Home ARTICLE แชร์ประสบการณ์ The art of startup กับ Bill Reichert mentor โครงการ dtac accelerate

Bill Reichert อดีตบอร์ดบริหารของ The Silicon Valley Association of Startup Entrepreneurs ปัจจุบันเป็น Managing Director ของ Garage Technology Ventures กลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียงด้านการลงทุนในบริษัทเกิดใหม่ที่กำลังสร้างตัว ซึ่งเป็นหนึ่ง mentor ของโครงการ dtac accelerate batch 3 ได้มาเยือนประเทศไทยอีกครั้งเพื่อร่วมแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับ The art of startup เทรนด์การลงทุนกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่

สำหรับจุดเริ่มต้นของ Reichert ตอนเริ่มทำ Garage ซึ่งเป็นกลุ่มทุนชื่อดังที่เริ่มต้นโดย Guy Kawasaki ตอนนั้นทางทีมมองหาวิธีเปิดโลกใหม่ให้กับการลงทุน และมองหาธุรกิจสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง เพื่อจะขยายของดีที่มีอยู่ใน Silicon Valley ให้ได้ไปโชว์ผลงานในระดับโลก โดย Reichert ได้เข้ามาทำงานร่วมกับ Garage ในปี 1998 ณ ตอนนี้ Garage ลงทุนไปแล้วกว่า 100 บริษัท ถ้าจะพูดถึงบริษัทที่ประสบความสำเร็จที่สุดคงหนีไม่พ้น Pandora ผู้ให้บริการฟังเพลงออนไลน์ (คล้าย Apple Music) ที่ตอนนี้มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแล้ว และมีผู้ใช้มากกว่า 250 ล้านคนด้วยกัน ซึ่ง Reichert เรียกบริษัทที่ทำได้แบบนี้ว่า Unicorn

Reichert พูดถึงแผนการลงทุนต่อไปว่า เขามีเงินทุนอยู่ก้อนหนึ่งประมาณ 40 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเขาอยากจะลงทุนในบริษัทที่เป็น Early Stage หรือบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งขึ้นมาใหม่ เช่น ถ้าเป็นแอพพลิเคชั่นอย่าง Uber หรือ Grab Taxi ทุกวันนี้เป็นธุรกิจที่เติบโตไปได้ไกลแล้ว อันนั้นเขาเรียกว่าเหมือนจะ Exit ได้แล้ว ซึ่ง Reichert จะเน้นดูพวก Early Stage หรือ Seed Ground ที่คิดว่าจะเป็น Next big things หรือสิ่งที่จะยิ่งใหญ่ต่อไป

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจวงการ Startup เติบโตขึ้นมามาก Reichert มีมุมมองว่าจาก Silicon Valley มาที่เอเชีย เงินลงทุนเหล่านี้ไหลมาที่เอเชียและประเทศไทยมากขึ้น จากที่ดูมาหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง เห็นภาพว่าจะเริ่มมีเงินลงทุนเข้ามา แต่ว่าทฤษฏีของทาง Garage Technology ด้วยความที่ Reichert ไม่ได้เก่งด้านเอเชีย ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในเอเชียมากนัก สิ่งที่ทำได้ก็คือเป็นพาร์ทเนอร์กับท้องถิ่น คนที่สามารถดูธุรกิจ Startup ให้แต่ละประเทศได้เพื่อที่จะบอกให้ลองมาลงทุนกับทีมเหล่านี้ ซึ่งจริงๆ ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นแล้ว โดยโครงการ dtac Accelerate เองก็เป็นพาร์ทเนอร์ด้วย

ทั้งนี้ในประเทศไทยเอง ตลาด Startup ยังอยู่ในช่วงเติบโต จำนวนของคนที่สนใจธุรกิจ Startup เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างโครงการ dtac Accelerate batch 3 ปีนี้ก็มีคนสมัครเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 100 ทีมเป็น 200 ทีม โดยทั้ง 6 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในปีนี้ยังเป็น Early stage หมายความว่าทั้ง 6 ทีมยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะมากเพื่อไปให้ถึงจุดที่จะมีคนมาลงทุน Reichert ได้ชี้ถึงปัญหาของแต่ละทีมว่าควรจะต้องมีอะไรเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง แล้วก็บอกได้เลยว่าน้องๆ ต้องมีพลังยังไง ต้องมี Passion ยังไง ลงลึกในแต่ละหัวข้อว่าในแต่ละทีมต้องมี Solution ยังไงเพื่อตอบโจทย์นักลงทุน ในเบื้องต้น Reichert ก็ชื่นชมทีมที่ผ่านเข้ามาว่ามีความเป็นผู้ประกอบการได้ในระดับเดียวกับประเทศชั้นนำอื่นๆ แล้ว

แสดงความเห็น

comments

แสดงความเห็น