Home ARTICLE เจาะลึกฟีเจอร์กล้อง Vivo Y95 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด ถ่ายรูปสวย ในราคาโดนใจ

 

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา Vivo ได้เปิดตัว Vivo Y85 สมาร์ทโฟนระดับกลางในตระกูล Y Series ที่มาพร้อมจอ FullView Display รวมทั้งติดตั้งกล้องหลังคู่ และกล้องหน้าเทคโนโลยี AI 

Vivo Y95

ล่าสุดได้ส่ง Vivo Y95 รุ่นภาคต่อที่มาพร้อมจอ Halo FullView Display, ดีไซน์ฝาหลังไล่เฉดสีสวยหรู และอัปเกรดสเปกให้ดีขึ้นโดยเฉพาะกล้องหน้าเซลฟี่ที่มีความละเอียดสูงถึง 20 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด AI Face Beauty ที่ถ่ายออกมาได้สวยไม่แพ้รุ่นเรือธง และกล้องหลังที่รองรับเทคโนโลยี AI ด้วยเหมือนกัน

และในวันนี้เราจะพาเจาะลึกดูฟีเจอร์ต่าง ๆ กล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังของ Vivo Y95 พร้อมกับตัวอย่างภาพถ่ายเล็กน้อย เพื่อทดสอบว่ากล้องของ Vivo Y95 นั้นจะมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร

กล้องหลังคู่ของ Vivo Y95 อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องง่ายแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดี แม้จะไม่มีความรู้ ความชำนาญในด้านการถ่ายรูปมาก่อนก็ตาม เช่นฟีเจอร์ AI Scene Recognition ที่สามารถตรวจจับวัตถุหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่หลังกล้องให้แบบอัตโนมัติ

โดยสามารถจำแนกสถานการณ์ได้ถึง 140 หมวดหมู่ จากนั้นจะทำการแยกประเภทพร้อมปรับตั้งค่าการถ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ เช่นเราส่องกล้องไปที่อาหาร ก็จะมีไอค่อนรูปอาหารแสดงขึ้นมาในมุมล่างซ้ายของจอแสดงผล จากนั้นตัว AI ก็จะทำการประมวลผลพร้อมปรับแต่งให้ภาพที่ถ่ายออกมาแล้วมีความสมบูรณ์ที่สุด

User Interface หรือเมนูกล้องของ Vivo Y95 ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงและเรียกใช้งานได้อย่างสะดวกคล่องตัว ผู้ใช้งานสามารถใช้การปัดนิ้วไปทางซ้าย/ขวาของหน้าจอเพื่อเข้าสู่โหมดการถ่ายต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนด้านบนของเมนูจะเป็นไอคอนที่เข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ของกล้อง อาทิเช่น เปิด/ปิดการใช้งานแฟลช, โหมด HDR, Portrait Bokeh (หน้าชัดหลังเบลอ) LIVE PHOTO , และการตั้งค่าโดยรวมของกล้อง

สำหรับโหมดการถ่ายจะประกอบไปด้วย PROFESSIONAL, PANORAMA, FACE BEAUTY, TAKE PHOTO, VIDEOS, AR STICKERS และ GROUP SELFIE ที่เพิ่มเข้ามาเมื่อเปิดใช้งานกล้องหน้า

ส่วนการตั้งค่าหลักจะเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกในการใช้งาน อาทิเช่น ตั้งเวลาในการถ่าย, การสั่งถ่ายด้วยวิธีแตะหน้าจอ, ถ่ายด้วยคำสังเสียง และฝ่ามือ, เลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ต้องการบันทึก, การใส่ลายน้ำ, ปิดเสียงชัตเตอร์, ระบุ GPS และในโหมด FACE BEAUTY ของกล้องหน้ายังสามารถระบุเพศของผู้ถ่ายได้อีกด้วย


กล้องหน้าจะมีระบบ AI มาเป็นผู้ช่วยในการประมวลผล แต่ผู้ใช้ก็สามารถเลือกปรับแบบแมนวนได้เช่นกัน โดยสามารถปรับความ BEAUTY ได้ 6 ระดับ

