคืน

OPPO F9 มีให้เลือก 3 สี คือสีแดง (Sunrise Red) สีน้ำเงิน (Twilight Blue) และ Special Edition สีม่วง (Starry Purple) ราคา 10,990 บาท ซึ่งสีแดง และสีน้ำเงินวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ส่วนสี Starry Purple เปิดให้จองพรีออเดอร์ตั้งแต่ 8 – 26 กันยายน 2561 โดยลูกค้าจะได้รับของสมนาคุณพิเศษเป็น OPPO Special Gift และ OPPO VIP Card บัตรรับประกันจอแตกนาน 1 ปี 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น

กรุณาช่วยกด Like เพื่อให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ^_^

CLOSE