สำหรับหลักการทำงาน AI Face Beauty จะทำหน้าที่ตรวจจับลักษณะของผู้ใช้ อาทิ อายุ เพศ โทนสีผิว สภาพผิว รวมถึงสภาพแสงโดยรอบ จากนั้นจะนำไปประมวลผลร่วมกับข้อมูลในดาต้าเบสที่ Vivo ได้รวบรวมภาพถ่ายใบหน้าไว้กว่าล้านรูปทั่วโลก เพื่อช่วยจัดทำอัลกอริทึมของ AI

ทั้งนี้ โหมด AI Face Beauty ช่วยปรับแต่งใบหน้าโดยเลือกอัลกอริทึมที่ทำให้ได้ภาพออกมาดีที่สุด และเมื่อใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ AI จะเรียนรู้รูปแบบการแต่งภาพที่ผู้ใช้ชื่นชอบ รวมถึงการตั้งค่าที่เหมาะสมกับผู้ใช้ ส่งผลให้ได้ภาพเซลฟี่ที่สวยสมใจทุก ๆ ครั้ง

ทดสอบกล้องหน้าในโหมด Auto โดยที่ยังไม่ใช่ AI Face Beauty ภาพที่ได้ให้ความคมชัดที่ดี และสกินโทนก็ก็ดูเป็นธรรมชาติไม่หลอกตาแต่อย่างใด

ลองเปิดใช้งาน AI Face Beauty ภาพที่ได้ดูสวยงาม ขึ้นแบบสัมผัสได้ เช่นสีของแก้มและลิปสติกเป็นต้น รวมไปถึงโครงสร้างของใบหน้าและสกินโทนที่ปรับแต่งให้มีความกระจ่างใสในแบบเป็นธรรมชาติ

AI Face Beauty ตัวระบบ AI จะคำนวนความเหมาะสมให้เข้ากับใบหน้าของเราโดยอัตโนมัติ โดยภาพที่ได้ในโหมด AI ค่อนข้างดูลงตัวเป็นธรรมชาติและใช้งานง่าย เพราะจะให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันในทุกสถานการณ์ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลามาปรับบิวตี้แบบแมนวนในการถ่ายแต่ละครั้งนั่นเอง

ภาพซ้ายมือเปิดใช้ AI ภาพตรงกลางใช้ FACE BEAUTY ระดับ 3 ภาพขวามือเปิดใช้ FACE BEAUTY ระดับ 6 ซึ่งเป็นค่าสูงสุดที่สามารถปรับตั้งได้

นอกจากโหมด AI Face Beauty จะให้ภาพที่ดูสวยงามมีความเป็นธรรมชาติแล้ว Vivo Y95 ยังมีโหมด Beautify ที่สามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้มีความยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้อย่างลงตัว เช่นปรับผิวนวลกระจ่างใส, ลบรอยสิว รอบคล้ำใต้ดวงตา, ปรับโครงสร้างใบหน้า, ปรับให้ดวงตากลมโต, ริมฝีปากอิ่ม, จมูกเรียวโด่ง, ฟันขาว เป็นต้น

หน้าชัดหลังเบลอด้วย AI Portrait

การถ่ายภาพเซลฟี หรือการถ่ายภาพบุคคล จะดูมีความโดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้น หากกล้องของสมาร์ทโฟนรุ่นนั้น ๆ สามารถถ่ายภาพได้ในสไตล์กล้อง DSLR ที่รองรับการถ่ายแบบ Depth of Field หรือภาพหน้าชัดหลังเบลอ ได้อย่างเป็นธรรมชาติจากคุณสมบัติของตัว Hardware

แต่สำหรับสมาร์ทโฟนจะใช้ความสามารถทางด้าน Software เป็นหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งค่าย Vivo เอง ก็มีทีเด็ดด้วยโหมด AI Portrait ที่สามารถถ่ายภาพ Portrait ออกมาได้ค่อนข้างน่าประทับใจ

สำหรับการเปิดใช้งาน AI Portrait ให้ทำการแตะที่ไอคอนรูปคนด้านบนของเมนูกล้อง

ภาพจากโหมด Auto

เปิดใช้งาน AI Portrait

ในภาพรวม AI Portrait ของ Vivo Y95 ทำผลงานได้ค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นจากสภาพแสงภายนอก รวมไปถึงสภาพแสงที่มีความหลากหลายภายในอาคาร

นอกจากนี้เรายังสามารถใช้โหมด AI Portrait ร่วมกับโหมด FACE BEAUTY ได้อีกด้วย ส่งผลให้ภาพที่ถ่ายออกมามีความโดดเด่นเพิ่มมากยิ่งขึ้น

AI Selfie (HDR)


AI Selfie HDR ประโยชน์ของโหมดนี้ก็คือ เมื่อเราถ่ายเซลฟี่ในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างมาก ๆ หรือเมื่อย้อนแสง ถ้าเปิด HDR จะช่วยในเรื่องการเกลี่ยสภาพแสงโดยรวมและดีเทลของภาพให้มีความสมดุล


ตัวอย่างภาพด้านบนจะเห็นว่าท้องฟ้าและฉากหลังนั้นสว่างจ้าจนเกินไป ส่วนภาพด้านล่างเมื่อเปิด HDR แล้วจะมีการเกลี่ยแสงที่สมดุล อีกทั้งยังสามารถดึงรายละเอียดกลับมาทั้งใบไม้และท้องฟ้าด้านหลัง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโหมดที่มีประโยชน์และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของเรา

AI Selfie (โหมด Flash)

สำหรับกล้องหน้าของ Vivo Y95 จะมีแฟลชที่เป็นแบบ Retina Flash หรือการใช้แสงจากหน้าจอแสดงผลเป็นแฟลชนั่นเอง ซึ่งในภาพรวมจะให้โทนที่ไม่สว่างจ้าเหมือน LED Flash แต่ทั้งนี้การถ่ายให้สวยก็มีต้องเทคนิคอยู่บ้าง

โดยก่อนถ่ายให้เราแตะโฟกัสที่ใบหน้าเรา แล้วปรับชดเชยแสงลงมาเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้ได้ภาพออกมาดูเป็นธรรมชาติไม่สว่างโอเวอร์จนเเกินไปนัก

Flash Off

Flash On

Flash Off

Flash On

หลายคนมีความเชื่อผิด ๆ ว่าการเปิดแฟลชจะต้องใช้ในที่แสงน้อยเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วเราสามารถเลือกใช้การเปิดแฟลชได้ในหลาย ๆ สถานการณ์ อาทิเช่นภายในห้องที่มีสภาพแสงอันสับสน

ซึ่งเมื่อเราถ่ายออกมาแล้วอาจทำให้บางภาพดูแบนๆ ไม่มีมิติ ยกตัวอย่างภาพด้านบนที่ไม่เปิดแฟลช ส่วนภาพด้านล่างเมื่อเปิดแฟลชแล้วจะให้สกินโทนที่มีความเป็นธรรมชาติและภาพดูมีมิติมากขึ้นอีกด้วย

AR Stickers


AR Stickers ด้วยกล้องหน้า


AR Stickers จากกล้องหลัง

AR Stickers ฟีเจอร์เด่นจากรุ่นพี่ในซีรีย์ V อารมณ์ประมาณการใส่อีโมจิหรือสติ๊กเกอร์ 3D น่ารัก ๆ ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งลงไปในรูปถ่ายของเรา โดยรองรับการทำงานทั้งกล้องหน้าและหลัง สามารถบันทึกเป็นไฟล์ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

ทั้งนี้โหมด AR Selfie สามารถที่จะดีเทคจับภาพได้มากกว่า 1 ใบหน้าพร้อมกัน ทำให้เมื่อเราถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน ๆ ตัวกล้องก็จะใส่ AR Stickers ให้เพื่อนที่อยู่ในเฟรมของเราด้วย

ตัวอย่าง AR Stickers ในแบบภาพเคลื่อนไหว

https://www.dropbox.com/s/4fdaou1qppkh81e/video_25611203_102804.mp4?dl=0

https://www.dropbox.com/s/ivzjcxnl8hzxmd0/video_25611203_102918.mp4?dl=0

Portrait light effect


ฟีเจอร์ Portrait light effect จะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเซลฟี่ ซึ่งจะให้ฟิลลิ่งที่แปลกใหม่โดยไม่ต้องพึงพาอุปกรณ์เสริม โดยอัลกอริทึม AI ของ Vivo Y95 จะปรับภาพใบหน้าสองมิติให้กลายเป็นสามมิติ และปรับแสงที่ใบหน้า ให้ภาพออกมาโดดเด่น ซึ่งเราสามารถเลือกเอฟเฟ็กต์ได้หลากหลายรูปแบบ

ภาพต้นฉบับจากโหมด Auto

เอฟเฟ็กต์ Rainbow light แสงรุ้ง


Side Light แสงด้านข้าง


Natural Light แสงธรรมชาติ

Studio Light, ไฟสตูดิโอ


Stereo Light ไฟสเตอริโอ


Monochrome background ภาพพื้นหลังแบบขาวดำ

จะเห็นได้ว่า ฟีเจอร์ Portrait light effect นั้นช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ความสนุกขึ้น โดย effect ต่าง ๆ จะส่งผลให้รูปภาพของเรามีความโดดเด่น ไม่เหมือนใคร

GROUP SELFIE ถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน ๆ หลายคนจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

หลายครั้งที่เราถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน ๆ หลายคนแล้วเกิดปัญหาเก็บภาพได้ไม่หมดไม่ครบทุกคน เนื่องจากข้อจำกัดด้านความ Wide ของตัวเลนส์ แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อเปิดใช้งาน GROUP SELFIE ซึ่งหลักการทำงานจะมีความคล้ายคลึงกับการถ่ายแบบพาโนรามาอยู่บ้าง แต่การใช้งานนั้นสะดวกและง่ายดายกว่า เพราะใช้การเคลื่อนตำแหน่งกล้องไปด้านข้างเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้เราสามารถเก็บภาพในมุมที่กว้างขึ้น


ตัวอย่างภาพเซลฟี่แบบปรกติ

เมื่อเปิดใช้งาน GROUP SELFIE จะได้ภาพที่มีมุมมองกว้างขึ้น สามารถเก็บรูปเพื่อน ๆ ได้ครบถ้วนไม่ตกหล่นอีกต่อไป

สำหรับกล้องหลังก็สามารถใช้งาน AI Portrait ได้เหมือนกล้องหน้า โดยรูปแบบการทำงานนั้นเหมือนกันทุกประการครับ


ในภาพรวมการละลายฉากหลังของกล้องหลัง Vivo Y95 อยู่ในระดับพอใช้ได้ครับ แต่แนะนำให้เลือกการเลือกค่ารูรับแสง(F) ไม่ต้องกว้างมาก โดยค่าที่เหมาะสมสำหรับกล้องหลังอยู่ที่ F/2.0 – F/2.8 ซึ่งจะให้ผลลัทธ์ที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

สำหรับรูปที่ถ่ายด้วยโหมด Portrait จากกล้องหลัง เมื่อเราเปิดดูภาพ จะมีรูปสัญลักษณ์ของรูรับแสงและและข้อความกำกับ “ถ่ายรูปคนแบบหน้าชัดหลังเบลอ” เมื่อเราแตะที่ข้อความนี้ จะสามารถปรับเลือกจุดโฟกัสรวมไปถึงปรับค่ารูรับแสงตามที่เราต้องการ สำหรับค่ารูรับแสงจากโหมด Portrait จะเป็นการจำลองจาก Software เป็นหลัก

ซึ่งค่าเริ่มต้นที่ f/0.95 อาจจะทำให้ภาพที่ได้ดูลอย ๆ หลอกตาจนเกินไป เมื่อเราปรับค่ารูรับแสงให้แคบลงมาก็จะได้ความเนียนเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ลองดูจากภาพตัวอย่างด้านล่าง โดยมุมภาพจะมีการกำกับบอกไว้ว่าใช้ค่ารูรับแสงที่เท่าไหร่ในแต่ละภาพ

เปรียบเทียบให้ดูถึงการเลือกปรับค่ารูรับแสงในแต่ละช่วง ตั้งแต่ F/0.95 จนไปถึง F/16

F/0.95

F/1.4


F/2.0


F/2.8

F/4.0

F/5.6

F/8.0

F/11

F/16

สำหรับรูปนี้ใช้โหมดบิวตี้ของกล้องหลัง พร้อมเปิดใช้ AI Portrait ภาพที่ได้มีความโดดเด่นสะดุดตา ทั้งตัวแบบ และฉากหลังที่ละลายได้สวยงาม ขับให้ตัวแบบเด่นขึ้นมาแบบชัดเจนมากยิ่งขึ้น


AI Portrait Framing ฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกบน Vivo V11 และเป็นข่าวดีที่ Vivo 95 ก็ได้ฟีเจอร์ AI Portrait มาใช้งานด้วยเช่นกัน สำหรับฟีเจอร์นี้ จะมีหลักการทำงานโดยตรวจจับภาพใบหน้าบุคคลที่อยู่ในเฟรม พร้อมแนะนำการหันกล้องไปในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งก็คือการจัดองค์ประกอบของภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดนั่นเอง ตรงนี้ช่วยในเรื่องการถ่ายภาพบุคคลได้ดีมาก แม้เราจะถ่ายรูปไม่เก่งก็ตาม

โหมด PANORAMA ของ Vivo Y95 ใช้งานง่ายมากครับ เวลาถ่ายให้เราเคลื่อนที่ช้า ๆ พยายามบังคับให้ลูกศรวิ่งไปตามแนวเส้นนำทางอย่างต่อเนื่อง แค่นี้เราก็จะได้ภาพพาโนรามาที่สวยเนียนกริบ ไม่เกิด distortion หรือการเหลื่อมของภาพให้หงุดหงิดใจ

โหมด Professional

สำหรับโหมด Professional จะช่วยให้เราปรับตั้งค่าและดึงศักยภาพของกล้องออกมาได้เต็มอย่างประสิทธิภาพ เช่นการเลือกปรับสปีดชัตเตอร์ที่เร็วขึ้นเพื่อบันทึกภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว ๆ หรือการปรับตั้งค่า ISO ให้ต่ำแล้วตั้งสปีดชัตเตอร์ให้ช้าเพื่อให้ได้ภาพที่มีความสว่างในที่แสงน้อยเป็นต้น

แต่ทั้งนี้โหมดโปรจะเหมาะกับคนที่มีความรู้ทางด้านการถ่ายภาพในระดับพื้นฐานอยู่บ้าง เพราะการปรับตั้งค่าต่าง ๆ จะมีความสัมพันธ์กัน เช่นสปีดชัตเตอร์ / ISO เป็นต้น

เทคนิคการถ่ายในที่แสงน้อย  ต้องพยายามให้กล้องเกิดการสั่นสะเทือนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในกรณีที่มีขาตั้งกล้อง แนะนำให้ใช้งานร่วมกันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หากไม่มีเราสามารถใช้เทคนิคและการตั้งค่าบางอย่างเข้ามาช่วย เช่นการตั้งเวลาถ่ายไว้สัก 3 วินาที จะทำให้เรามีเวลาในการถือกล้องให้นิ่งหลังจากแตะไปที่ชัตเตอร์บนจอแสดงผล ส่วนการถือกล้องพยายามให้ข้อศอกทั้งสองข้างแนบลำตัว ก็จะช่วยในเรื่องการถือที่มีความมั่นคงลดอาการสั่นไหวได้ดีขึ้

โหมด Professional ช่วยให้เราสร้างสรรค์ภาพในแบบที่โหมด Auto ไม่สามารถทำได้

สำหรับรูปนี้เราใช้การตั้งค่าสปีดชัตเตอร์ที่ 2 วินาที และตั้งค่า ISO ไว้ที่ 400 ทำให้ได้ภาพไฟวิ่งที่ดูสวยงาม พร้อมแบล็คกราวด์ที่มีความสว่างกำลังดี

โหมด Auto

โหมด Professional

รูปนี้เราต้องการโทนภาพที่มีไฟวิ่งยาว ๆ จึงตั้งค่าสปีดชัตเตอร์นานถึง 4 วินาที (แนะนำให้ใช้ขาตั้งกล้อง หรือมีพื้นที่ที่เราสามารถวางกล้องเพื่อช่วยลดอาการสั่นไหว) ส่วน ISO เราจะตั้งค่าไว้ที่ 100 เพราะการเปิดหน้ากล้องนานถึง 4 วินาทีจะให้ภาพที่มีความสว่างมากอยู่แล้ว ซึ่งทั้ง 2 ค่านี้จะมีความสอดคล้องกัน เมื่อเราได้ลองใช้งานโหมด Professional  บ่อย ๆ เราก็จะคุ้นชินในการปรับค่าให้สัมพันธ์กันได้ดียิ่งขึ้น

โหมด Auto

โหมด Professional

จากรูปในโหมด Auto จะมีน้อยส์ที่ค่อนข้างเห็นได้ชัดเจน และเราอยากได้ดีเทลรายละเอียดของสะพาน รวมไปถึงความเนียนใสของท้องฟ้าและผืนน้ำ จึงตั้งค่าสปีดชัตเตอร์ไว้ที่ 2 วินาที และคั้งค่า ISO ไว้ที่ 1600 ผลลัพธ์ที่ได้จึงให้ความเนียนใสลงตัวกว่าโหมด Auto อย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ในโหมด Professional เรายังสามารถถ่ายภาพในโหมด Ultra HD 52 ล้านพิกเซล โดยหลักการทำงานคือจะเป็นการผสานรวมภาพถ่ายของหลาย ๆ เฟรมเข้าด้วยกัน ทำให้กลายเป็นภาพมีความความละเอียดสูงถึง 52 ล้านพิกเซล ซึ่งไฟล์ภาพที่ได้จะมีดีเทลและความคมชัดเพิ่มขึ้น สามารถนำไปใช้งานต่อยอดได้ยืดหยุ่นขึ้นมาจากโหมดการถ่ายแบบปรกติ

ภาพจากโหมด Auto

ภาพจากโหมด Ultra HD 52 ล้านพิกเซล

ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจของ Vivo Y95


ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งรูปภาพได้จากแอพ Albums ที่อยู่ภายในเครื่อง โดยที่ไม่ต้องติดตั้งแอพเสริมแต่อย่างใด และยังสามารถเลือกแก้ไขได้อย่างยืดหยุ่นมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งภาพโดยรวมทั้งแบบอัตโนมัติและแบบปรับตั้งค่าเองได้อย่างละเอียด อาทิเช่น สามาารถใส่เอฟเฟ็กต์แสงต่าง ๆ ให้โทนภาพออกมาเหมือนการถ่ายด้วยการจัดแสงแบบมืออาชีพ, ครอบตัดหมุนภาพ, ใส่ฟิลเตอร์, สติ๊กเกอร์ กรอบรูป, เบลอภาพ, ใส่ข้อความ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังสามารถรีทัชเสริมความสวยเพิ่มเติมจากโหมด BEAUTY ได้อีกทางด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการปรับผิวนวล, ปรับความขาว, ลบสิวและรอยคล้ำใต้ดวงตา, ใบหน้าเรียว, จมูกเรียว, ฟันขาว, ตาโต, ตาใส, ปรับให้สูงขึ้น, เรียกว่าปรับแต่งได้อย่างละเอียดสุด ๆ ตรงนี้บอกเลยคือจุดแข็งจุดขายของทางค่าย Vivo เพราะผู้ใช้งานสามารถเลือกปรับแต่งภาพให้ออกมาตรงความต้องการได้มากที่สุดนั่นเอง

รองรับ Google Lens

ในส่วนของตัวแอปอัลบั้มบน Vivo Y95 ก็มีความฉลาดล้ำด้วย AI ที่ช่วยแยกพร้อมระบุประเภทภาพถ่ายให้โดยอัตโนมัติ โดยแยกเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ แกลลอรีรูปภาพ, อัลบั้ม, การระบุภาพ AI เพื่อการค้นหาในภายหลังได้อย่างสะดวกง่ายขึ้น

จากนี้ไปดูภาพรวม ๆ จากกล้องหลังกันต่อครับ โดยกล้องหลังของ Vivo Y95 เป็นกล้องคู่ Dual Camera ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล รองรับเทคโนโลยี AI และระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF รวมถึงมีฟีเจอร์ Google Lens

Auto

Zoom 2.0x

ในที่แสงน้อยคุณภาพที่ได้ต้องบอกว่าทำผลงานได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะเมื่อมองไปที่สนนราคาค่าตัว ที่เปิดมาไม่แรง แต่กล้องทำผลงานได้ขนาดนี้ถือว่าสอบผ่านครับ

Tips ส่งท้าย แนะนำการตั้งค่าและเทคนิคการถ่ายภาพให้สวยด้วย Vivo Y95

1.เปิดใช้งานเส้นกรอบ หรือถ้าพูดในภาษากล้องมันก็คือจุดตัดเก้าช่องนั่นเอง ตรงนี้จะช่วยให้มือใหม่สามารถจัดองค์ประกอบของภาพได้ง่ายขึ้น แถมยังช่วยในเรื่องปัญหาการถ่ายภาพเอียงสำหรับคนที่มีปัญหาด้านสายตา (เปิดใช้งานได้ที่การตั้งค่าของตัวกล้อง)

2.เปิดใช้งานเส้นกรอบ หรือถ้าพูดในภาษากล้องมันก็คือจุดตัดเก้าช่องนั่นเอง ตรงนี้จะช่วยให้มือใหม่สามารถจัดองค์ประกอบของภาพได้ง่ายขึ้น แถมยังช่วยในเรื่องปัญหาการถ่ายภาพเอียงสำหรับคนที่มีปัญหาด้านสายตา (เปิดใช้งานได้ที่การตั้งค่าของตัวกล้อง)

3.เปิดการใช้หน่วงเวลาในการถ่าย ตรงนี้จะช่วยเรื่องภาพสั่นเบลอได้ในระดับหนึ่ง เพราะเมื่อเรากดไปที่ชัตเตอร์แล้ว ยังมีเวลาเตรียมตัวในการถือกล้องให้นิ่งได้ดีกว่าการกดแล้วถ่ายในทันที

4.สำหรับการถ่ายเซลฟี่ ที่ให้ความสะดวกสบายและภาพไม่สั่น เราสามารถเปิดใช้งาน การถ่ายภาพด้วยคำสั่งเสียง หรือใช้ฝ่ามือเป็นตัวช่วย ซึ่งก็จะส่งผลให้การถ่ายภาพของเรามีความสะดวกสบายและได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอีกด้วย

5.เปิดใช้งานฟีเจอร์ AI การระบุฉาก หากเราถ่ายรูปไม่เก่ง ตัว AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมาก เพราะด้วยความฉลาดในการแยกแยะซีนและจะประมวลผลให้ภาพออกมาตรงกับซีนที่เรากำลังถ่ายอยู่ในขณะนั้นได้ถูกต้องตามความเป็นจริง

เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากได้เห็นความสามารถของกล้องหน้าและหลัง Vivo Y95 ที่ขับเคลื่อนด้วยความชาญฉลาดของ AI ที่พัฒนาโดยค่าย Vivo กันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูคุณสมบัติเด่นอื่นๆ กันบ้าง

Halo FullView™ Display เปิดมุมมองให้กว้างขึ้นกว่าที่เคย

Vivo Y95 มีความโดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผล Halo FullView™ Display ในขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.22 นิ้ว พร้อมอัตราส่วน 19:9 ทำให้มีหน้าจอแสดงผลต่อตัวเครื่องสูงถึง 88.6% เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีขอบจอที่บางเฉียบ และออกแบบการวางตำแหน่งกล้องหน้าในรอยบากรูปทรงหยดน้ำ

จึงส่งผลให้การแสดงผลของ Vivo Y95 นั้นใช้พื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ลงตัว สามารถใช้งานได้เต็มอรรถรส ไม่ว่าจะเป็นการรับชมวีดีโอ หรือสตรีมคอนเทนต์ความละเอียดสูง ๆ รวมไปถึงการเล่นเกม ที่ได้ใช้ประโยชน์จากหน้าจอ Halo FullView™ Display อย่างเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ

Tips ผู้ใช้งานสามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลให้เต็มหน้าจอ ด้วยการเข้าไปที่การตั้งค่าของตัวเครื่อง เลือกไปที่ การแสดงผลและความสว่าง / อัตราส่วนการแสดงผลแอปของบุคคลที่สาม / การแสดงผลเต็มจอ

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4030mAh

เหนือชั้นกว่าสมาร์ทโฟนในระดับเดียวกัน ด้วยแบตเตอรี่ความจุมหาศาลถึง 4030mAh สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน

ทั้งนี้ Vivo Y95 มีให้เลือก 2 สีแบบไล่เฉดสีคือ Starry Black (ดำ – น้ำเงิน) และ Aurora Red (แดง-ม่วง) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน Vivo BrandShop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคา 7,499 บาท 

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

 

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น